รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568
ยุทธศาสตร์ที่ 3 : KR 3.3.1/1
การบูรณาการเทคโนโลยีออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูล
ผู้จัดทำโครงการ
ผศ.วิไลลักษณ์ ตรีพืช และ นางสาวสุนิสา สุคันธปรีชา
ศูนย์บริการทางวิชาการ
1. บริบทและความสำคัญ
การรวบรวมข้อมูลโครงการบริการวิชาการ (แบบให้เปล่า) เพื่อรายงานผลประกันคุณภาพการศึกษาในองค์ประกอบที่ 3 ประสบปัญหาจากการใช้ระบบรับส่งไฟล์ผ่านอีเมลส่วนกลางของหน่วยงาน ซึ่งทำให้ข้อมูลมักตกหล่นหรือปะปนกับเรื่องอื่น อีกทั้งยังสร้างภาระงานซ้ำซ้อนให้เจ้าหน้าที่ในการคีย์ข้อมูลใหม่จนเสี่ยงต่อความผิดพลาด และได้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ประกันคุณภาพ ส่งผลให้ต้องเสียเวลาติดตามเอกสารเพิ่มเติมหลายครั้ง ผ่านช่องทางที่ล่าช้า และมีข้อจำกัดด้านการสื่อสาร ดังนั้นจากสาเหตุที่กล่าวในข้างต้น จึงนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานรวบรวมข้อมูลงานบริการวิชาการ (แบบให้เปล่า) เพื่อยกระดับการทำงานในหลายด้าน ได้แก่
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน : ลดขั้นตอนคัดแยกอีเมล และลดภาระการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน
- ลดข้อผิดพลาด: ข้อมูลครบถ้วนตามเกณฑ์ประกันคุณภาพตั้งแต่ต้นทางโดยเจ้าของข้อมูล
- อำนวยความสะดวก: ข้อมูลที่จัดเก็บจะถูกรวมไว้ในที่เดียวโดยอัตโนมัติ และจัดการกับข้อมูลได้ง่าย
- สื่อสารฉับไว: ลดช่องว่างการสื่อสาร และตอบข้อสงสัยได้รวดเร็วผ่านแอปพลิเคชันสื่อสาร
ลดต้นทุน: ประหยัดค่ากระดาษ และไม่มีค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม
ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้
ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้
ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
- ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้
- http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/)
ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
- เจ้าของความรู้/สังกัด ผศ.วิไลลักษณ์ ตรีพืช , นางสาวสุนิสา สุคันธปรีชา ศูนย์บริการทางวิชาการ
การนำแนวปฏิบัติที่ดีที่เคยได้รับรางวัลมาใช้ในการปฏิบัติงานของตนเองโดยไม่ได้ปรับปรุงกระบวนการใดๆ
- จากรางวัลดีเด่น เรื่อง การนำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน ปีการศึกษา 2567
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้
เป็นการนำแนวปฏิบัติที่ดี เรื่องการนำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน ปีการศึกษา2567 มาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อพัฒนารูปแบบการรวบรวมข้อมูลโครงการบริการวิชาการ (แบบให้เปล่า) โดยเน้นการบูรณาการเข้ากับช่องทางสื่อสารเดิมที่มีอยู่ เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการตรวจสอบ และยืนยันแนวปฏิบัติเดิม โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนขั้นตอนหลัก
2. การวางแผน
ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน
ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)
- ยุทธศาสตร์ที่ 3 โปรดระบุ KR 3.3.1/1
- สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น
- ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ
รายละเอียดตัวชี้วัด
การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยลดขั้นตอนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลที่สูงขึ้น และสามารถลดการใช้ทรัพยากร หรือใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการทำงานต่างๆ ให้เข้าใจลำดับขั้นตอนการทำงาน รวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- พิจารณาความเป็นไปได้ในการนำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้ในขั้นตอนต่างๆ ขั้นตอนไหนทำได้ผ่านระบบ ขั้นตอนไหนต้องทำนอกระบบ ขั้นตอนไหนจำเป็นต้องมีหรือตัดออกได้
- หากจำเป็นต้องมี จะปรับปรุงหรือเอาระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยอย่างไรเพื่อให้สามารถ 1) ลดระยะเวลา 2) เพิ่มความสะดวก 3) ประหยัดทรัพยากร
- หากตัดออก ให้พิจารณาว่าตัดออกได้จริงๆ เพราะไม่จำเป็น หรือ ตัดออกแต่ต้องเพิ่มขั้นตอนอื่นหรือเอาระบบสารสนเทศมาทดแทน เพื่อให้สามารถส่งผลลัพธ์ต่อไปยัง ขั้นตอนถัดไปได้โดย 1) ลดระยะเวลา 2) เพิ่มความสะดวก 3) ประหยัดทรัพยากร
- พิจารณาความคุ้มค่าในมุมต่างๆ เช่น ด้านการเงิน ด้านทรัพยากร ด้านความพึงพอใจ (ลดระยะเวลา เพิ่มความสะดวก)
- สื่อสาร ทำความเข้าใจ และประสานงานเพื่อให้เกิดการใช้งานระบบสารสนเทศดังกล่าว
ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)
- งบประมาณ : 0 บาท ไม่มีค่าใช้จ่าย (ใช้บัญชี Google และ LINE Group ของคณะทำงาน)
- อุปกรณ์/เครื่องมือ : คอมพิวเตอร์สำนักงาน, สมาร์ทโฟน และระบบอินเทอร์เน็ต
- ทรัพยากรบุคคล: ผู้รับผิดชอบโครงการ, เจ้าหน้าที่ดูแลงานประกันคุณภาพ และผู้ประสานงานจากคณะ
3. การลงมือปฏิบัติ
การรวบรวมข้อมูลโครงการบริการวิชาการ (แบบให้เปล่า) เพื่อรายงานผลประกันคุณภาพการศึกษาในองค์ประกอบที่ 3 การบริการวิชาการแก่สังคม จำเป็นต้องมีความครบถ้วนตามเกณฑ์ ทั้งข้อมูลพื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย ทิศทางการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม และความต่อเนื่อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของอาจารย์ และนักศึกษาจากทุกคณะ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
- การวิเคราะห์กระบวนการ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลที่ต้องรวบรวม : โดยวิเคราะห์และสอบทานเกณฑ์ประกันคุณภาพ เพื่อกำหนดข้อมูลที่จำเป็น และวิเคราะห์ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการรวบรวมข้อมูล
- ความเป็นไปได้และการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม : โดยใช้ Google Forms แทนระบบเดิม โดยตั้งค่าบังคับตอบข้อมูลสำคัญ และให้อัปโหลดไฟล์ผ่านระบบได้ทันที เพื่อตัดขั้นตอนการส่งเอกสารกระดาษ และลดความซ้ำซ้อนในการบันทึกข้อมูล
- การประเมินความคุ้มค่า :
1) ลดระยะเวลา : ลดเวลาการคัดแยกอีเมล และการบันทึกข้อมูลที่ซ้ำซ้อน โดยให้กรอกข้อมูลครบถ้วนจากเจ้าของข้อมูล
2) เพิ่มความสะดวก : ข้อมูลที่จัดเก็บโดยใช้ Google Forms จะถูกรวมไว้ในที่เดียวโดยอัตโนมัติรวมทั้งผู้รวบรวมข้อมูลยังสามารถนำมาจัดการกับข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ได้ง่าย
3) ประหยัดทรัพยากร : ลดการใช้กระดาษ และลดเวลาการทำงานของผู้รวบรวมข้อมูล
- การสื่อสาร ทำความเข้าใจ และประสานงาน : ปรับปรุงช่องทางสื่อสารให้รวดเร็วผ่าน LINE Group เพื่อตอบข้อสงสัยได้ทันที พร้อมแจ้งช่องทางการส่งข้อมูลโดยใช้ Google Forms เป็นช่องทางหลักเพียงช่องทางเดียว
ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข
เนื่องจากรายงานฉบับสมบูรณ์อาจมีขนาดไฟล์ใหญ่ จึงจำเป็นต้องเตรียมพื้นที่ใน Google Drive ให้เพียงพอ และกำหนดขนาดไฟล์สูงสุดที่สามารถอัปโหลดได้
4. การตรวจสอบและวัดผล
วิธีการวัดผลและประเมินผล
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและโปรแกรมต่างๆ มาช่วยในการปฏิบัติงาน เพื่อลดขั้นตอนการทำงานเกิดประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถลดการใช้ทรัพยากร หรือใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และสอดคล้องตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษา
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
การเปลี่ยนมาใช้ Google Forms ในการรับข้อมูลโครงการ ช่วยลดขั้นตอนการใช้กระดาษและหมึกพิมพ์ลงได้เกือบทั้งหมด โดยลดเอกสารบันทึกข้อความจาก 259 แผ่นเหลือเพียง 37 แผ่น และยกเลิกการใช้กระดาษสำหรับข้อมูลโครงการมากกว่า 1,980 แผ่นให้เหลือ 0 แผ่น และจากการใช้งานร่วมกับ LINE Group ในการติดต่อสื่อสาร ผู้ดำเนินการพบว่าแนวปฏิบัติดังกล่าวทำให้การรวบรวมข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการเปรียบเทียบกับกระบวนการรวบรวมข้อมูลจากปีที่ผ่านมา ซึ่งแนวปฏิบัตินี้ช่วยลดเวลาในการปฏิบัติงานได้จริง เพิ่มความสะดวกในการทำงาน ลดทรัพยากรที่ใช้ลงอย่างชัดเจน รวมทั้งข้อมูลที่รวบรวม มีความครบถ้วนสมบูรณ์สอดคล้องตามเกณฑ์ประกันคุณภาพ
การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ
มีการนำเทคโนโลยีคือ Google Forms และ LINE Group มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น ลดขั้นตอนการทำงานได้จริง เช่น ยกเลิกการคัดแยกอีเมล, ลดการพิมพ์ข้อมูลซ้ำ, ลดขั้นตอนการสื่อสาร ลดการใช้ทรัพยากร (กระดาษ, เวลาของผู้ปฏิบัติงาน) และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ (เครื่องมือฟรี) ได้อย่างคุ้มค่า และได้ข้อมูลที่สอดคล้องตามเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาในระดับสถาบัน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ
ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง โดยพิจารณาตามขั้นตอนการดำเนินการที่รอบคอบและรอบด้าน ประกอบกับการได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและบุคลากรทุกฝ่าย ทำให้การบูรณาการเทคโนโลยีออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูลโดยใช้ Google Forms และ LINE Group เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและใช้งานง่าย สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และแก้ไขปัญหาคอขวดด้านการสื่อสารได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติดี เรื่องการนำระบบสารสนเทศเขามาใชในกระบวนการทำงาน ปีการศึกษา 2567 ที่สามารถนำขั้นตอนวิธีการที่ดำเนินการไว้แล้วนั้นมาประยุกต์ใช้ เพื่อตัดสินใจในการนำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานได้ และยังคงได้ผลลัพธ์ที่ดีตามแนวปฏิบัติที่เคยดำเนินการไว้
5. การปรับปรุงและพัฒนา
แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
การปรับจัดเก็บข้อมูลผ่าน Google Forms อาจยังมีเงื่อนไขบางอย่างที่เป็นข้อจำกัด ในการเชื่อมโยงกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานประกันคุณภาพที่ต้องดำเนินการตลอดปีการศึกษา เนื่องจากจะต้องมีขั้นตอนวางแผนตั้งแต่ต้นปี การติดตามการดำเนินการตลอดปี และรวบรวมข้อมูลในปลายปี ดังนั้นจึงยังจำเป็นต้องอาศัยการทำงานบางส่วนด้วยวิธีการเดิม ยังไม่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ได้ทุกขั้นตอน
แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน
การพัฒนากระบวนการทำงาน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและโปรแกรมต่างๆ มาช่วยในการปฏิบัติงาน หากทำได้ทั้งระบบในคราวเดียวถือเป็นเรื่องที่ดี แต่หากมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ หรือระยะเวลา การเลือกปรับเปลี่ยนทีละส่วนย่อย เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเพราะเริ่มทำได้ทันทีและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ซึ่งผู้ให้ความรู้เชื่อว่าแนวปฏิบัติดังกล่าวจะสามารถเป็นแนวปฏิบัติที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นๆ สามารถนำขั้นตอนวิธีนี้ไป ประยุกต์ใช้เพื่อตัดสินใจในการบูรณาการเทคโนโลยีออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูลได้
6. ข้อมูลประกอบ
- Link แบบฟอร์มรวบรวมข้อมูล https://forms.gle/f5nPUq5AkWXNpBS66
- LINE Group สื่อสารของคณะทำงาน https://shorturl.at/87zmJ
