รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : KR 2.2.3

พัฒนานวัตกรรมด้านกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์สุขภาพร่วมกับสหวิชาชีพ

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

ผู้จัดทำโครงการ​

ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์, ดร.เบญจรัตน์ แสงทอง, ดร.จิรพิมล เขาเขียว และ ดร.สมชนก หงษ์ทอง

คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา

1. บริบทและความสำคัญ

ที่ผ่านมา บุคลากรทางกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์สุขภาพได้มีการดำเนินงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่จำนวนมาก ทั้งในด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในบริบทของการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในงานสร้างเสริมสุขภาพระดับชุมชนหรือสถานบริการสุขภาพ พบว่ายังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น การขาดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานจริง การขาดนวัตกรรมที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงข้อจำกัดด้านการออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ที่สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ การบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างศาสตร์ด้านกายภาพบำบัด วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิศวกรรมศาสตร์ จะช่วยให้สามารถพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือระบบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง มีความเหมาะสมต่อบริบทของผู้ใช้ และสามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสมรรถภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันในลักษณะสหวิชาชีพยังเป็นการส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม (innovation thinking) การต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในระบบสุขภาพหรือขยายผลในระดับชุมชนและอุตสาหกรรมสุขภาพได้ในอนาคต                                                                                                

                แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยการพัฒนาเครื่องมือหรืออุปกรณ์นวัตกรรมที่สอดคล้องกับหลักการทางกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์สุขภาพ ช่วยสนับสนุนกระบวนการประเมิน การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้รับบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในสถานพยาบาลและในชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นการนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยด้านกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์สุขภาพมาพัฒนาเป็นเครื่องมือหรือรูปแบบนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในทางคลินิกหรือการส่งเสริมสุขภาพเพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการให้บริการของบุคลากรสุขภาพ เนื่องจากการพัฒนาอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่เหมาะสมจะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และช่วยให้บุคลากรสามารถดูแลผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นการเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้รับบริการ เนื่องจากนวัตกรรมที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย มีความปลอดภัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการ จะช่วยให้ผู้รับบริการมีประสบการณ์ที่ดีต่อการรักษาและการฟื้นฟูสมรรถภาพ ส่งผลต่อความร่วมมือในการรักษาและผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้น และเป็นการเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือหรืออุปกรณ์ด้านสุขภาพของประชาชน หากในอนาคตสามารถผลิตนวัตกรรมได้ในเชิงอุตสาหกรรม ก็จะช่วยลดต้นทุน ทำให้สถานบริการสุขภาพ ชุมชน และประชาชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์หรือเครื่องมือดังกล่าวได้ง่ายมากขึ้น และการสร้างต้นแบบนวัตกรรมจากองค์ความรู้เดิมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลงานวิจัยเชิงนวัตกรรม การจดสิทธิบัตรอีกด้วย

ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้

  • ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
  • อื่น ๆ (โปรดระบุ)     ความรู้จากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง ได้แก่ องค์ความรู้ด้านการวิจัย กายภาพบำบัด และวิศวกรรมศาสตร์    
  • ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
  • อื่น ๆ (ระบุ) ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การทำงาน   

2. การวางแผน

ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน

ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)

  • ยุทธศาสตร์ที่ 2   โปรดระบุ KR 2.2.3 จำนวนงานวิจัยหรือชุดงานวิจัย งานสร้างสรรค์และ/หรือนวัตกรรมที่พัฒนาร่วมกันแบบสหวิทยาการ หรือเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวิชา กลุ่มคณะ หรือร่วมมือกับภายนอก
  •  สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น
  • ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ

รายละเอียดตัวชี้วัด

จำนวนผลงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่พัฒนาร่วมกับสหวิชาชีพ ในปีการศึกษา 2568 มีจำนวน 5 ผลงาน ได้แก่

  1. อุปกรณ์สวมใส่สำหรับตรวจวัดรูปแบบการหายใจ โดย ดร.เบญจรัตน์ แสงทอง คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ ผศ.ธนกร อยู่โต คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  2. Application AI-Assisted Emotion Training for Individuals with Autism Spectrum Disorder (ASD) A development Approach โดย ดร.จิรพิมล เขาเขียว คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  3. อุปกรณ์เกมฝึกการทรงตัวแบบ real time feedback โดย ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์ คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  4. อุปกรณ์เกมฝึกการเคลื่อนไหวและการรู้คิดของสมอง โดย ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์ คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  5. อุปกรณ์ช่วยฝึกมือแบบ 2 ระนาบ โดย ดร.สมชนก หงษ์ทอง คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับ รศ.ดร.ชนะ รักษ์ศิริ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. การวิเคราะห์ปัญหาและข้อจำกัดของการฝึกทางกายภาพบำบัดในปัจจุบัน
  2. การระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสหวิชาชีพ
  3. การออกแบบและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม (Prototype Development)
  4. การรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน (User Feedback)
  5. การปรับปรุงและพัฒนาต้นแบบ
  6. การทดสอบการใช้งานจริง (Prototype Testing)
  7. การสรุปผลและเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาต่อยอด

3. การลงมือปฏิบัติ

สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน

  1. วิเคราะห์ปัญหาและข้อจำกัด

รวบรวมและวิเคราะห์ปัญหาที่พบในการฝึกฟื้นฟูและการส่งเสริมสุขภาพทางกายภาพบำบัด เช่น ข้อจำกัดของอุปกรณ์ที่มีอยู่ ความไม่สะดวกในการใช้งาน และการเข้าถึงอุปกรณ์ของผู้รับบริการ เพื่อนำมากำหนดประเด็นในการพัฒนานวัตกรรม

  1. ระดมความคิดเห็นและออกแบบแนวคิดนวัตกรรม

ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักกายภาพบำบัด และนักศึกษาวิศวกรรม เพื่อร่วมกันออกแบบแนวคิดของอุปกรณ์หรือเครื่องมือนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณและระยะเวลา

  1. พัฒนาต้นแบบนวัตกรรม

นักศึกษาดำเนินการออกแบบและผลิตต้นแบบอุปกรณ์ โดยมีอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการทางกายภาพบำบัดและวิศวกรรม

  1. ทดลองใช้งานและรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้

นำต้นแบบไปทดลองใช้งานและรับข้อเสนอแนะจากนักกายภาพบำบัดและบุคลากรสุขภาพ เพื่อนำมาปรับปรุงรูปแบบและการใช้งานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

  1. ปรับปรุงและทดสอบการใช้งานจริง

ปรับแก้ต้นแบบตามข้อเสนอแนะ และนำไปทดลองใช้งานอีกครั้งเพื่อประเมินความเหมาะสม ประสิทธิภาพ และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริงหรือพัฒนาต่อยอดในอนาคต                         

ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข

ข้อจำกัดด้านงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

เนื่องจากงบประมาณในการพัฒนาต้นแบบมีจำกัด ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชิ้นส่วนที่เลือกใช้มีคุณภาพหรือประสิทธิภาพไม่สูงเท่าที่ควรและชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต้องเลือกใช้มีน้ำหนักมาก ส่งผลต่อความเสถียรหรือความแม่นยำของการใช้งาน และไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายหรือใช้งานในบางบริบท

แนวทางการแก้ไข: มีการปรับเปลี่ยนหรือเลือกใช้ชิ้นส่วนที่มีความเหมาะสมกับงบประมาณมากขึ้น รวมทั้งปรับรูปแบบการออกแบบอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของวัสดุและอุปกรณ์ที่สามารถจัดหาได้ และมีการปรับลดสเปกของอุปกรณ์และโครงสร้างบางส่วนให้เหมาะสมกับงบประมาณ

4. การตรวจสอบและวัดผล

วิธีการวัดผลและประเมินผล

               การประเมินความก้าวหน้าของโครงการโดยคณาจารย์คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ เกี่ยวกับการออกแบบ การผลิตต้นแบบบ และความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง และการนำเสนออุปกรณ์ของนักศึกษาเมื่อจบโครงการโดยมีคณาจารย์จากคณะกายภาพบำบัดฯ มาร่วมทดลองการใช้งานต้นแบบอุปกรณ์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ความสะดวก และประสิทธิภาพในการใช้งาน และประเมินความเป็นไปได้ในการนำอุปกรณ์ไปใช้จริงหรือพัฒนาต่อยอดในอนาคต                  

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

               ได้อุปกรณ์ต้นแบบสำหรับใช้ในการฝึก ฟื้นฟู หรือส่งเสริมสุขภาพทางกายภาพบำบัด ซึ่งสามารถนำไปทดลองใช้งานจริงและพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังเกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสหวิชาชีพ ได้แก่ สาขากายภาพบำบัด วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิศวกรรมศาสตร์ ในการร่วมออกแบบ พัฒนา และปรับปรุงนวัตกรรมให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง                                                                            

การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

               จากการดำเนินงานพบว่าสามารถพัฒนาผลงานอุปกรณ์ต้นแบบได้ตามเป้าหมายที่กำหนด โดยตัวชี้วัดความสำเร็จคือจำนวนผลงานหรือนวัตกรรมต้นแบบที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพ  ซึ่งในปีการศึกษานี้มีผลงานทั้งหมดจำนวน 5 ชิ้น ที่สามารถนำไปทดลองใช้งานและพัฒนาต่อยอดได้ต่อไป ถือเป็นการบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาแนวปฏิบัติที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา และการฟื้นฟูทางกายภาพบำบัด       

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ

               การทำงานร่วมกันระหว่างสาขากายภาพบำบัด วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้สามารถบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านสุขภาพและด้านเทคโนโลยีในการพัฒนานวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม และการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน เช่น นักกายภาพบำบัดหรือบุคลากรสุขภาพ เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะ ทำให้สามารถปรับปรุงอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง รวมถึงการสนับสนุนจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาในการให้คำปรึกษาและกำกับดูแล ช่วยให้การพัฒนานวัตกรรมเป็นไปอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับหลักวิชาการ 

5. การปรับปรุงและพัฒนา

แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

               ควรพัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์ต้นแบบทั้งด้านวัสดุ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการออกแบบโครงสร้าง เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น     

แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน

นำอุปกรณ์ต้นแบบไปศึกษาทดลองในเชิงการวิจัย เพื่อประเมินประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ต่อการส่งเสริมสุขภาพหรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาต่อยอดและการนำอุปกรณ์ไปใช้ในวงกว้างต่อไป

6. ข้อมูลประกอบ

เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

รูปที่ 1 หลักฐานรางวัลผลงานประดิษฐ์ “อุปกรณ์สวมใส่สำหรับตรวจวัดรูปแบบการหายใจ โดย ดร.เบญจรัตน์ แสงทอง ผศ.ธนกร อยู่โต และคณะ

รูปที่ 2 ผลงานต้นแบบอุปกรณ์เกมฝึกการทรงตัวแบบ real time feedback และ อุปกรณ์เกมฝึกการเคลื่อนไหวและการรู้คิดของสมอง โดย ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์ และคณะ

รูปที่ 3 Application AI-Assisted Emotion Training for Individuals with Autism Spectrum Disorder (ASD) – A development Approach โดย ผศ.ดร. จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์ ดร.จิรพิมล เขาเขียว และคณะ

รูปที่ 4 อุปกรณ์ช่วยฝึกมือแบบ 2 ระนาบ โดย รศ.ดร.ชนะ รักษ์ศิริ ดร.สมชนก หงษ์ทอง และคณะ

 
Scroll to Top