รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : KR 2.1.2

การพัฒนาผลงานวิจัยเพื่อการยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการ

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

ผู้จัดทำโครงการ​

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สกันท์ วารินหอมหวล

วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก

1. บริบทและความสำคัญ

เนื่องด้วยในปัจจุบันวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มีบุคลากรที่ยังไม่มีผลงานทางวิชาการ อาทิเช่น การตีพิมพ์วารสาร ระดับชาติ หรือ ระดับนานาชาติ ส่งผลต่อการยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการ รวมถึงข้อจำกัดในการสอนระดับบัณฑิตศึกษา การรับนักศึกษา จึงต้องการริเริ่มแนวปฏิบัติในการส่งเสริมการทำวิจัยและการตีพิมพ์ผลงานวิชาการในแก่อาจารย์ภายในวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก โดยทำการสำรวจรายชื่ออาจารย์ที่มีผลงานตีพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ มีความร่วมมือภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อเป็น mentor ในการแนะนำการวิจัยต่อไป

ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้

☑ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
☑ เจ้าของความรู้/สังกัด  คณาจารย์ที่มีผลงานทางวิชาการ ที่มีค่า H-Index ตั้งแต่ 3 ขึ้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้

          เป็นการดึงเอาทักษะและประสบการณ์เฉพาะตัว ของอาจารย์ที่มีผลงานตีพิมพ์ต่อเนื่อง มาถ่ายทอดให้อาจารย์ใหม่ หรืออาจารย์ที่ยังไม่มีผลงานทางวิชาการ แนวทางในการทำวิจัย และการหาทุนวิจัย เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนางานวิจัย โอกาสในการตอบรับการตีพิมพ์  ประกอบไปด้วย 1) เทคนิคการเลือกวารสารที่เหมาะสมกับเนื้องานวิจัย 2) การแก้บทความตามคำแนะนำของ reviewer ถูกต้องตามหลักทางวิชาการ 3) การบริหารจัดการเวลา โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ทำวิจัยควบคู่ไปกับภาระงานสอน เพื่อให้ผลิตผลงานได้สม่ำเสมอ 4) เครือข่ายวิจัย แนะนำการร่วมมือระหว่างสถาบันเพื่อให้งานวิจัยของตนเองกว้างขึ้น 5) การใช้ mentor ให้อาจารย์ผู้มีประสบการณ์จับคู่กับอาจารย์ เพื่อให้คำแนะนำในการทำวิจัย  การเขียนขอทุนวิจัย 6) แนวทางการขอตำแหน่งทางวิชาการ

2. การวางแผน

ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน
ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)

  • ยุทธศาสตร์ที่     2   โปรดระบุ KR    KR2.1.2

 รายละเอียดตัวชี้วัด

  • จำนวนอาจารย์ นักวิจัยที่มีค่า H-Index ตั้งแต่ 3 ขึ้นไป                        

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1) สำรวจมูลการตีพิมพ์งานวิจัย ทุนวิจัย และการขอตำแหน่งทางวิชาการ
2) แบ่งกลุ่มอาจารย์โดยให้กลุ่มที่มีผลงานวิจัยต่อเนื่อง ถ่ายทอดประสบการณ์การทำวิจัย ถ่ายทอดวิธีการขอทุนวิจัย เครือข่ายวิจัย
3) ทำแผน timeline ในการทำงานวิจัยการจับคู่กับ mentor รวมถึงการขอตำแหน่งทางวิชาการ
4) ติดตามผลการดำเนินการเป็นระยะ
5) สรุปผลและแนวทางในการจัดทำกิจกรรมดังกล่าวในระยะที่ 2 ต่อไป (นำผลที่ได้มาปรับปรุงและพัฒนาต่อระยะที่ 2)

3. การลงมือปฏิบัติ

สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน

               จากการสำรวจพบว่าอาจารย์ส่วนใหญ่มีการทำวิจัยแต่เป็นเพียงผู้ประพันธ์ร่วม (co-author) และมีการทำวิจัยนำเสนอผลงานผ่านงานประชุมวิชาการระดับชาติ ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ในส่วนของการตีพิมพ์ผลงานวารสารทางวิชาการระดับชาติ หรือนานาชาติ ยังมีอยู่น้อยที่เป็น first author และ corresponding author ซึ่งจะส่งผลต่อการยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการจัดสรรเวลาในการดำเนินการวิจัยที่ทำให้ไม่มีเวลาในการวิจัย

ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข

          อาจารย์ขาดงบประมาณในการทำวิจัย และมีภาระงานสอนที่เยอะ ซึ่งแนวทางในการแก้ไขโดยการจับคู่อาจารย์ที่มีงบประมาณ เครื่องมือ อุปกรณ์ และทำการวางแผน timeline ในการทำวิจัย การนำเข้าที่ประชุมเพื่อจัดภาระงานสอนให้เหมาะสมกับอาจารย์ที่มีแผนทำวิจัยและทำตำแหน่งทางวิชาการ นอกจากนี้อาจารย์ส่วนใหญ่ไม่ได้ดำเนินการเปิดฐานข้อมูล google scholar ทำให้ไม่มีข้อมูล 

4. การตรวจสอบและวัดผล

วิธีการวัดผลและประเมินผล

               อาจารย์มีค่า H-Index อย่างน้อย 3 ขึ้นไป มีแผน timeline ในการทำวิจัยและการยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการ

 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

               อาจารย์มีค่า H-Index อย่างน้อย 3 ขึ้นไป จากการสืบค้นข้อมูลผ่าน google scholar และเริ่มมีการวางแผนการยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการ                               

การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

               ผลลัพธ์เมื่อเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดความสำเร็จพบว่ามีอาจารย์ที่มีค่า H-Index ตั้งแต่ 3 ขึ้นไปจำนวน 4 ท่าน จากการสืบค้นข้อมูลใน google scholar                                                                                    

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ

การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และการวางแผนในการทำวิจัยควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทางด้านการเรียนการสอน รวมถึงการขอตำแหน่งทางวิชาการ     

5. การปรับปรุงและพัฒนา

แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

1) การผลักดันให้อาจารย์มีค่า H-Index เพิ่มมากขึ้นในทุกปีตามเกณฑ์ KR โดยทำเป็นบันทึกข้อความเวียนแจ้งอาจารย์ในวิทยาลัย เพื่อให้รับทราบและทำตามแผนการดำเนินการที่วางแผนไว้ 
2) ชี้แจงเรื่องวิธีการกรอกสมัครข้อมูล google scholar เพื่อให้อาจารย์ได้ดำเนินการ                                   

แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน

          จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อให้ทราบข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกระบวนการที่จัดทำ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของอาจารย์

6. ข้อมูลประกอบ

เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

 
Scroll to Top