รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568
ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR ไม่ระบุ
จากการเต้น Cover Dance สู่การเรียนรู้การทำงานจริง : การสร้างเสริมประสบการณ์นักศึกษาชมรมโคโรลิซึ่มเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นพลเมืองโลก
ผู้จัดทำโครงการ
นายคเณศ แก้วบุญส่ง
สำนักงานกิจการนักศึกษา
1. บริบทและความสำคัญ
ก่อนที่จะมีแนวปฏิบัตินี้ มีสภาพปัญหา ความท้าทาย หรือโอกาสในการพัฒนาอะไรบ้าง เหตุใดจึงต้องมีการริเริ่มแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมา
- สภาพปัญหา/ความท้าทาย:
- ช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ: บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษามีความรู้ทางวิชาการ แต่อาจขาดทักษะที่จำเป็นในการทำงานจริง (Soft Skills) เช่น การทำงานเป็นทีม, การสื่อสาร, ภาวะผู้นำ, และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- การเรียนรู้นอกห้องเรียนไม่ถูกมองในเชิงพัฒนาการ: กิจกรรมชมรมมักถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมสันทนาการ มากกว่าจะเป็นกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้
- ขาดการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองโลก: นักศึกษามีโอกาสน้อยในการสัมผัสและเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการนำความสามารถไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม
- โอกาสในการพัฒนา: กิจกรรมชมรม โดยเฉพาะ “ชมรมโคโรลิซึ่ม” เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการเป็น “ห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab)” ที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ทุกโครงการของชมรม ตั้งแต่การวางแผน การซ้อม ไปจนถึงการจัดแสดง เป็นกระบวนการที่สามารถบ่มเพาะทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกการทำงานได้อย่างครบถ้วน
แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ)
แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อถอดบทเรียนและสร้างองค์ความรู้จากกิจกรรมชมรม โดยมีเป้าหมายหลัก 4 ประการ คือ
- เพื่อสร้างเสริมทักษะการทำงานที่จำเป็น (Essential Skills): พัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ, การทำงานร่วมกับผู้อื่น, ภาวะผู้นำ, และการแก้ปัญหา ผ่านการจัดกิจกรรมจริง
- เพื่อปลูกฝังคุณลักษณะการเป็นพลเมืองโลก (Global Citizenship): ส่งเสริมความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
- เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตและสุขภาวะที่ดี: ให้นักศึกษารู้จักการแบ่งเวลา, การจัดการความเครียด และสร้างวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานอย่างมีความสุข
- เพื่อสร้างต้นแบบ (Model) การเรียนรู้นอกห้องเรียน: แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมชมรมสามารถเป็นเครื่องมือในการพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานได้
ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้
ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้
- ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
- ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้
- (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/)
- อื่น ๆ (โปรดระบุ)
– หลักการบริหารโครงการเบื้องต้น (Project Management – PDCA)
– ทฤษฎีการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ
– ความรู้พื้นฐานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์
– ความรู้ด้านสุขภาวะจากการออกกำลังกาย
- ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
- เจ้าของความรู้/สังกัด
– ประสบการณ์และทักษะการบริหารจัดการของ นักศึกษารุ่นพี่และคณะกรรมการชมรม
– เทคนิคการสอนจากนักศึกษารุ่นพี่ และการให้คำปรึกษาของ อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม
– ทักษะและความสามารถเฉพาะตัวด้านการเต้น การออกแบบท่าเต้นของ สมาชิกชมรม
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้
แนวปฏิบัตินี้เป็นการผสมผสานความรู้ทั้งสองประเภท โดยนำหลักการ (Explicit) มาเป็นกรอบในการวางแผนกิจกรรม และใช้ประสบการณ์ตรง (Tacit) ของนักศึกษาและอาจารย์ในการลงมือปฏิบัติ, แก้ปัญหา, และตัดสินใจจริงในแต่ละโครงการ ทำให้เกิดเป็นวงจรการเรียนรู้ที่สมบูรณ์
2. การวางแผน
ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน
ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)
- ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (IMAGE AND REPUTATION)
- โปรดระบุ KR 05.3 การสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักศึกษา (STUDENT LIFE EXPERIENCE)
รายละเอียดตัวชี้วัด
นักศึกษาชมรมโคโรลิซึ่มเข้าร่วมแสดงงานเพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการของ มหาวิทยาลัย อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปีการศึกษา
- ปีการศึกษา 2566 ร่วมแสดงงาน RSU Night 2023
- ปีการศึกษา 2567 ร่วมแสดงงาน ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2567
- ปีการศึกษา 2568 ร่วมแสดงงาน Higher Level Showcase 2025 จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต
- ปีการศึกษา 2568 ร่วมแสดงงาน โครงการ ขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัยห่วงใยชีวิตนักศึกษาและชุมชน
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- Plan (วางแผน):
- ประชุมทีมงาน (นักศึกษาแกนนำ) เพื่อระดมสมอง กำหนดวัตถุประสงค์, คอนเซ็ปต์, และเป้าหมายของกิจกรรม
- แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ (ฝ่ายออกแบบท่าเต้น, ฝ่ายสถานที่, ฝ่ายประชาสัมพันธ์, ฝ่ายงบประมาณ)
- จัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) และกำหนดกรอบเวลา (Timeline)
- Do (ปฏิบัติ):
- ดำเนินการตามแผน: ออกแบบและฝึกซ้อมการแสดง, ประชาสัมพันธ์กิจกรรม, จัดหางบประมาณและอุปกรณ์
- ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
- จัดกิจกรรม/โครงการตามวันที่กำหนด
- Check (ตรวจสอบ):
- รวบรวมข้อมูลเพื่อวัดผล: สังเกตการณ์, จัดประชุมทีมงานเพื่อสะท้อนผล (After Action Review)
- เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้กับตัวชี้วัดที่ตั้งไว้
- Act (ปรับปรุง):
- สรุปบทเรียน (Lesson Learned) ทั้งข้อดีและข้อที่ควรปรับปรุง
- สรุปโครงการ และนำข้อเสนอแนะไปใช้ในการวางแผนโครงการต่อไป
ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)
- งบประมาณ: งบสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต สำนักงานกิจการนักศึกษา สโมสรนักศึกษา
- สถานที่: ห้องซ้อมเต้น, เวที หรือพื้นที่จัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
- อุปกรณ์: เครื่องเสียง, อุปกรณ์ประกอบฉาก, ชุดการแสดง
- บุคลากร: สมาชิกชมรม, คณะกรรมการ, อาจารย์ที่ปรึกษา, และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง
- สื่อ: ช่องทางการประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย และ Social Media ของชมรม (Facebook, Instagram,Youtube,Tiktok)
3. การลงมือปฏิบัติ
สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน
- ขั้นวางแผน: ทีมงานประชุมและกำหนดรูปแบบในการเต้นเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบของงานที่ได้รับโจทย์มาจากทางผู้จัดงาน โดยแบ่งทีมรับผิดชอบชัดเจน มีการวางแผนการแสดง ออกแบบท่าเต้น จัดหาสถานที่ฝึกซ้อม การจัดหานักแสดง งานสวัสดิการ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม งานปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมไปถึงงานตรวจสอบเช็คชื่อทีมงานและงานบริหารงบประมาณ เป็นต้น
- ขั้นปฏิบัติ: ทีมประชาสัมพันธ์จัดทำโปสเตอร์ผ่าน Social Media เพื่อจัดหานักแสดง เพื่อร่วมทำการฝึกซ้อมอย่างน้อย 15 วัน ก่อนทำการแสดงจริง โดยให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามแผนที่ได้กำหนดไว้
- ผลการดำเนินงาน: โครงการสำเร็จลุล่วงด้วยดี มีผู้เข้าร่วมชมและ
ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข
- ปัญหา: สมาชิกขาดความต่อเนื่องในการมาฝึกซ้อม
– แนวทางแก้ไข: สร้างข้อตกลงร่วมกันในทีม, จัดตารางซ้อมที่ยืดหยุ่น, และใช้ระบบ buddy (เพื่อนช่วยเพื่อน) เพื่อกระตุ้นและให้กำลังใจกัน
- ปัญหา: งบประมาณสำหรับจัดหาชุดและอุปกรณ์มีจำกัด
– แนวทางแก้ไข: จัดกิจกรรมระดมทุนภายในชมรม, ขอการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก(สปสช), และส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการ DIY อุปกรณ์ประกอบฉาก
- ปัญหา: ความขัดแย้งทางความคิดในการออกแบบท่าเต้น
– แนวทางแก้ไข: จัดให้มีช่วง “Creative Session” ที่เปิดให้ทุกคนแสดงความเห็นอย่างอิสระ และใช้การตัดสินใจแบบประชาธิปไตยโดยมีหัวหน้าทีมเป็นผู้ชี้ขาดสุดท้าย เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้
4. การตรวจสอบและวัดผล
วิธีการวัดผลและประเมินผล
- มีอาจารย์ที่ปรึกษาและรุ่นพี่ สังเกตการณ์ พัฒนาการของนักศึกษาสมาชิกชมรม ในเรื่องของการพัฒนาSoft Skills ซึ่งวัดได้จากผลสัมฤทธิ์ของการแสดงในแต่ละงานที่สำเร็จเป็นอย่างดี
- วัดผลลัพธ์โครงการ: จำนวนผู้เข้าร่วมงาน, และเสียงตอบรับ (Feedback) จาก Social Media
- การสะท้อนผล: จัดประชุม After Action Review (AAR) หลังจบทุกโครงการเพื่อให้นักศึกษาสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้และปัญหาที่พบ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
- ด้านทักษะ: นักศึกษาที่เข้าร่วมในแต่ละโครงการมีทักษะ Soft Skills โดยเฉพาะด้านการทำงานเป็นทีมและการวางแผน โดยวัดจากความสำเร็จของการทำงานแต่ละงานที่เกิดขึ้น
- ด้านประสบการณ์: นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริงครบวงจร ตั้งแต่การคิดริเริ่มไปจนถึงการสรุปผล ซึ่งสร้างความมั่นใจในการทำงานในอนาคต
- ด้านความเป็นพลเมืองโลก: นักศึกษาเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ใช้ความสามารถของตนเองทำประโยชน์เพื่อสังคม และได้เรียนรู้การทำงานกับผู้ที่มีความแตกต่างหลากหลาย
- ด้านสุขภาวะ: นักศึกษาได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รู้จักการจัดการความเครียดจากการเรียนได้ดีขึ้น
การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นบรรลุตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ทุกประการ คือนักศึกษาชมรมโคโรลิซึ่มเข้าร่วมแสดงงานเพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการของ มหาวิทยาลัย อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปีการศึกษาซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ
- Passion ของนักศึกษา: ความรักและความทุ่มเทในการเต้นเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุด
- การทำงานเป็นทีม: การมีเป้าหมายร่วมกันและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของสมาชิกในชมรม
- บทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษา: การทำหน้าที่เป็นโค้ช (Coach) และผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) แทนการสั่งการ ทำให้นักศึกษามีอิสระในการคิดและตัดสินใจ
- การสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย: การสนับสนุนด้านงบประมาณและสถานที่อย่างต่อเนื่อง
5. การปรับปรุงและพัฒนา
แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
- จัดเตรียมและสรรหาทีมงานจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องเพื่อสร้างคณะกรรมการชมรมรุ่นต่อไปให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
- ให้คณะกรรมการชมรมและสมาชิกที่สนใจเข้าร่วมอบรมเพิ่มเติมในทักษะที่ยังขาด เช่น การบริหารการเงิน, การขอรับทุนสนับสนุนจากภายนอก ที่สำนักงานกิจการนักศึกษาจัดขึ้นในทุกปี ร่วมถึงขอคำปรึกษาจากอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม
- สร้างเครือข่าย: สร้างความร่วมมือกับชมรมอื่นๆ ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย เพื่อจัดโครงการขนาดใหญ่ขึ้นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน
- ถอดบทเรียนเป็นโมเดล: พัฒนา “โมเดลกิจกรรมชมรมเพื่อเสริมสร้างทักษะพลเมืองโลก” เพื่อให้ชมรมอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
- เสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้: เสนอให้ฝ่ายวิชาการและฝ่ายกิจการนักศึกษาพิจารณาแนวทางการเทียบโอนชั่วโมงกิจกรรมเป็นหน่วยกิตกิจกรรม หรือการบันทึกทักษะที่ได้รับลงใน Transcript เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาเข้าร่วม
- จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้: จัดงาน “Student Club Showcase” เป็นประจำทุกปี เพื่อให้แต่ละชมรมได้นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีและผลงานของตนเอง
6. ข้อมูลประกอบ
เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่ใน Link
รับชมข้อมูลเพิ่มเติม : https://bit.ly/4hzdbnQ
