รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : KR 2.2.3
พัฒนานวัตกรรมด้านกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์สุขภาพร่วมกับสหวิชาชีพ
ผู้จัดทำโครงการ
ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์, ดร.เบญจรัตน์ แสงทอง, ดร.จิรพิมล เขาเขียว และ ดร.สมชนก หงษ์ทอง
คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา
1. บริบทและความสำคัญ
ที่ผ่านมา บุคลากรทางกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์สุขภาพได้มีการดำเนินงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่จำนวนมาก ทั้งในด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในบริบทของการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในงานสร้างเสริมสุขภาพระดับชุมชนหรือสถานบริการสุขภาพ พบว่ายังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น การขาดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานจริง การขาดนวัตกรรมที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงข้อจำกัดด้านการออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ที่สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ การบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างศาสตร์ด้านกายภาพบำบัด วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิศวกรรมศาสตร์ จะช่วยให้สามารถพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือระบบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง มีความเหมาะสมต่อบริบทของผู้ใช้ และสามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสมรรถภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันในลักษณะสหวิชาชีพยังเป็นการส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม (innovation thinking) การต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในระบบสุขภาพหรือขยายผลในระดับชุมชนและอุตสาหกรรมสุขภาพได้ในอนาคต
แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยการพัฒนาเครื่องมือหรืออุปกรณ์นวัตกรรมที่สอดคล้องกับหลักการทางกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์สุขภาพ ช่วยสนับสนุนกระบวนการประเมิน การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้รับบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในสถานพยาบาลและในชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นการนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยด้านกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์สุขภาพมาพัฒนาเป็นเครื่องมือหรือรูปแบบนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในทางคลินิกหรือการส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการให้บริการของบุคลากรสุขภาพ เนื่องจากการพัฒนาอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่เหมาะสมจะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และช่วยให้บุคลากรสามารถดูแลผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นการเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้รับบริการ เนื่องจากนวัตกรรมที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย มีความปลอดภัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการ จะช่วยให้ผู้รับบริการมีประสบการณ์ที่ดีต่อการรักษาและการฟื้นฟูสมรรถภาพ ส่งผลต่อความร่วมมือในการรักษาและผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้น และเป็นการเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือหรืออุปกรณ์ด้านสุขภาพของประชาชน หากในอนาคตสามารถผลิตนวัตกรรมได้ในเชิงอุตสาหกรรม ก็จะช่วยลดต้นทุน ทำให้สถานบริการสุขภาพ ชุมชน และประชาชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์หรือเครื่องมือดังกล่าวได้ง่ายมากขึ้น และการสร้างต้นแบบนวัตกรรมจากองค์ความรู้เดิมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลงานวิจัยเชิงนวัตกรรม การจดสิทธิบัตรอีกด้วย
ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้
- ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
- อื่น ๆ (โปรดระบุ) ความรู้จากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง ได้แก่ องค์ความรู้ด้านการวิจัย กายภาพบำบัด และวิศวกรรมศาสตร์
- ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
- อื่น ๆ (ระบุ) ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การทำงาน
2. การวางแผน
ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน
ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)
- ยุทธศาสตร์ที่ 2 โปรดระบุ KR 2.2.3 จำนวนงานวิจัยหรือชุดงานวิจัย งานสร้างสรรค์และ/หรือนวัตกรรมที่พัฒนาร่วมกันแบบสหวิทยาการ หรือเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวิชา กลุ่มคณะ หรือร่วมมือกับภายนอก
- สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น
- ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ
รายละเอียดตัวชี้วัด
จำนวนผลงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่พัฒนาร่วมกับสหวิชาชีพ ในปีการศึกษา 2568 มีจำนวน 5 ผลงาน ได้แก่
- อุปกรณ์สวมใส่สำหรับตรวจวัดรูปแบบการหายใจ โดย ดร.เบญจรัตน์ แสงทอง คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ ผศ.ธนกร อยู่โต คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต
- Application AI-Assisted Emotion Training for Individuals with Autism Spectrum Disorder (ASD) A development Approach โดย ดร.จิรพิมล เขาเขียว คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต
- อุปกรณ์เกมฝึกการทรงตัวแบบ real time feedback โดย ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์ คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต
- อุปกรณ์เกมฝึกการเคลื่อนไหวและการรู้คิดของสมอง โดย ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์ คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต
- อุปกรณ์ช่วยฝึกมือแบบ 2 ระนาบ โดย ดร.สมชนก หงษ์ทอง คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ รศ.ดร.ชนะ รักษ์ศิริ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การวิเคราะห์ปัญหาและข้อจำกัดของการฝึกทางกายภาพบำบัดในปัจจุบัน
- การระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสหวิชาชีพ
- การออกแบบและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม (Prototype Development)
- การรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน (User Feedback)
- การปรับปรุงและพัฒนาต้นแบบ
- การทดสอบการใช้งานจริง (Prototype Testing)
- การสรุปผลและเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาต่อยอด
3. การลงมือปฏิบัติ
สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน
- วิเคราะห์ปัญหาและข้อจำกัด
รวบรวมและวิเคราะห์ปัญหาที่พบในการฝึกฟื้นฟูและการส่งเสริมสุขภาพทางกายภาพบำบัด เช่น ข้อจำกัดของอุปกรณ์ที่มีอยู่ ความไม่สะดวกในการใช้งาน และการเข้าถึงอุปกรณ์ของผู้รับบริการ เพื่อนำมากำหนดประเด็นในการพัฒนานวัตกรรม
- ระดมความคิดเห็นและออกแบบแนวคิดนวัตกรรม
ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักกายภาพบำบัด และนักศึกษาวิศวกรรม เพื่อร่วมกันออกแบบแนวคิดของอุปกรณ์หรือเครื่องมือนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณและระยะเวลา
- พัฒนาต้นแบบนวัตกรรม
นักศึกษาดำเนินการออกแบบและผลิตต้นแบบอุปกรณ์ โดยมีอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการทางกายภาพบำบัดและวิศวกรรม
- ทดลองใช้งานและรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้
นำต้นแบบไปทดลองใช้งานและรับข้อเสนอแนะจากนักกายภาพบำบัดและบุคลากรสุขภาพ เพื่อนำมาปรับปรุงรูปแบบและการใช้งานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
- ปรับปรุงและทดสอบการใช้งานจริง
ปรับแก้ต้นแบบตามข้อเสนอแนะ และนำไปทดลองใช้งานอีกครั้งเพื่อประเมินความเหมาะสม ประสิทธิภาพ และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริงหรือพัฒนาต่อยอดในอนาคต
ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข
ข้อจำกัดด้านงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เนื่องจากงบประมาณในการพัฒนาต้นแบบมีจำกัด ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชิ้นส่วนที่เลือกใช้มีคุณภาพหรือประสิทธิภาพไม่สูงเท่าที่ควรและชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต้องเลือกใช้มีน้ำหนักมาก ส่งผลต่อความเสถียรหรือความแม่นยำของการใช้งาน และไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายหรือใช้งานในบางบริบท
แนวทางการแก้ไข: มีการปรับเปลี่ยนหรือเลือกใช้ชิ้นส่วนที่มีความเหมาะสมกับงบประมาณมากขึ้น รวมทั้งปรับรูปแบบการออกแบบอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของวัสดุและอุปกรณ์ที่สามารถจัดหาได้ และมีการปรับลดสเปกของอุปกรณ์และโครงสร้างบางส่วนให้เหมาะสมกับงบประมาณ
4. การตรวจสอบและวัดผล
วิธีการวัดผลและประเมินผล
การประเมินความก้าวหน้าของโครงการโดยคณาจารย์คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ เกี่ยวกับการออกแบบ การผลิตต้นแบบบ และความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง และการนำเสนออุปกรณ์ของนักศึกษาเมื่อจบโครงการโดยมีคณาจารย์จากคณะกายภาพบำบัดฯ มาร่วมทดลองการใช้งานต้นแบบอุปกรณ์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ความสะดวก และประสิทธิภาพในการใช้งาน และประเมินความเป็นไปได้ในการนำอุปกรณ์ไปใช้จริงหรือพัฒนาต่อยอดในอนาคต
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ได้อุปกรณ์ต้นแบบสำหรับใช้ในการฝึก ฟื้นฟู หรือส่งเสริมสุขภาพทางกายภาพบำบัด ซึ่งสามารถนำไปทดลองใช้งานจริงและพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังเกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสหวิชาชีพ ได้แก่ สาขากายภาพบำบัด วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิศวกรรมศาสตร์ ในการร่วมออกแบบ พัฒนา และปรับปรุงนวัตกรรมให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง
การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ
จากการดำเนินงานพบว่าสามารถพัฒนาผลงานอุปกรณ์ต้นแบบได้ตามเป้าหมายที่กำหนด โดยตัวชี้วัดความสำเร็จคือจำนวนผลงานหรือนวัตกรรมต้นแบบที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพ ซึ่งในปีการศึกษานี้มีผลงานทั้งหมดจำนวน 5 ชิ้น ที่สามารถนำไปทดลองใช้งานและพัฒนาต่อยอดได้ต่อไป ถือเป็นการบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาแนวปฏิบัติที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา และการฟื้นฟูทางกายภาพบำบัด
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ
การทำงานร่วมกันระหว่างสาขากายภาพบำบัด วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้สามารถบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านสุขภาพและด้านเทคโนโลยีในการพัฒนานวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม และการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน เช่น นักกายภาพบำบัดหรือบุคลากรสุขภาพ เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะ ทำให้สามารถปรับปรุงอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง รวมถึงการสนับสนุนจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาในการให้คำปรึกษาและกำกับดูแล ช่วยให้การพัฒนานวัตกรรมเป็นไปอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับหลักวิชาการ
5. การปรับปรุงและพัฒนา
แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
ควรพัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์ต้นแบบทั้งด้านวัสดุ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการออกแบบโครงสร้าง เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน
นำอุปกรณ์ต้นแบบไปศึกษาทดลองในเชิงการวิจัย เพื่อประเมินประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ต่อการส่งเสริมสุขภาพหรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาต่อยอดและการนำอุปกรณ์ไปใช้ในวงกว้างต่อไป
6. ข้อมูลประกอบ
เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
รูปที่ 1 หลักฐานรางวัลผลงานประดิษฐ์ “อุปกรณ์สวมใส่สำหรับตรวจวัดรูปแบบการหายใจ โดย ดร.เบญจรัตน์ แสงทอง ผศ.ธนกร อยู่โต และคณะ
รูปที่ 2 ผลงานต้นแบบอุปกรณ์เกมฝึกการทรงตัวแบบ real time feedback และ อุปกรณ์เกมฝึกการเคลื่อนไหวและการรู้คิดของสมอง โดย ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์ และคณะ
รูปที่ 3 Application AI-Assisted Emotion Training for Individuals with Autism Spectrum Disorder (ASD) – A development Approach โดย ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ ดร.จิรพิมล เขาเขียว และคณะ
รูปที่ 4 อุปกรณ์ช่วยฝึกมือแบบ 2 ระนาบ โดย รศ.ดร.ชนะ รักษ์ศิริ ดร.สมชนก หงษ์ทอง และคณะ
