รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568

ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 5.2.1, 5.3.1

โครงการประชาสัมพันธ์วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

ผู้จัดทำโครงการ​

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทนพ.ปฐมพงษ์ สถาพรพงษ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.อภิรุจ นาวาภัทร

วิทยาลัยเภสัชศาสตร์

1. บริบทและความสำคัญ

เนื่องด้วยในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความทันสมัยรวดเร็วสามารถเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา โดยการนำเสนอสิ่งต่างๆผ่านระบบสารสนเทศอย่างแพร่หลายในวงกว้าง ทำให้การสืบค้นข้อมูลต่างๆ เช่น การเลือกสถานศึกษา การสมัครสอบ การเรียน และอื่นๆในชีวิตประจำวันได้รับการตอบสนองตามความต้องการ ดังนั้นการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สื่อสารสนเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และบุคคลทั่วไป ทราบและเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นภาพลักษณ์ที่แสดงต่อสาธารณะชนในหลายด้านของการเรียนการสอน โดยเฉพาะการอธิบายให้เกิดความเข้าใจในหลักสูตรทั้ง 2 สาขา คือ Pharmaceutical Science และ Pharmaceutical Care นอกจากนี้เราจะสามารถทำการประชาสัมพันธ์ได้หลายรูปแบบ พร้อมทั้งการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากมาย อาทิเช่น การให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป การอธิบายหลักสูตรเรียนการสอนของคณะเภสัชศาสตร์แก่ผู้สนใจ การวิจัยและการประชุมวิชาการต่างๆที่จะสามารถเผยแพร่ผ่านระบบสารสนเทศ เป็นต้น ซึ่งวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถประชาสัมพันธ์และตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที่

แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ)

แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารภาพลักษณ์ของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน การบริการวิชาการแก่สังคม และบทบาทสำคัญของวิชาชีพเภสัชกร โดยนำแบบทดสอบมาเป็นเครื่องมือในการประเมินและสะท้อนผลการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย อันจะช่วยให้การดำเนินงานด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์มีความเป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แนวปฏิบัติดังกล่าวยังมุ่งเน้นการพัฒนาและประยุกต์ใช้สื่อสารสนเทศหลากหลายรูปแบบเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของวิทยาลัยอย่างสร้างสรรค์และทันสมัย ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทัศนคติที่ดี ความเข้าใจที่ถูกต้อง และความสัมพันธ์อันดีระหว่างอาจารย์ นักศึกษา และบัณฑิตของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ ซึ่งจะช่วยยกระดับความพึงพอใจและความภาคภูมิใจในสถาบัน อันนำไปสู่การส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของมหาวิทยาลัยรังสิตในภาพรวมอย่างยั่งยืน 

ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้

ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้

  • ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
  • เจ้าของความรู้/สังกัด           วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต                                

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้

        แนวปฏิบัตินี้อาศัยองค์ความรู้ด้านการสื่อสารองค์กรและการประชาสัมพันธ์ในสถาบันการศึกษา โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตสู่สาธารณชน ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการแก่สังคม นอกจากนี้ยังนำความรู้ด้านการออกแบบเนื้อหา (content) และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, YouTube และแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่น ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และบุคคลทั่วไป ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เครื่องมือประเมินผล เช่น แบบสอบถามหรือแบบทดสอบ เพื่อวัดระดับการรับรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติของผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่อวิทยาลัยเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรม องค์ความรู้ดังกล่าวช่วยให้การดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีระบบ สามารถวิเคราะห์ผลลัพธ์และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์และมหาวิทยาลัยรังสิตในระยะยาว

2. การวางแผน

ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน

ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)

  • ยุทธศาสตร์ที่ 5       โปรดระบุ KR    5.1 การสร้างความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย     

รายละเอียดตัวชี้วัด

ตัวชี้วัดหลัก

        ตัวชี้วัดหลักของโครงการมุ่งประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทั้งในด้านการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและการสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาและวิชาชีพเภสัชกรรม โดยพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการเมื่อเทียบกับกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งควรมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนเป้าหมายทั้งหมด นอกจากนี้ยังประเมินระดับประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับจากกิจกรรมผ่านแบบประเมินความพึงพอใจและการรับรู้ โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการอย่างน้อยร้อยละ 60 มีระดับความพึงพอใจหรือได้รับประโยชน์ในระดับดีขึ้นไป ตัวชี้วัดดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิผลของการประชาสัมพันธ์ การถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งสาขา Pharmaceutical Science และ Pharmaceutical Care รวมถึงการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์และมหาวิทยาลัยรังสิตในภาพรวม

ตัวชี้วัดรอง (หากมีการวัดผลและประเมินผล ให้อธิบายรายละเอียดตัวชี้วัดโดยสรุป)

          ตัวชี้วัดรองมุ่งประเมินคุณภาพของกระบวนการดำเนินกิจกรรมและผลลัพธ์ด้านทัศนคติ การรับรู้ และความน่าสนใจของสื่อประชาสัมพันธ์ที่นำมาใช้ในโครงการ โดยพิจารณาจากคะแนนประเมินของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในด้านต่าง ๆ เช่น ความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม ความน่าสนใจของการประยุกต์ใช้สื่อสารสนเทศ เนื้อหาและรายละเอียดของการนำเสนอ ตลอดจนระดับการรับรู้เกี่ยวกับบทบาทของวิชาชีพเภสัชกรรมและข้อมูลของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ นอกจากนี้ยังพิจารณาจากการเพิ่มขึ้นของความสนใจและความเข้าใจของผู้เข้าร่วมที่มีต่อวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยรังสิต รวมถึงการมีส่วนร่วมของนักศึกษาและบุคลากรในการพัฒนาและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น สื่อสังคมออนไลน์และสื่อมัลติมีเดีย ตัวชี้วัดรองเหล่านี้ช่วยสะท้อนคุณภาพของการดำเนินงาน และเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต                                          

ขั้นตอนการดำเนินงาน

          การดำเนินงานโครงการประชาสัมพันธ์วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เริ่มต้นจากการประชุมวางแผนการดำเนินกิจกรรมร่วมกันระหว่างคณะผู้รับผิดชอบโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดรูปแบบ แนวทาง และช่วงเวลาการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ จากนั้นมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันดำเนินการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ในด้านการเรียนการสอน หลักสูตร การวิจัย และกิจกรรมบริการสังคม ต่อมาได้ดำเนินการจัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ โดยเน้นการประยุกต์ใช้สื่อสารสนเทศและสื่อออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อดำเนินกิจกรรมแล้วเสร็จ จึงมีการรวบรวมข้อมูล สรุปผลการดำเนินโครงการ และประเมินผลจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)

        การดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อาศัยทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือด้านสื่อสารสนเทศอย่างเหมาะสม และประสานความร่วมมือกับฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักงานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ สำนักงาน Wisdom Media มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้งบประมาณรวมประมาณ 20,000 บาท สำหรับสนับสนุนการจัดทำวัสดุและสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เช่น แผ่นประชาสัมพันธ์ วิดีทัศน์ และสื่อดิจิทัลที่ใช้เผยแพร่ข้อมูลของวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการเชิญวิทยากรเพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ ตลอดจนค่าใช้จ่ายสนับสนุนการดำเนินงานด้านสถานที่และบุคลากรสนับสนุน เช่น เจ้าหน้าที่โสตทัศนูปกรณ์และแม่บ้าน สำหรับอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรม ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องฉายภาพ ระบบเสียง และแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook และ YouTube ซึ่งใช้เป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชน ทรัพยากรดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้การประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้าง

3. การลงมือปฏิบัติ

สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน

        การดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เริ่มต้นจากการประชุมวางแผนร่วมกันของคณะผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อกำหนดแนวทาง รูปแบบกิจกรรม และการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย จากนั้นได้ดำเนินการออกแบบรูปแบบการประชาสัมพันธ์ให้มีความหลากหลายและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการประยุกต์ใช้สื่อสารสนเทศและสื่อดิจิทัลในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษา การวิจัย และบทบาทของวิชาชีพเภสัชกรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการศึกษาในวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ ภายหลังการดำเนินกิจกรรมได้มีการเก็บข้อมูลผ่านแบบประเมินความพึงพอใจและการรับรู้ของผู้เข้าร่วม เพื่อนำมาวิเคราะห์ผลและสรุปการดำเนินโครงการ อันเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ในอนาคต

ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง

        แม้การดำเนินโครงการจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยรวม แต่อาจพบข้อจำกัดบางประการระหว่างการดำเนินงาน เช่น การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการจัดเตรียมข้อมูลและกำหนดรูปแบบการสื่อสารให้สอดคล้องกัน นอกจากนี้ การจัดเตรียมสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบดิจิทัลและมัลติมีเดียจำเป็นต้องอาศัยทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์ที่เหมาะสม และเวลาในการสร้างสรรค์ อีกทั้งการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางออนไลน์ยังต้องอาศัยการออกแบบเนื้อหาให้มีความน่าสนใจและทันสมัยเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับสาร นอกจากนี้ ยังอาจมีข้อจำกัดด้านเวลาในการจัดกิจกรรมและการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมบางกลุ่ม เนื่องจากภารกิจด้านการเรียนการสอนหรือการปฏิบัติงานของบุคลากรและนักศึกษา

แนวทางในการแก้ไข

          เพื่อให้การดำเนินโครงการในอนาคตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควรมีการวางแผนและกำหนดกรอบการดำเนินงานอย่างชัดเจนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยจัดให้มีการประชุมและประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเตรียมข้อมูลและการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์สามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและมีทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านการใช้สื่อดิจิทัลและการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ให้แก่บุคลากรและนักศึกษา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีความน่าสนใจและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้รับสารในยุคดิจิทัล ควบคู่ไปกับการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างหลากหลายในการเผยแพร่ข้อมูลและกิจกรรมของวิทยาลัย อีกทั้งควรมีการติดตามและประเมินผลการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมและกลยุทธ์การสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นต่อวิทยาลัยเภสัชศาสตร์และมหาวิทยาลัยรังสิตในระยะยาว

4. การตรวจสอบและวัดผล

วิธีการวัดผลและประเมินผล

1. การวัดผลด้านการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

การวัดผลในด้านการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินการโดยใช้แบบประเมินและแบบทดสอบหลังการเข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เพื่อประเมินระดับความเข้าใจของผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับข้อมูลสำคัญของวิทยาลัย เช่น หลักสูตรการเรียนการสอนทั้งสองสาขา ได้แก่ Pharmaceutical Science และ Pharmaceutical Care รวมถึงบทบาทของวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้เข้าร่วมโครงการจะทำแบบสอบถามประเมินระดับความรู้ ความเข้าใจ และความสนใจที่มีต่อวิทยาลัย โดยใช้มาตรประมาณค่า (Rating Scale) ในการวัดระดับความคิดเห็น จากนั้นนำผลคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์เป็นค่าเฉลี่ยและร้อยละ เพื่อสะท้อนระดับความสำเร็จของการสื่อสารข้อมูล ทั้งนี้กำหนดเกณฑ์ความสำเร็จของโครงการไว้ว่า ผู้เข้าร่วมโครงการอย่างน้อยร้อยละ 60 ควรมีระดับการรับรู้และความเข้าใจในระดับดีขึ้นไป ซึ่งผลการประเมินดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการพัฒนาแนวทางการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต

2. การวัดผลด้านประสิทธิภาพของสื่อประชาสัมพันธ์และการใช้สื่อสารสนเทศ

การประเมินผลด้านประสิทธิภาพของสื่อประชาสัมพันธ์และการใช้สื่อสารสนเทศในการเผยแพร่ข้อมูลของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ ดำเนินการโดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่อรูปแบบและเนื้อหาของสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น วิดีทัศน์ สื่อออนไลน์ และกิจกรรมการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ภายในโครงการ โดยประเมินในประเด็นความน่าสนใจ ความเหมาะสมของรูปแบบการนำเสนอ และความสามารถในการสื่อสารข้อมูลของวิทยาลัยได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพิจารณาข้อมูลประกอบจากสถิติการเข้าถึงสื่อออนไลน์ของวิทยาลัย เช่น จำนวนผู้ติดตาม จำนวนการรับชมคลิปวิดีโอ หรือการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับผลการประเมินเชิงความคิดเห็น ผลลัพธ์ที่ได้จะสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการประชาสัมพันธ์ และเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงรูปแบบการสื่อสารให้มีความทันสมัยและตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

3. การวัดผลด้านทัศนคติและความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ

การประเมินผลด้านทัศนคติและความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ ดำเนินการโดยใช้แบบประเมินความคิดเห็นหลังการเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับการสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ความเหมาะสมของกิจกรรมประชาสัมพันธ์ และประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมได้รับจากโครงการ ผู้เข้าร่วมจะให้คะแนนความคิดเห็นผ่านมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับน้อยที่สุดจนถึงระดับมากที่สุด จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยและระดับความพึงพอใจโดยรวม ทั้งนี้ยังพิจารณาจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการและจำนวนผู้ตอบแบบประเมิน เพื่อสะท้อนระดับการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย โดยกำหนดเกณฑ์ความสำเร็จของโครงการไว้ว่า ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย และผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ควรมีระดับความพึงพอใจในระดับดีหรือดีมาก ผลการประเมินดังกล่าวจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนากิจกรรมประชาสัมพันธ์ในครั้งต่อไปให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เข้าร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

1. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

จากการดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านการสื่อสารภาพลักษณ์ของวิทยาลัยและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาและบทบาทของวิชาชีพเภสัชกรรมแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โครงการสามารถดึงดูดนักศึกษาและบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมได้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้จำนวน 150 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอน หลักสูตรทั้งสองสาขา ได้แก่ Pharmaceutical Science และ Pharmaceutical Care ตลอดจนกิจกรรมการวิจัยและการบริการวิชาการของวิทยาลัยอย่างครบถ้วน นอกจากนี้การใช้สื่อสารสนเทศและสื่อสังคมออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์ เช่น Facebook และ YouTube ช่วยให้ข้อมูลของวิทยาลัยสามารถเข้าถึงผู้สนใจได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับดีถึงดีมากทุกหัวข้อ โดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 4.95–4.99 แสดงให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาลัยและได้รับประโยชน์จากกิจกรรมอย่างชัดเจน ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์และมหาวิทยาลัยรังสิตได้รับการส่งเสริมในเชิงบวก

หัวข้อและรายละเอียดการประเมิน

คะแนนรวมตามหัวข้อการประเมิน

1. ส่งเสริมทัศนคติเชิงบวก และเป็นประโยชน์แก่นักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่มีต่อวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

4.97

– ประเมินระดับดีมาก จำนวน 140 คน

– ประเมินระดับดี จำนวน 5 คน

– ร้อยละ 100 (จากผู้ที่เลือกระดับดี และดีมาก)

2. รูปแบบ กิจกรรมประชาสัมพันธ์ มีความเหมาะสม

4.98

– ประเมินระดับดีมาก จำนวน 142 คน

– ประเมินระดับดี จำนวน 3 คน

3. การประยุกต์ใช้สื่อสารสนเทศ ในการประชาสัมพันธ์ มีความน่าสนใจ

4.98

– ประเมินระดับดีมาก จำนวน 142 คน

– ประเมินระดับดี จำนวน 3 คน

4. เนื้อหารายละเอียด (content) ในการนำเสนอ มีความเหมาะสม และน่าสนใจ

4.97

– ประเมินระดับดีมาก จำนวน 140 คน

– ประเมินระดับดี จำนวน 5 คน

หัวข้อและรายละเอียดการประเมิน

คะแนนรวมตามหัวข้อการประเมิน

5. การประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการศึกษา และกิจกรรมของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์

4.95

– ประเมินระดับดีมาก จำนวน 138 คน

– ประเมินระดับดี จำนวน 7 คน

6. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รู้จัก และสนใจ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์

4.99

– ประเมินระดับดีมาก จำนวน 143 คน

– ประเมินระดับดี จำนวน 2 คน

7.  ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับทราบบทบาทการทำงานของวิชาชีพเภสัชกรรม

4.98

– ประเมินระดับดีมาก จำนวน 142 คน

– ประเมินระดับดี จำนวน 3 คน

8. รู้จัก มหาวิทยาลัยรังสิต มากยิ่งขึ้น

4.95

– ประเมินระดับดีมาก จำนวน 138 คน

– ประเมินระดับดี จำนวน 7 คน

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ  ………150………..  คน

จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม   …..145………  คน คิดเป็นร้อยละ …96.67……..

2. การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จที่กำหนดไว้ พบว่าโครงการสามารถบรรลุผลสำเร็จเกินกว่าที่คาดหวังไว้ โดยเป้าหมายกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย แต่ผลการดำเนินงานจริงมีผู้เข้าร่วมจำนวน 150 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ตัวชี้วัดด้านประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมได้รับกำหนดไว้ที่ร้อยละ 60 ในระดับดีหรือมากขึ้นไป แต่จากผลการประเมินพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 100 ให้คะแนนในระดับดีและดีมาก แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมสามารถตอบสนองความต้องการของผู้เข้าร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งค่าเฉลี่ยคะแนนประเมินในทุกหัวข้ออยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม เนื้อหา และการใช้สื่อสารสนเทศในการประชาสัมพันธ์ ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าโครงการสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพตามที่กำหนดไว้ และมีแนวโน้มที่จะเป็นรูปแบบกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพสำหรับการประชาสัมพันธ์วิทยาลัยในอนาคต

3. ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ

ความสำเร็จของแนวปฏิบัตินี้เกิดจากหลายปัจจัยที่สนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ประการแรกคือการวางแผนและการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถจัดกิจกรรมได้อย่างราบรื่นและเป็นไปตามกำหนดเวลา ประการที่สองคือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสังคมออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งช่วยขยายการเข้าถึงข้อมูลของวิทยาลัยไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ประการที่สามคือการมีส่วนร่วมของนักศึกษาและบุคลากรที่ช่วยกันนำเสนอข้อมูลและกิจกรรมของวิทยาลัย ทำให้การสื่อสารมีความน่าสนใจและสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ เนื้อหาที่นำเสนอมีความชัดเจน ครอบคลุม และสอดคล้องกับความสนใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จึงทำให้ผู้เข้าร่วมเกิดความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อวิทยาลัย ปัจจัยทั้งหมดนี้มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้โครงการบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

4. สิ่งที่ควรดำเนินการต่อเนื่อง

เพื่อให้การดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรมีการพัฒนาและดำเนินกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการใช้สื่อสารสนเทศและสื่อดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล ควรส่งเสริมให้นักศึกษาและบุคลากรมีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหา (content) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้และกิจกรรมของวิทยาลัยอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ควรมีการติดตามและประเมินผลการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงรูปแบบการประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับสารในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งควรขยายช่องทางการสื่อสารไปยังแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองในวงกว้าง การดำเนินการอย่างต่อเนื่องในลักษณะนี้จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นต่อวิทยาลัยในระยะยาว

5. การปรับปรุงและพัฒนา

ในอนาคต ควรมีการพัฒนาแนวทางการประชาสัมพันธ์ให้มีความหลากหลายและทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการใช้สื่อดิจิทัลและสิื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นระบบ เช่น การผลิกสื่อวิดีโอเชิงสร้างสรรค์ การถ่ายทอดประสบการณ์ของนักศึกษาและศิษย์เก่า รวมถึงการนำเสนอข้อมูลหลักสูตรและโอกาสทางวิชาชีพอย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ควรมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียนมัธยมศึกษา หน่วยงานวิชาชีพ และองค์กรภายนอก เพื่อขยายโอกาสในการเผยแพร่ข้อมูลของวิทยาลัยไปยังกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น  ควรมีการพัฒนาระบบประเมินผลและการวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่อออนไลน์ เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักศึกษาและบุคลากรในการเป็นตัวแทนในการสื่อสารภาพลักษณ์ของวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้มีการประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถพัฒนาไปสู่รูปแบบที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต

6. ข้อมูลประกอบ

 
Scroll to Top