รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : KR 2.5.1/1
การทำงานวิจัยจากปัญหา Body of Knowledge ในการอธิบายแรงบันดาลใจที่ถูกต้องของนักออกแบบชาวญี่ปุ่น รวมทั้งวิธีการออกแบบในวัฒนธรรมญี่ปุ่น- Wabi-Sabi
ผู้จัดทำโครงการ
อาจารย์สุปรียา สุธรรมธารีกุล
วิทยาลัยการออกแบบ
1. บริบทและความสำคัญ
กรณีศึกษา กระบวนการออกแบบ และแนวความคิดในการออกแบบ ของนักออกแบบ เป็นวิธีการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพ ให้แก่ผู้ศึกษา และเป็นโอกาสเรียนรู้ไปพร้อมกันกับการสร้างสรรค์ผลงานของนักศึกษาและอาจารย์ในสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ด้วย คือนักออกแบบจากภูมิภาค เอเชีย คือ เรอิ คาวาคูโบ (Rei Kawakubo) นักออกแบบเสื้อผ้าชาวญี่ปุ่น เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในด้านการออกแบบแนวใหม่จากนักออกแบบทั่วโลก
จึงทำให้เกิดความท้าทายในการศึกษาวิจัย เพื่อหาคำตอบ เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงานของนักออกแบบญี่ปุ่น คือ Rei Kawakubo เจ้าของแบรนด์ Comme des Garçons ซึ่งเป็นผลงานแนวใหม่ หรือ Avant-Garde โดยมีผลงานที่แตกต่างจากนักออกแบบชาวตะวันตก นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยกับสมญานามว่า เป็น Decostructionist และมีแนวทางสร้างผลงานรูปแบบ Anti-Fashion โดยทั่วไปข้าพเจ้าจะเรียนรู้ และบันทึกความเป็นไป และได้ใช้แนวทางกรณีศึกษาและสรุปด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้มายังไม่สามารถอธิบายได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ยังมีข้อจำกัดหลายด้านที่ยังไม่สามารถศึกษาได้อย่างลึกซึ้ง เนื่องจากการทำความเข้าใจค่อนข้างยาก เพราะข้อมูลส่วนใหญ่มาจากนักประวัติศาสตร์แฟชั่น และสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่น ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว
จนกระทั่ง Metropolitan Museum ในนครนิวยอร์ค ได้เชิญนักออกแบบดังกล่าว ไปแสดงผลงานจึงเกิดความชัดเจนขึ้น ว่า แนวความคิดของนักออกแบบ มีความเกี่ยวข้องกับปรัชญาวาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ซึ่งคาวาคูโบ(Kawakubo) มีประวัติการศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ศิลปะ จึงมีความชื่อมั่นและมุ่งเน้นการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ ปรัชญาวาบิ-ซาบิ และสุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่น รวมทั้งสุนทรียศาสตร์เซน ตลอดจนวัฒนธรรม การเป็นอยู่ และการเมืองในประเทศตั้งแต่ยุคเฮอิอันจนถึงยุคคามาคุระตอนต้น จึงสามารถหาคำตอบ ถึงแรงบันดาลใจ แนวความคิดในการออกแบบ ผลงานออกแบบ ในบริบทของคาวาคูโบ และสามารถอธิบายได้ เกี่ยวกับนักออกแบบญี่ปุ่น Rei Kawakubo ได้อย่างมีนัยสำคัญ
แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ)
เป้าหมายในการจัดการความรู้ เพื่อบรรลุ (1) เป้าหมายของงาน ให้มีมุมมองที่กว้างขวางในด้านกระบวนการออกแบบของนักออกแบบต่างชาติ ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับปรัชญาวาบิ-ซาบิ สุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่น รวมทั้งปรัชญาของศิลปะเซน และแนวความคิดของพุทธศาสนานิกาย เซน นอกจากนี้ยังทำความเข้าใจ ศิลปะของญี่ปุ่น ทั้งความเรียบง่ายและความชื่นชมในความงามที่ไม่ยั่งยืนอีกด้วย (2) เป้าหมาย ด้านการพัฒนานักศึกษาให้เพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบ (3) เป้าหมายของมหาวิทยาลัยรังสิต ความเป็นเลิศในวิชาการ และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (4) เป้าหมาย การเป็นสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ เพื่อการเอื้ออาทร แลกเปลี่ยนความรู้ รวมทั้งการเผยแพร่ความรู้ให้กับบุคลากรทั้งอาจารย์และนักศึกษา
ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้
ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
- เจ้าของความรู้/สังกัด ผศ.สุปรีย่า สุธรรมธารีกุล สังกัด สาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ วิทยาลัยการออกแบบ
B.Sc. In Art Education, M.Sc. in Educational Technology (CU.Th.), MA.in Educational Psychology (Keio U. Japan), MA. In Fashion Design (U of Arts in UK)
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้
ผู้รวบรวมความรู้ ได้ทำการสอนในสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์มาเป็นเวลา 25 ปี ใช้ความรู้ในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการออกแบบ และรวบรวมความรู้แนวทางการออกแบบ และแนววามคิดในการออกแบบ จากการศึกษาปรัชญาDeconstruction ในระดับปริญญาโท และได้ใช้แนวทางปรัชญา Deconstruction ในการสอนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังมีความสนใจกระบวนการออกแบบขแงกลุ่มนักออกแบบชาวญี่ปุ่นที่เป็นตัวอย่างสำคัญของกลุ่มการออกแบบแนว Avant-Garde และ Anti-Fashion จึงได้รวบรวม และได้ใช้แนวทางการออกแบบของกลุ่มนักออกแบบชาวตะวันตก และตะวันออก เป็นตัวอย่างให้แก่นักศึกษา เสมอมา รวมทั้งแนวความคิดของปรัชญาวาบิ-ซาบิ เพื่อใช้ในการออกแบบ
2. การวางแผน
ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน
- ยุทธศาสตร์ที่ 2 โปรดระบุ
KR 2.5.1/1 การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน”
KR 2.5.1/1 การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา
- สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น
- ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ
รายละเอียดตัวชี้วัด
- การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน”บทความวิชาการตีพิมพ์ในระดับที่ได้รับการยอมรับในวงการวิชาการ ได้แก่การตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI
- การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา”
ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับการเผยแพร่ในระดับชาติที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าได้ผ่านการประเมินจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้นๆ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง (peer reviewer) ที่มาจากหลากหลายสถาบัน จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
ตัวชี้วัดรอง (หากมีการวัดผลและประเมินผล ให้อธิบายรายละเอียดตัวชี้วัดโดยสรุป)
- การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน”
-มีการประเมินผลโดย Focus group จำนวน 3 คน
- การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา”
-ผลงานสร้างสรรค์ได้รับรางวัลที่ 1 จาก peer reviewer
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- จากความรู้ที่ได้บันทึกไว้ ในการศึกษาผลงานของนักออกแบบทั้งตะวันตกและตะวันออก จึงได้เลือกผลงานที่สร้างสรรค์ในแนวก้าวหน้าของนักออกแบบชาวญี่ปุ่น และประวัติการแสดงผลงาน ตลอดจน ผลงานที่ได้จัดแสดงในนิทรรศการที่ The Metropolitan Museum of Art 2018
- ประวัติการศึกษาของนักออกแบบ
- ประวัติ ปรัชญาวาบิ-วาบิ และสุนทรียศาสตร์ ญี่ปุ่นทั้งเซน และวาบิ-ซาบิ
- วิเคราะห์ข้อมูลสรุปผลการศึกษา ผลงานนักออกแบบคาวาคูโบที่ ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิ ปรัชญาสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ และสุนทรียศาสตร์เซน
- การออกแบบตัดเย็บ
เผยแพร่ ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ และบทความวิจัย โครงการวิจัยที่ 1 เผยแพร่ผลงานวิจัยโครงการที่1แสดงผลงาน ออนไลน์ ในการประชุมนานาชาติ วิทยาลัยการออกแบบ “International Symposium: working in progress #12th
ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)
-โครงการวิจัยที่ 1การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน” งบประมาณ 123,000 บาท
-โครงการวิจัยที่2 การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา” งบประมาณ 139,250 บาท
3. การลงมือปฏิบัติ
สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน
- ค้นคว้า รวบรวม บทความ วรรณกรรม เอกสาร สื่ออีเล็คโทรนิกส์ รูปภาพ และอื่นๆ
- ดูงาน ณ วิสาหกิจชุมชุนบ้านตูบแก้วคำ อ.เสริมงาม จังหวัดลำปาง เพื่อดูการผลิตเส้นใยฝ้าย ย้อม ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงการผลิตทอเป็นผืน (งบประมาณส่วนตัว) และในวิจัยต่อเนื่อง ได้ไปทัศนศึกษาวัฒนธรรม และสถานที่อ้างอิงเกี่ยวกับ วาบิ-ซาบิ ประเทศญี่ปุ่น(งบประมาณส่วนตัว)
- วิเคราะห์ข้อมูล และเริ่มทดลองออกแบบ
- ทดลองออกแบบพื้นผิว และโครงเสื้อ
-โครงการวิจัยที่ 1การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน”ทดลองสร้างโครงเสื้อ เรียบ และพื้นผิวเรียบง่าย เน้น แนวความคิดซาบิ หรือ ความเรียบง่าย และไม่แน่นอน
-โครงการวิจัยที่2 การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา”เน้นความคิดซาบิ หรือความอ้างว้าง และความเสื่อมโทรม เน้นโครงเสื้อ และพื้นผิวที่ผ่านกาลเวลา การเย็บมือเรียบง่าย
- การผลิตผลงาน ตัดเย็บ
ตัดเย็บและลองสวม แก้ไข และผลิจผลงานสำเร็จ
-โครงการวิจัยที่ 1การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน” ตัดเย็บผลงานสร้างสรรค์ 5 ชุด
-โครงการวิจัยที่2 การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา”ตัดเย็บผลงานสร้างสรรค์ 5 ชุด (ใช้งบส่วนตัว 2 ชุด)
- เผยแพร่
-โครงการวิจัยที่ 1การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน” เผยแพร่ บทความวิจัยฐาน TCI
-โครงการวิจัยที่2 การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา” แสดงผลงาน ออนไลน์ ในการประชุมนานาชาติ วิทยาลัยการออกแบบ “International Symposium: working in progress #12”
ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข
- ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การตัดสินการสรุปข้อมูลปรัชญาวาบิ-ซาบิ เพื่อการวิจัยเชิงคุณภาพ และใช้ข้อมูลดังกล่าวมาเป็นแนวความคิดในการออกแบบ
- Focus group ประกอบด้วยนักออกแบบและนักวิชาการ ผู้วิพากย์และวัดผลงาน ในการวิจัย การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน” มิได้วิพากย์เกี่ยวกับปรัชญา วาบิ-ซาบิ อย่างไรก็ตาม readerผู้ตรวจผลงานวิจัยมีการวิพากย์เนื้อห้าวิจัยวาบิ-ซาบิและแนะนำให้ เผยแพร่ในวารสาร TCI ระกับนานาชาติ
- ด้านงบประมาณมีปัญหา งบประมาณค่าใช้สอย ซึ่งวัสดุ ผ้าไทยที่มีราคาแพง ผู้ศึกษาจึงต้องใช้งบประมาณส่วนตัวอีกส่วนหนึ่ง สำหรับในเผยแพร่ ผลงานสร้างสรรค์สาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ จำเป็นต้องใช้งบประมาณค่านางแบบ การถ่ายภาพ และวิดีโอ ซึ่งมีปัญหาในการของบประมาณ ช่วงบุกเบิก
4. การตรวจสอบและวัดผล
วิธีการวัดผลและประเมินผล
-โครงการวิจัยที่ 1การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน”ได้ใช้ การวัดผลโดยกลุ่ม Focus group ประกอบด้วยนักออกแบบและนักวิชาการ ผู้วิพากย์และวัดผลงาน ในการวิจัย 3 คน ใช้แบบสอบถาม แบบLinkert scale ประเมินผลในระดับดี และการประเมินรายงานการวิจัยจากสถาบันวิจัย
-โครงการวิจัยที่2 การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา” ใช้แบบสอบถาม มาตรฐานการให้แสดงผลงาน ของวิทยาลัยการออกแบบ โดยกลุ่ม peer group แสดงผลงาน ออนไลน์ ในการประชุมนานาชาติ วิทยาลัยการออกแบบ “International Symposium: working in progress #12” ได้รางวัลที่ 1
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
- ได้ความรู้และเข้าใจ ปรัชญาวาบิ-ซาบิ สุนทรียศาสตร์วาบิ-ซาบิ และสุนทรียศาสตร์เซน ตลอดจนประวัติ และที่มา ตามวัตถุประสงค์ (รายวิจัยในเอกสารแนบ)
- มีความมั่นใจในการอธิบาย และทดลองใช้ กระบวนการออกแบบ
- เพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ ความเข้าใจในการออกแบบของนักออกแบบทั้งตะวันตก และตะวันออก ในเชิงวิชาการ
- มีวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับแรงบันดาลใจจากมุมแคบจนถึงมุมกว้างเพิ่ม
- การสร้างสรรค์ ในมุมมองใหม่ และการยอมรับในผลงานออกแบบจากความสามารถภายในตัวบุคคล(intuition)
- การยอมรับแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ ทั้งความงามและเสื่อมโทรม ด้วยความจริงใจ
- การยอมรับในความลึกซึ้ง สัมผัสได้ด้วยจิตใจ หรือ Mono no Aware
- มีความคิดในการทำวิจัย และการเขียนตำราทุก 2 ปี
การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ
ผลลัพธ์ และเป้าหมายสามารถดำเนินการได้สำเร็จส่วนใหญ่ ยกเว้นการเผยแพรความรู้ให้กับวิสาหกิจ ชุมชน และการแชร์ความรู้ให้กับอาจารย์ทุกคนในสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์อย่างเป็นทางการ ยกเว้นการอ่านจากเอกสาร
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ
การดูงานในประเทศญี่ปุ่น การทดลองใช้หลักการ และแนวทางสุนทรียศาสตร์ และปรัชญาทางตะวันออก เช่น วาบิ-ซาบิ ในการปฏิบัติการออกแบบด้วยตนเอง และทดลองใช้ปรัชญาดังกล่าวในการสอนในสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์
5. การปรับปรุงและพัฒนา
แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
5.1 นำเสนอผลงานวิจัย ณ เวทีวิจัยของสถาบันการศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ
5.2 ใช้ข้อมูลในการสอนการออกแบบ และเผยแพร่ข้อมูลเพื่อนักศึกษาและอาจารย์ในสาขาวิชาและสถาบันภายนอก
5.3 พัฒนาผลงานที่ทดลองออกแบบให้เป็นไปได้ในวิสาหกิจชุมชน
5.4 ใช้องค์ความรู้ในการเขียนตำรา ในอนาคต
แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน
การใช้องค์ความรู้ในการเขียนตำราการออกแบบ และเผยแพร่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่าย แก่วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจ SME
6. ข้อมูลประกอบ
6.1 Vol. 10 No. 1 (2023): January – June : https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jcsh/article/view/3292/2306
6.2 https://workinprogress-symposium.design/wp-content/uploads/2024/07/Symposium-2024.pdf
- รายงานการวิจัย
6.3.1 โครงการวิจัยที่ 1การประยุกต์ใช้ปรัชญาวาบิ-ซาบิในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ธรรมชาติ:ความไม่ยั่งยืน”2565
6.3.2 โครงการวิจัยที่2 การทดลองใช้แนวความคิดจากสุนทรียศาสตร์ วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเรื่อง “ความชื่นชมความงามของสิ่งที่ผ่านกาลเวลา”2567
