รางวัลดีเด่น ปีการศึกษา 2568
ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 5.1.2/1
10 ปีแห่งการขับเคลื่อนเอกลักษณ์ของชาติ แก่นักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านกระบวนการปฏิบัติการเชิงสร้างสรรค์สู่การสร้างชื่อเสียงในระดับชาติและนานาชาติ ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ปีพุทธศักราช 2559 - ปัจจุบัน)
ผู้จัดทำโครงการ
สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม
ฝ่ายพัฒนาสังคมศิลปวัฒนธรรมและสิทธิประโยชน์
1. บริบทและความสำคัญ
ตลอดระยะเวลา 10 ปี การขับเคลื่อนงานเอกลักษณ์ของชาติไม่ใช่เพียงเรื่องของอดีต แต่เป็นคลังปัญญาที่มีพลัง สามารถขยายผลเชิงพฤติกรรม และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง ส่งผลให้มหาวิทยาลัยรังสิตกลายเป็นต้นแบบในการสร้างพลเมืองคุณภาพที่เข้าใจและภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเองอย่างเป็นรูปธรรมสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม ได้ยกระดับบทบาทจากหน่วยงานผู้จัดกิจกรรม สู่การเป็น “ศูนย์กลางการจัดการความรู้และนวัตกรรมเชิงวัฒนธรรม” โดยมีหัวใจสำคัญคือการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล ผ่าน 3 กลไกหลัก
- การเปลี่ยนความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคนเป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง จากประสบการณ์การปฏิบัติจริงของนักศึกษาและบุคลากรในโครงการต่างๆ มาถอดบทเรียนและจัดทำเป็น “ชุดความรู้” และ “คู่มือปฏิบัติการ” เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานที่ยั่งยืน ป้องกันการสูญหายขององค์ความรู้เมื่อมีการผลัดเปลี่ยนบุคลากรหรือจบการศึกษา
- การสร้างวงจรการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารจากบนลงล่าง เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะวิชา หน่วยงานภาครัฐ (สปน.) และภาคประชาสังคม โดยใช้โครงการเป็น “ห้องปฏิบัติการทางสังคม” ให้นักศึกษาได้ทดลอง ตีความ และนิยามเอกลักษณ์ชาติในมุมมองใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทโลกสมัยใหม่
- การยกระดับสู่สินทรัพย์ทางปัญญา มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยนำผลลัพธ์จากการปฏิบัติการเชิงสร้างสรรค์มาสังเคราะห์เป็นเนื้อหาที่ร่วมสมัย เชื่อมโยงรากฐานวัฒนธรรมไทยเข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัล และสื่อสารด้วยภาษาสากลเพื่อยกระดับทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่ระดับนานาชาติ
ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้
ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้
ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
- ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/)
- ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้
เอกสารทางการและแนวทางการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และหลักฐานเชิงประจักษ์และสื่อสาธารณะ เช่น ข่าวประชาสัมพันธ์ ภาพถ่าย รายงานสรุปผลรายกิจกรรม/รายปี - ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
- เจ้าของความรู้/สังกัด ทีมอาจารย์และบุคลากรสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
- ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประสานงานจาก สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
- การนำแนวปฏิบัติที่ดีที่เคยได้รับรางวัลมาใช้ในการปฏิบัติงานของตนเองโดยไม่ได้ปรับปรุงกระบวนการใดๆ
- จากรางวัลดีเด่น เรื่อง การศึกษา พัฒนา ออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมืองอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี: บทบาทในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่นักศึกษาและมหาวิทยาลัยรังสิต ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน ปีการศึกษา 2567
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้
การขับเคลื่อนโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จคือ การบูรณาการความรู้สองรูปแบบ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง “ระเบียบปฏิบัติที่ได้มาตรฐาน” และ “ความคิดสร้างสรรค์ที่ทรงพลัง” ในส่วนของ ความรู้แบบชัดแจ้ง สถาบันฯ ได้กำหนดให้เป็น “โครงสร้างและมาตรฐานงาน” โดยใช้คู่มือและขั้นตอนปฏิบัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเข็มทิศในการดำเนินงาน ตั้งแต่กระบวนการประสานงานราชการกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) การวางแผนปฏิบัติการ ไปจนถึงการจัดทำรายงานสรุปผลและการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งช่วยให้ทุกขั้นตอนโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นหลังได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จในเวทีระดับชาติต้องอาศัย ความรู้ฝังลึก ซึ่งเปรียบเสมือน “หัวใจและศิลปะการทำงาน” ของทีมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยรังสิต ความรู้ส่วนนี้คือทักษะเฉพาะทางทั้งด้านการออกแบบการแสดงและเทคนิคสื่อผสม การลงมือปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ การมีสัญชาตญาณในการแก้ปัญหาหน้างานภายใต้ข้อจำกัดและความกดดันของพิธีการสำคัญ รวมถึงศิลปะการประสานงานที่เชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การวางแผน
- ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน
ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้) - ยุทธศาสตร์ที่ 5 โปรดระบุ KR การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง OKR 5.1.2/1
- สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น
- ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ (ด้านศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทย)
รายละเอียดตัวชี้วัด
เชิงปริมาณ วัดความสำเร็จจากการมีพันธมิตรที่ชัดเจนผ่านจำนวน MOU/MOA และจำนวน กิจกรรมความร่วมมือจริง ที่เกิดขึ้นระหว่างมหาวิทยาลัยรังสิตกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
เชิงคุณภาพ วัดความสำเร็จที่เกิดโดยพิจารณาจากผลการประเมินความพึงพอใจ รวมถึงหลักฐานความสำเร็จเชิงประจักษ์ เช่น เกียรติบัตร และรางวัล ในระดับต่างๆ
ตัวชี้วัดรอง
เน้นความพึงพอใจของเครือข่าย (85%) การสร้างผู้นำเยาวชน และผลลัพธ์ของสื่อออนไลน์ที่สร้างการรับรู้ในวงกว้าง
ขั้นตอนการดำเนินงาน (PDCA)
P – Plan วางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ประชุมร่วมกับภาคีเครือข่าย (สปน.) เพื่อกำหนดเป้าหมายและรูปแบบกิจกรรมให้สอดรับกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยและนโยบายระดับชาติอย่างเป็นระบบ
D – Do ปฏิบัติงานเชิงรุก คัดเลือกนักศึกษาที่มีศักยภาพและจิตอาสาเข้าสู่กระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และส่งเสริมให้ลงมือปฏิบัติงานจริงในพื้นที่หรือเวทีระดับประเทศ
C – Check ตรวจสอบและประเมินผล ติดตามความคืบหน้าผ่านรายงานสรุปโครงการ วัดผลสำเร็จตามตัวชี้วัดและรับฟังคำวินิจฉัยจากคณะอนุกรรมการภายนอกเพื่อประเมินคุณภาพงาน
A – Act ปรับปรุงสู่มาตรฐานใหม่ นำผลลัพธ์มาถอดบทเรียน เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและพัฒนาต่อยอดให้เป็น “แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด” (Best Practice) สำหรับการดำเนินงานที่ยั่งยืนในอนาคต
ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)
การดำเนินงานขับเคลื่อนผ่านระบบ “ทรัพยากรแบ่งปัน” ที่ผสมผสานศักยภาพจากหลายภาคส่วน โดยมีฐาน งบประมาณ หลักจากการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยรังสิต เสริมด้วยงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ที่ช่วยเพิ่มขอบเขตการทำงานสู่ระดับประเทศในด้าน อุปกรณ์และสถานที่ มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งห้องสตูดิโอและเครื่องมือผลิตสื่อดิจิทัลของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อประสานงานอย่างไร้รอยต่อ พร้อมทั้งได้รับความอนุเคราะห์พื้นที่จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์จากภาคีเครือข่ายภายนอก ทางด้าน บุคลากร ได้รับความร่วมมือจากทีมงานพหุวิทยาการ ทั้งผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิชาต่างๆ วิทยากรภายนอก และนักศึกษาแกนนำ เพื่อร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างทักษะผู้นำเยาวชนผ่านการปฏิบัติงานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ
3. การลงมือปฏิบัติ
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยรังสิตได้เปลี่ยนบทบาทจากสถานศึกษาเป็น “ภาคีเครือข่ายยุทธศาสตร์” ที่เข้มแข็งของรัฐโดยเริ่มต้นจาก มิติการส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ ผ่านการแสดงละครเวทีระดับชาติและสื่อผสมที่ใช้ศักยภาพด้านศิลปะการแสดงร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อหล่อหลอมความจงรักภักดีให้เป็นรูปธรรม ต่อเนื่องสู่ มิติการสร้างผู้นำสากล ที่นักศึกษาได้ปฏิบัติหน้าที่ทูตวัฒนธรรมเผยแพร่ศาสตร์พระราชาในเวทีนานาชาติ The International Youth Representatives in Experiencing the Sufficiency Economy Philosophy (IYSEP 2023 (IYSE) สร้างความภาคภูมิใจและชื่อเสียงให้กับประเทศ
ในระยะปัจจุบัน มหาวิทยาลัยได้ยกระดับสู่ มิติการบ่มเพาะทางสังคม โดยบุคลากรเข้าเป็นกลไกหลักในโครงการ “เด็กอวด(ทำ)ดี” เพื่อออกแบบการเรียนรู้และสร้างเครือข่ายจิตอาสาทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับ มิติการสืบสานมรดกวัฒนธรรม ผ่านการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ทั้งด้านศาสนาและโบราณราชประเพณีสำคัญของชาติ ความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้ถูกผนึกเป็น มิติแห่งพันธสัญญา ที่สะท้อนผ่านโล่ประกาศเกียรติคุณดีเด่นและการลงนาม MOU อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการสร้าง “พลเมืองคุณภาพ” ที่พร้อมสืบสานเอกลักษณ์ไทยให้เติบโตอย่างมีพลังในระดับสากลสืบไป
ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข
ความสำเร็จตลอด 10 ปีของสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม เกิดจากการเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างเป็นระบบผ่าน 3 มิติหลัก คือ มิติด้านบริหารจัดการ ที่แก้ปัญหาความซับซ้อนของงานระดับชาติและระเบียบพิธีการด้วยระบบ Professional Mentoring โดยจัดอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นพี่เลี้ยงควบคู่กับการจัดตั้งศูนย์ประสานงานกลาง เพื่อเปลี่ยนความกดดันให้กลายเป็นมาตรฐานการทำงานที่แม่นยำและน่าเชื่อถือ
ใน มิติด้านเทคนิคและสถานการณ์วิกฤต มหาวิทยาลัยก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่การแสดงกลางแจ้งและมาตรการด้านสาธารณสุข ด้วยการวางแผนเชิงรุก ทั้งการซ้อมเสมือนจริง การบูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ส่วนในมิติด้านการสื่อสารและช่องว่างทางวัฒนธรรม ได้มีการปรับรูปแบบจากการบรรยายเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงและเทคนิคที่ทันสมัย ช่วยทลายกำแพงภาษาและเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับอัตลักษณ์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. การตรวจสอบและวัดผล
เพื่อให้การส่งเสริมเอกลักษณ์ชาติบรรลุประโยชน์สูงสุด สถาบันฯ ได้วางระบบการติดตามและประเมินผลในทุกมิติ โดยในเชิงปริมาณ มุ่งเน้นการเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ผ่านจำนวนกิจกรรมความร่วมมือและบันทึกข้อตกลง (MOU) ตามเกณฑ์มาตรฐาน OKR 5.1.2/1 ควบคู่ไปกับการวัดประสิทธิภาพสื่อดิจิทัลที่สร้างผลกระทบต่อสังคม ขณะที่ ในเชิงคุณภาพ ได้มุ่งเน้นการพัฒนา “ทุนมนุษย์” ผ่านการประเมินภาวะผู้นำและการตระหนักรู้ในคุณค่าของชาติ โดยตั้งเป้าหมายความพึงพอใจไว้ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 85 รวมถึงพิจารณาจากรางวัลระดับชาติที่ได้รับ
วิธีการวัดผลและประเมินผล
สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม ได้วางระบบการติดตามและประเมินผลอย่างครบวงจรใน 4 มิติ เพื่อเปลี่ยนการดำเนินงานให้เป็นผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ โดยเริ่มจากการ ติดตามผลเชิงผลผลิต ผ่านการจัดเก็บฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเป็นระบบเพื่อยืนยันการปฏิบัติงานจริง ควบคู่กับการ ประเมินผลเชิงคุณภาพ ที่เน้นการสะท้อนการเรียนรู้และการรับรองมาตรฐานจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับชาติ
นอกจากนี้ ยังมุ่งวัดผลกระทบเชิงภาพลักษณ์และการยอมรับ โดยใช้ดัชนีจากการได้รับเชิญเข้าร่วมภารกิจสำคัญและการได้รับรางวัลเกียรติยศเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นที่สังคมมีต่อมหาวิทยาลัย และสุดท้ายคือการ จัดการความรู้ (KM) ผ่านการรวบรวมและถอดบทเรียนเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างคลังปัญญาที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังและรักษามาตรฐานแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดให้คงอยู่คู่สถาบันอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
จากการดำเนินงานที่ครอบคลุมในทุกมิติได้สร้างผลกระทบเชิงบวก โดยในมิติด้านการพัฒนาคน นักศึกษาและบุคลากรได้รับประสบการณ์ตรงจากการลงมือทำจริงในเวทีระดับประเทศ ทั้งการจัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมสำคัญของชาติ ซึ่งช่วยหล่อหลอมความตระหนักรู้ในเอกลักษณ์ชาติให้กลายเป็นรากฐานทางจิตใจที่แข็งแกร่ง ในมิติด้านการยอมรับและบทบาททางสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตได้ยกระดับบทบาทจาก “ผู้เข้าร่วม” สู่การเป็น “ผู้ร่วมขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์” ในฐานะวิทยากร ที่ปรึกษา และคณะอนุกรรมการร่วมระดับชาติ สะท้อนถึงความไว้วางใจสูงสุดที่หน่วยงานรัฐมีต่อศักยภาพของสถาบัน ยืนยันความสำเร็จด้วยการได้รับ โล่ประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะภาคีเครือข่ายดีเด่นที่สนับสนุนภารกิจของแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ท้ายที่สุด ผลลัพธ์เหล่านี้ได้นำไปสู่ ความมั่นคงเชิงโครงสร้าง ผ่านการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจด้านเอกลักษณ์ของชาติให้เกิดความยั่งยืน เป็นรูปธรรม และสง่างามในระดับสากล
การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ
การดำเนินงานของสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคมสามารถตอบโจทย์ตัวชี้วัดหลัก โดยเฉพาะ OKR 5.1.2/1 ได้อย่างดีเยี่ยมใน 3 มิติสำคัญ คือ ด้านปริมาณและความต่อเนื่อง ที่สะท้อนผ่านการจัดกิจกรรมร่วมกับภาครัฐอย่างสม่ำเสมอตลอด 10 ปี จนกลายเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืนมากกว่างานตามวาระ ด้านคุณภาพและการยอมรับ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากการได้รับโล่เกียรติคุณและภารกิจสำคัญระดับชาติ เป็นเครื่องยืนยันถึงการสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรในระดับสูงสุด และใน ด้านความยั่งยืนของระบบงาน การนำระบบจัดการความรู้ (KM) มาใช้ถอดบทเรียนและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบในทุกปี ช่วยสร้างฐานข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมสำหรับการพัฒนาต่อยอดสู่มาตรฐานแนวปฏิบัติที่ดีของมหาวิทยาลัยรังสิตอย่างสมบูรณ์
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ
ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมตลอดทศวรรษของมหาวิทยาลัยรังสิต เกิดจากการหลอมรวมปัจจัยเชิงกลยุทธ์ 5 ด้านหลัก เริ่มจากการมี วิสัยทัศน์และแรงสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง ที่สร้างพันธสัญญาองค์กรให้งานดำเนินไปอย่างมั่นคง ผสานกับ ระบบจัดการความรู้ที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้การถอดบทเรียนและจัดเก็บข้อมูลมีความต่อเนื่องและโปร่งใส หัวใจสำคัญยังอยู่ที่การมี พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ อย่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานงานสู่เวทีระดับโลก ควบคู่ไปกับ นวัตกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ที่ทำให้ศิลปวัฒนธรรมเข้าถึงง่ายและนำไปใช้ได้จริง และสุดท้ายคือ การบริหารความสัมพันธ์เชิงรุก ที่มุ่งเน้นการสื่อสารและประสานงานกับภาคีเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ จนนำไปสู่การต่อยอดกิจกรรมใหม่ๆ ที่สร้างคุณค่าแก่สังคมต่อไป
5. การปรับปรุงและพัฒนา
สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม มุ่งมั่นก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมผ่านกลยุทธ์เชิงรุก เริ่มจากการ ปฏิรูปคลังความรู้สู่ระบบดิจิทัล เพื่อสร้างฐานข้อมูลความสนใจของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับ การสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้ ที่เปลี่ยนจากการรับรู้เชิงทฤษฎีมาเป็นการลงมือทำจริง เพื่อทำให้เอกลักษณ์ชาติเป็นเรื่องร่วมสมัยที่เข้าถึงง่ายและทรงพลังสำหรับคนทุกเจนเนอเรชั่นสุดท้ายคือการ ปรับโครงสร้างสู่องค์กรที่มีความคล่องตัวสูง เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นในการตอบรับภารกิจสำคัญระดับชาติได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้จะเปลี่ยนบทบาทของสถาบันฯ ให้กลายเป็นผู้นำนวัตกรรมทางวัฒนธรรมที่พร้อมขับเคลื่อนเอกลักษณ์ไทยอย่างสง่างามในยุคดิจิทัล
แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐาน
สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม มุ่งยกระดับความสำเร็จสู่การสร้างมาตรฐานที่ยั่งยืนผ่าน
กลยุทธ์เชิงระบบ เริ่มจากการสังเคราะห์บทเรียน 10 ปี จัดทำเป็น “คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน” เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเครือข่ายทางการศึกษา พร้อมทั้งยกระดับความร่วมมือสู่การทำ MOU กับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพในระดับสากลนอกจากนี้ ยังมุ่งสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ผ่านบทบาทของนักศึกษาและบุคลากรที่เป็นวิทยากรระดับชาติ เพื่อส่งต่อแนวปฏิบัติที่ดีสู่ชุมชนทั่วประเทศ และใช้การยอมรับจากเวทีประกวดระดับชาติและนานาชาติเป็นแรงขับเคลื่อนในการกำหนดนโยบายภายในมหาวิทยาลัยให้มีความเข้มแข็งและมั่นคงสืบไป
6. ข้อมูลประกอบ
เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น รูปภาพกิจกรรม, ไฟล์ข้อมูลดิบ, รายงานสรุป, แบบฟอร์มที่ใช้, วิดีโอ หรือสื่ออื่นๆ โดยระบุเป็น Link
