รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : KR 1.2.1

ร้านอีโคซอน : การแบ่งปันตลาดเพื่อสังคม

ผู้จัดทำโครงการ​

รศ.ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ

คณะเศรษฐศาสตร์

1. บริบทและความสำคัญ

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความสำคัญกับการเรียนและการพัฒนาเศรษฐกิจภาคส่วนที่ 3 หรือเศรษฐกิจภาคประชาชน จึงได้บรรจุวิชาเศรษฐกิจภาคประชาชนไว้ในหลักสูตรปริญญาตรีของคณะ โดยเศรษฐกิจภาคประชาชนไม่ใช่ภาคเอกชนและภาครัฐ แต่เป็นการดำเนินงานโดยประชาชน ซึ่งในโครงการนี้เน้นการพัฒนาความร่วมมือของภาคประชาชนระหว่างแรงงาน เกษตรกร นักศึกษาผู้พิการ และนักศึกษาภาคปกติ  โดยคณะเศรษฐศาสตร์ ได้เปิดการเรียนการสอนวิชาเศรษฐกิจภาคประชาชนให้แก่นักศึกษาผู้ใหญ่ที่เป็นแรงงานและเกษตร เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงฐานเศรษฐกิจ ในโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ หลักสูตรเศรษฐกรดิจิทัลเพื่อชุมชน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยได้ดำเนินการ 2 รุ่น จำนวน 79 คน นอกจากนี้ คณะเศรษฐศาสตร์ ยังได้เปิดให้มีการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาตรีเศรษฐกิจดิจิทัลสำหรับผู้พิการ ปัจจุบันมีนักศึกษาอยู่ 61 คน

ภายหลังจากจบโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ หลักสูตรเศรษฐกรดิจิทัลเพื่อชุมชน นักศึกษาที่ได้เล่าเรียนในหลักสูตรดังกล่าว ที่เป็นเกษตรกร แรงงาน จึงได้ร่วมกับนักศึกษาผู้พิการ และนักศึกษาภาคปกติ ของคณะเศรษฐศาสตร์ ในการจัดตั้งเครือข่ายเศรษฐกิจสมานฉันท์ และได้ร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ในการจัดตั้งพื้นที่ตลาดชื่อว่า “ร้าน ECOSON” ย่อมาจาก Economic Solidarity Network ในบริเวณสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) จตุจักร กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นห้องทดลองทางสังคม(social lab) ของนักเศรษฐศาสตร์ โดยใช้แนวคิด “การแบ่งปันตลาด”เพื่อให้เกิดพื้นที่แห่งโอกาสให้แก่คนกลุ่มเปราะบาง อันได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกพืชไร้สารพิษ แรงงานในระบบที่ประสงค์จะมีอาชีพเสริม แรงงานนอกระบบ ผู้พิการ และนักศึกษา ได้ใช้พื้นที่ดังกล่าว ในการจำหน่ายพืชผัก อาหาร ไร้สารพิษ เช่น ผักสลัด ผักพื้นบ้าน โกโก้ น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น ที่เป็นสินค้าที่มาจากพื้นที่วิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ อันได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี พัทลุง ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ตลอดจนสินค้าและงานหัตถกรรมของผู้พิการ เช่น พรมเช็คเท้า ยาหม่องน้ำกัญชา เป็นต้น ตลอดจนงานบริการที่ดำเนินงานโดยนักศึกษาผู้พิการ คือ การนวดแผนไทย เป็นการนวดคอ บ่า ไหล่ ให้แก่ผู้ที่มาออกกำลังกายที่สวนวชิรเบญจทัศ โดยเกษตรกรเป็นผู้ผลิต นักศึกษาภาคปกติกับนักศึกษาผู้พิการกลุ่มการเคลื่อนไหว เป็นผู้บริหารและจัดการร้าน

 แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ)

               ณ ปัจจุบัน พื้นที่ตลาดแห่งนี้ ได้ขยายโอกาสให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกผักผลไม้ไร้สารพิษ เป็นพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนและยังเป็นพื้นที่ปฏิบัติจริงของนักศึกษา และยังช่วยสร้างงานและรายได้ให้แก่นักศึกษาระหว่างเรียน เปิดโอกาสทางอาชีพให้แก่ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวและกลุ่มสายตา

ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้

ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)

  • ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้  

      ตลาดกลายเป็นปัจจัยการผลิตชนิดที่ 5 ที่มีความสำคัญต่อโลกทุนนิยม หากไม่มีตลาด ธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จไม่ได้ เพราะถึงจะมีเงินทุน หรือผลิตสินค้าดีเท่าไร หากไม่มีตลาดก็ไม่อาจบรรลุเป้าหมายการทำธุรกิจได้ ตลาดจึงกลายเป็นปัจจัยชี้วัดที่สำคัญที่สุด แต่ในประเทศไทย ตลาดตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนใหญ่เพียงไม่กี่ราย การผูกขาดตลาดจึงเป็นที่มาของต้นทุนในการเข้าถึงตลาด ก็คือ ค่าเช่า ตลาดใดลูกค้ามากค่าเช่าก็จะสูง แต่ก็พลอยทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของภาคประชาชนสูงไปด้วย ดังนั้น รัฐบาลในฐานะเป็นผู้คุมนโยบายและกฎหมาย หากมีกฎหมายที่ทำให้เกิดการแบ่งปันตลาด ระหว่างพื้นที่ตลาดของรายใหญ่กับรายเล็ก ก็จะทำให้ทุกฝ่ายดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง เพราะเศรษฐกิจไทยอยู่ได้ด้วยภาคประชาชนที่สร้าง GDP มากถึง 52% โครงการนี้จึงได้ทดลองให้มีการแบ่งปันตลาด โดยความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ ที่ได้เปิดตลาดให้แก่เกษตรกร ผู้พิการ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิต

ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)

  • เจ้าของความรู้/สังกัด  รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ และ อ.อรอนงค์ นิธิภาคย์      

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้

  1.  ความรู้เรื่องเศรษฐกิจภาคประชาชน ความสำคัญของเศรษฐกิจภาคประชาชน
  2. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
  3. การแบ่งปันตลาด
  4. การบริหารจัดการร้านเพื่อสังคม
  5. การตลาดเพื่อสังคม
  6. สินค้าเพื่อสังคม

2. การวางแผน

ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน

ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)

  • ยุทธศาสตร์ที่  1  โปรดระบุ KR   KR   KR1.2.1 มีการปรับเปลี่ยกระบวน การเรียนการสอนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน และสอดคล้อกับวัตถุประสงค์การสอนมุ่งสู่ผสู่ลลัพธ์การเรียนรู้ คาดหวัง     

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1. เปิดการเรียนการสอนวิชาเศรษฐกิจภาคประชาชนให้แก่นักศึกษาทั้งภาคปกติและภาคพิเศษ(ผู้พิการ)
  2. 2. ให้บริการทางวิชาการแก่บุคคลภายนอกที่เป็นแรงงานและเกษตรกร
  3. 3. จัดตั้งเครือข่ายดำเนินงาน
  4. 4. จัดหาสถานที่ในการ “แบ่งปันตลาด”
  5. 5. ระดมทุน
  6. 6. อบรมเพิ่มเติมผู้เข้าร่วม ในเรื่อง การลงทุน การบริหารร้าน การเลือกสินค้า การให้บริการลูกค้า แพคเกจสินค้า การตลาด การบริหารค่าตอบแทน การทำบัญชี และการทำสต๊อกสินค้า และการมีเป้าหมายเพื่อสังคม
  7. 7. การลงมือปฏิบัติ และสรุปผล

ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)

    ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2568 ร้าน ECOSON มียอดขายสินค้าและบริการไปแล้วจำนวน  909,211.90 บาท แผนแพทย์ไทยผู้พิการทางสายตา มีรายได้จากงานนวดจำนวน 81,916.75 บาท สโมสรนักศึกษาผู้พิการของคณะเศรษฐศาสตร์ ได้รับเงินจากงานนวดแผนไทย เข้ากองทุนการศึกษาสำหรับผู้พิการของคณะฯ จำนวน  40,958.38 บาท และนักศึกษาภาคปกติของคณะเศรษฐศาสตร์ ได้รับค่าตอบแทนในการดูแลจัดการร้านจำนวน  62,980.00 บาท

3. การลงมือปฏิบัติ

สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน

  1. 1. เปิดการเรียนการสอนวิชาเศรษฐกิจภาคประชาชนให้แก่นักศึกษาทั้งภาคปกติและภาคพิเศษ(ผู้พิการ)
  2. ให้บริการทางวิชาการแก่บุคคลภายนอกที่เป็นแรงงานและเกษตรกร
  3. จัดตั้งเครือข่ายดำเนินงาน
  4. จัดหาสถานที่ในการ “แบ่งปันตลาด” ต่อมาทางสหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้พื้นที่บริเวณศาลาหน้าสวนวชิรเบญจทัศน์ในการเป็นตลาดแบ่งปัน
  5. ระดมทุน
  6. อบรมเพิ่มเติมผู้เข้าร่วม ในเรื่อง การลงทุน การบริหารร้าน การเลือกสินค้า การให้บริการลูกค้า แพคเกจสินค้า การตลาด การบริหารค่าตอบแทน การทำบัญชี และการทำสต๊อกสินค้า และการมีเป้าหมายเพื่อสังคม

ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข

    ระบบการจัดร้านค้าโดยเฉพาะจุดชำระเงินจากการซื้อสินค้า ที่ลูกค้าต้องรอนาน ปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบ POS ในการจัดการเรื่องสต็อกสินค้า บัญชีร้าน และการชำระหน้าร้านได้รวดเร็วขึ้น

4. การตรวจสอบและวัดผล

วิธีการวัดผลและประเมินผล

               1.ยอดขายในแต่ละวัน/สัปดาห์ และสินค้าที่จำหน่ายและบริการ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

    ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2568 ร้าน ECOSON มียอดขายสินค้าและบริการไปแล้วจำนวน  909,211.90 บาท แผนแพทย์ไทยผู้พิการทางสายตา มีรายได้จากงานนวดจำนวน 81,916.75 บาท สโมสรนักศึกษาผู้พิการของคณะเศรษฐศาสตร์ ได้รับเงินจากงานนวดแผนไทย เข้ากองทุนการศึกษาสำหรับผู้พิการของคณะฯ จำนวน  40,958.38 บาท และนักศึกษาภาคปกติของคณะเศรษฐศาสตร์ ได้รับค่าตอบแทนในการดูแลจัดการร้านจำนวน  62,980.00 บาท

การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ

    การใช้แนวคิด “การแบ่งปันตลาด”เพื่อให้เกิดพื้นที่แห่งโอกาสให้แก่คนกลุ่มเปราะบาง อันได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกพืชไร้สารพิษ แรงงานในระบบที่ประสงค์จะมีอาชีพเสริม แรงงานนอกระบบ ผู้พิการ และนักศึกษา ได้ใช้พื้นที่ดังกล่าว ในการจำหน่ายพืชผัก อาหาร ไร้สารพิษ เช่น ผักสลัด ผักพื้นบ้าน โกโก้ น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น ที่เป็นสินค้าที่มาจากพื้นที่วิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ อันได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี พัทลุง ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ตลอดจนสินค้าและงานหัตถกรรมของผู้พิการ เช่น พรมเช็คเท้า ยาหม่องน้ำกัญชา เป็นต้น ตลอดจนงานบริการที่ดำเนินงานโดยนักศึกษาผู้พิการ คือ การนวดแผนไทย เป็นการนวดคอ บ่า ไหล่ ให้แก่ผู้ที่มาออกกำลังกายที่สวนวชิรเบญจทัศ โดยเกษตรกรเป็นผู้ผลิต นักศึกษาภาคปกติกับนักศึกษาผู้พิการกลุ่มการเคลื่อนไหว เป็นผู้บริหารและจัดการร้าน

5. การปรับปรุงและพัฒนา

แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

               การขยายแนวคิด “แบ่งปันตลาด” ไปในพื้นที่อื่น  และจะมีการทำโครงงานวิจัยในกลุ่มนักศึกษาผู้พิการ ที่เรียนวิชาโครงงานวิจัย ให้มาทำวิจัยบูรณาการร่วมเพื่อยกระดับร้านอีโคซอนต่อไป

แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน

               ปัจจุบันตลาดกลายเป็นปัจจัยการผลิตชนิดที่ 5 ที่มีความสำคัญต่อโลกทุนนิยม หากไม่มีตลาด ธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จไม่ได้ เพราะถึงจะมีเงินทุน หรือผลิตสินค้าดีเท่าไร หากไม่มีตลาดก็ไม่อาจบรรลุเป้าหมายการทำธุรกิจได้ ตลาดจึงกลายเป็นปัจจัยชี้วัดที่สำคัญที่สุด แต่ในประเทศไทย ตลาดตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนใหญ่เพียงไม่กี่ราย การผูกขาดตลาดจึงเป็นที่มาของต้นทุนในการเข้าถึงตลาด ก็คือ ค่าเช่า ตลาดใดลูกค้ามากค่าเช่าก็จะสูง แต่ก็พลอยทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของภาคประชาชนสูงไปด้วย ดังนั้น รัฐบาลในฐานะเป็นผู้คุมนโยบายและกฎหมาย หากมีกฎหมายที่ทำให้เกิดการแบ่งปันตลาด ระหว่างพื้นที่ตลาดของรายใหญ่กับรายเล็ก ก็จะทำให้ทุกฝ่ายดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง เพราะเศรษฐกิจไทยอยู่ได้ด้วยภาคประชาชนที่สร้าง GDP มากถึง 52% โครงการนี้จึงได้ทดลองให้มีการแบ่งปันตลาด โดยความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ ที่ได้เปิดตลาดให้แก่เกษตรกร ผู้พิการ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิต

6. ข้อมูลประกอบ

 
Scroll to Top