รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568

ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR ไม่ระบุ

จากการเต้น Cover Dance สู่การเรียนรู้การทำงานจริง : การสร้างเสริมประสบการณ์นักศึกษาชมรมโคโรลิซึ่มเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นพลเมืองโลก

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

ผู้จัดทำโครงการ​

นายคเณศ แก้วบุญส่ง

สำนักงานกิจการนักศึกษา

1. บริบทและความสำคัญ

ก่อนที่จะมีแนวปฏิบัตินี้ มีสภาพปัญหา ความท้าทาย หรือโอกาสในการพัฒนาอะไรบ้าง เหตุใดจึงต้องมีการริเริ่มแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมา

  • สภาพปัญหา/ความท้าทาย:
  1. ช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ: บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษามีความรู้ทางวิชาการ แต่อาจขาดทักษะที่จำเป็นในการทำงานจริง (Soft Skills) เช่น การทำงานเป็นทีม, การสื่อสาร, ภาวะผู้นำ, และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  2. การเรียนรู้นอกห้องเรียนไม่ถูกมองในเชิงพัฒนาการ: กิจกรรมชมรมมักถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมสันทนาการ มากกว่าจะเป็นกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้
  3. ขาดการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองโลก: นักศึกษามีโอกาสน้อยในการสัมผัสและเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการนำความสามารถไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม
  • โอกาสในการพัฒนา: กิจกรรมชมรม โดยเฉพาะ “ชมรมโคโรลิซึ่ม” เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการเป็น “ห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab)” ที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ทุกโครงการของชมรม ตั้งแต่การวางแผน การซ้อม ไปจนถึงการจัดแสดง เป็นกระบวนการที่สามารถบ่มเพาะทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกการทำงานได้อย่างครบถ้วน

 

แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ)

แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อถอดบทเรียนและสร้างองค์ความรู้จากกิจกรรมชมรม โดยมีเป้าหมายหลัก 4 ประการ คือ

  1. เพื่อสร้างเสริมทักษะการทำงานที่จำเป็น (Essential Skills): พัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ, การทำงานร่วมกับผู้อื่น, ภาวะผู้นำ, และการแก้ปัญหา ผ่านการจัดกิจกรรมจริง
  2. เพื่อปลูกฝังคุณลักษณะการเป็นพลเมืองโลก (Global Citizenship): ส่งเสริมความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
  3. เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตและสุขภาวะที่ดี: ให้นักศึกษารู้จักการแบ่งเวลา, การจัดการความเครียด และสร้างวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานอย่างมีความสุข
  4. เพื่อสร้างต้นแบบ (Model) การเรียนรู้นอกห้องเรียน: แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมชมรมสามารถเป็นเครื่องมือในการพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานได้

ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้

ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้

  • ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
  • ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้
  • (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/)
  •  อื่น ๆ (โปรดระบุ)

– หลักการบริหารโครงการเบื้องต้น (Project Management – PDCA)

– ทฤษฎีการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ

– ความรู้พื้นฐานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์

– ความรู้ด้านสุขภาวะจากการออกกำลังกาย

  • ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
  • เจ้าของความรู้/สังกัด     

            – ประสบการณ์และทักษะการบริหารจัดการของ นักศึกษารุ่นพี่และคณะกรรมการชมรม

            – เทคนิคการสอนจากนักศึกษารุ่นพี่ และการให้คำปรึกษาของ อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม

            – ทักษะและความสามารถเฉพาะตัวด้านการเต้น การออกแบบท่าเต้นของ สมาชิกชมรม

 

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้

                   แนวปฏิบัตินี้เป็นการผสมผสานความรู้ทั้งสองประเภท โดยนำหลักการ (Explicit) มาเป็นกรอบในการวางแผนกิจกรรม และใช้ประสบการณ์ตรง (Tacit) ของนักศึกษาและอาจารย์ในการลงมือปฏิบัติ, แก้ปัญหา, และตัดสินใจจริงในแต่ละโครงการ ทำให้เกิดเป็นวงจรการเรียนรู้ที่สมบูรณ์

2. การวางแผน

ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน

ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)

  • ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (IMAGE AND REPUTATION)
  • โปรดระบุ KR  05.3 การสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักศึกษา (STUDENT LIFE EXPERIENCE)

รายละเอียดตัวชี้วัด

นักศึกษาชมรมโคโรลิซึ่มเข้าร่วมแสดงงานเพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการของ มหาวิทยาลัย อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปีการศึกษา

  1. ปีการศึกษา 2566 ร่วมแสดงงาน RSU Night 2023
  2. ปีการศึกษา 2567 ร่วมแสดงงาน ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2567
  3. ปีการศึกษา 2568 ร่วมแสดงงาน Higher Level Showcase 2025 จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต
  4. ปีการศึกษา 2568 ร่วมแสดงงาน โครงการ ขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัยห่วงใยชีวิตนักศึกษาและชุมชน

                                         

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. Plan (วางแผน):
  •  ประชุมทีมงาน (นักศึกษาแกนนำ) เพื่อระดมสมอง กำหนดวัตถุประสงค์, คอนเซ็ปต์, และเป้าหมายของกิจกรรม
  • แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ (ฝ่ายออกแบบท่าเต้น, ฝ่ายสถานที่, ฝ่ายประชาสัมพันธ์, ฝ่ายงบประมาณ)
  • จัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) และกำหนดกรอบเวลา (Timeline)
  1. Do (ปฏิบัติ):
  •  ดำเนินการตามแผน: ออกแบบและฝึกซ้อมการแสดง, ประชาสัมพันธ์กิจกรรม, จัดหางบประมาณและอุปกรณ์
  • ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
  • จัดกิจกรรม/โครงการตามวันที่กำหนด
  1. Check (ตรวจสอบ):
  •   รวบรวมข้อมูลเพื่อวัดผล: สังเกตการณ์, จัดประชุมทีมงานเพื่อสะท้อนผล (After Action Review)
  • เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้กับตัวชี้วัดที่ตั้งไว้
  1. Act (ปรับปรุง):
  • สรุปบทเรียน (Lesson Learned) ทั้งข้อดีและข้อที่ควรปรับปรุง
  • สรุปโครงการ และนำข้อเสนอแนะไปใช้ในการวางแผนโครงการต่อไป

ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)

  1. งบประมาณ: งบสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต สำนักงานกิจการนักศึกษา สโมสรนักศึกษา
  2. สถานที่: ห้องซ้อมเต้น, เวที หรือพื้นที่จัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
  3. อุปกรณ์: เครื่องเสียง, อุปกรณ์ประกอบฉาก, ชุดการแสดง
  4. บุคลากร: สมาชิกชมรม, คณะกรรมการ, อาจารย์ที่ปรึกษา, และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง
  5. สื่อ: ช่องทางการประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย และ Social Media ของชมรม (Facebook, Instagram,Youtube,Tiktok)

3. การลงมือปฏิบัติ

สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน

  • ขั้นวางแผน: ทีมงานประชุมและกำหนดรูปแบบในการเต้นเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบของงานที่ได้รับโจทย์มาจากทางผู้จัดงาน โดยแบ่งทีมรับผิดชอบชัดเจน มีการวางแผนการแสดง ออกแบบท่าเต้น จัดหาสถานที่ฝึกซ้อม การจัดหานักแสดง งานสวัสดิการ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม งานปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมไปถึงงานตรวจสอบเช็คชื่อทีมงานและงานบริหารงบประมาณ เป็นต้น
  • ขั้นปฏิบัติ: ทีมประชาสัมพันธ์จัดทำโปสเตอร์ผ่าน Social Media เพื่อจัดหานักแสดง เพื่อร่วมทำการฝึกซ้อมอย่างน้อย 15 วัน ก่อนทำการแสดงจริง โดยให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามแผนที่ได้กำหนดไว้
  • ผลการดำเนินงาน: โครงการสำเร็จลุล่วงด้วยดี มีผู้เข้าร่วมชมและ

 

ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข

  1. ปัญหา: สมาชิกขาดความต่อเนื่องในการมาฝึกซ้อม

     – แนวทางแก้ไข: สร้างข้อตกลงร่วมกันในทีม, จัดตารางซ้อมที่ยืดหยุ่น, และใช้ระบบ buddy (เพื่อนช่วยเพื่อน) เพื่อกระตุ้นและให้กำลังใจกัน

  1. ปัญหา: งบประมาณสำหรับจัดหาชุดและอุปกรณ์มีจำกัด

            – แนวทางแก้ไข: จัดกิจกรรมระดมทุนภายในชมรม, ขอการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก(สปสช), และส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการ DIY อุปกรณ์ประกอบฉาก

  1. ปัญหา: ความขัดแย้งทางความคิดในการออกแบบท่าเต้น

            – แนวทางแก้ไข: จัดให้มีช่วง “Creative Session” ที่เปิดให้ทุกคนแสดงความเห็นอย่างอิสระ และใช้การตัดสินใจแบบประชาธิปไตยโดยมีหัวหน้าทีมเป็นผู้ชี้ขาดสุดท้าย เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้

4. การตรวจสอบและวัดผล

วิธีการวัดผลและประเมินผล

  1. มีอาจารย์ที่ปรึกษาและรุ่นพี่ สังเกตการณ์ พัฒนาการของนักศึกษาสมาชิกชมรม ในเรื่องของการพัฒนาSoft Skills ซึ่งวัดได้จากผลสัมฤทธิ์ของการแสดงในแต่ละงานที่สำเร็จเป็นอย่างดี
  2. วัดผลลัพธ์โครงการ: จำนวนผู้เข้าร่วมงาน, และเสียงตอบรับ (Feedback) จาก Social Media
  3. การสะท้อนผล: จัดประชุม After Action Review (AAR) หลังจบทุกโครงการเพื่อให้นักศึกษาสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้และปัญหาที่พบ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

  • ด้านทักษะ: นักศึกษาที่เข้าร่วมในแต่ละโครงการมีทักษะ Soft Skills โดยเฉพาะด้านการทำงานเป็นทีมและการวางแผน โดยวัดจากความสำเร็จของการทำงานแต่ละงานที่เกิดขึ้น
  • ด้านประสบการณ์: นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริงครบวงจร ตั้งแต่การคิดริเริ่มไปจนถึงการสรุปผล ซึ่งสร้างความมั่นใจในการทำงานในอนาคต
  • ด้านความเป็นพลเมืองโลก: นักศึกษาเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ใช้ความสามารถของตนเองทำประโยชน์เพื่อสังคม และได้เรียนรู้การทำงานกับผู้ที่มีความแตกต่างหลากหลาย
  • ด้านสุขภาวะ: นักศึกษาได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รู้จักการจัดการความเครียดจากการเรียนได้ดีขึ้น

การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

     ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นบรรลุตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ทุกประการ คือนักศึกษาชมรมโคโรลิซึ่มเข้าร่วมแสดงงานเพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการของ มหาวิทยาลัย อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปีการศึกษาซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ

  1. Passion ของนักศึกษา: ความรักและความทุ่มเทในการเต้นเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุด
  2. การทำงานเป็นทีม: การมีเป้าหมายร่วมกันและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของสมาชิกในชมรม
  3. บทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษา: การทำหน้าที่เป็นโค้ช (Coach) และผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) แทนการสั่งการ ทำให้นักศึกษามีอิสระในการคิดและตัดสินใจ
  4. การสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย: การสนับสนุนด้านงบประมาณและสถานที่อย่างต่อเนื่อง

5. การปรับปรุงและพัฒนา

แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

  1. จัดเตรียมและสรรหาทีมงานจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องเพื่อสร้างคณะกรรมการชมรมรุ่นต่อไปให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
  2. ให้คณะกรรมการชมรมและสมาชิกที่สนใจเข้าร่วมอบรมเพิ่มเติมในทักษะที่ยังขาด เช่น การบริหารการเงิน, การขอรับทุนสนับสนุนจากภายนอก ที่สำนักงานกิจการนักศึกษาจัดขึ้นในทุกปี ร่วมถึงขอคำปรึกษาจากอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม
  3. สร้างเครือข่าย: สร้างความร่วมมือกับชมรมอื่นๆ ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย เพื่อจัดโครงการขนาดใหญ่ขึ้นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

 

แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน

  1. ถอดบทเรียนเป็นโมเดล: พัฒนา “โมเดลกิจกรรมชมรมเพื่อเสริมสร้างทักษะพลเมืองโลก” เพื่อให้ชมรมอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
  2. เสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้: เสนอให้ฝ่ายวิชาการและฝ่ายกิจการนักศึกษาพิจารณาแนวทางการเทียบโอนชั่วโมงกิจกรรมเป็นหน่วยกิตกิจกรรม หรือการบันทึกทักษะที่ได้รับลงใน Transcript เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาเข้าร่วม
  3. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้: จัดงาน “Student Club Showcase” เป็นประจำทุกปี เพื่อให้แต่ละชมรมได้นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีและผลงานของตนเอง

6. ข้อมูลประกอบ

เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่ใน Link
รับชมข้อมูลเพิ่มเติม : https://bit.ly/4hzdbnQ

 
Scroll to Top