รางวัลดีเด่น ปีการศึกษา 2568

ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 5.2.1/1

จาก Data Silos สู่ C&I Smart Dashboard: นวัตกรรมการบูรณาการข้อมูลนักศึกษาเพื่อการติดตามสถานะแบบ Real-Time และสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการหลักสูตร

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

ผู้จัดทำโครงการ​

ดร.ปิยะรัตน์ คัญทัพ

วิทยาลัยครูสุริยเทพ

1. บริบทและความสำคัญ

    กระบวนการดูแลและติดตามนักศึกษาตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษาไปจนถึงการสำเร็จการศึกษานั้น จำเป็นต้องอาศัยระบบการบริหารจัดการข้อมูลนักศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คณาจารย์และเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และครบถ้วน สนับสนุนการติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษา รวมทั้งช่วยให้ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการหลักสูตร (Data-Driven Decision Making) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

   อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษาในสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน (Curriculum and Instruction : C&I) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สาขาวิชาฯ” มีการจัดเก็บอยู่ในหลายแหล่งและหลายรูปแบบ ทำให้ข้อมูลมีลักษณะกระจัดกระจายและขาดการเชื่อมโยงกัน (Data Silos) ส่งผลให้การรวบรวมข้อมูลล่าสุดของนักศึกษาเพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นข้อมูลสารสนเทศ (Information) ทำได้ยาก และไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของสถานะนักศึกษา ความก้าวหน้าในการศึกษา รวมถึงกระบวนการทำวิทยานิพนธ์ได้ในจุดเดียว

    ก่อนการพัฒนาระบบนี้ สาขาวิชาฯ ยังไม่มีระบบฐานข้อมูลส่วนกลาง (Centralized Database) สำหรับจัดเก็บข้อมูลนักศึกษา ข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลการติดต่อ ผลการเรียน การชำระค่าลงทะเบียน หรือข้อมูลวีซ่าสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งได้รับจากหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย หรือจากการนำออก (Export) จากระบบส่วนกลาง เช่น ระบบ Intranet มักถูกจัดเก็บในรูปแบบเอกสารหรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น Microsoft Excel และ Microsoft Word ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่ในลักษณะการจัดเก็บแบบแยกเดี่ยว (Stand-alone) ส่งผลให้เมื่อจำเป็นต้องตรวจสอบสถานะล่าสุดของนักศึกษา เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อสังเคราะห์ข้อมูลให้เห็นภาพรวมของสถานะนักศึกษา

สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดประเด็นปัญหาที่สำคัญ (Critical Issues) 3 ประการ ดังนี้

  1. ความเสี่ยงต่อการสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่กำหนด

    นักศึกษาบางส่วนมีความเสี่ยงต่อการสำเร็จการศึกษาล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากเงื่อนไขสำคัญของหลักสูตรไม่ได้รับการติดตามอย่างเป็นระบบ เช่น การสอบภาษาอังกฤษผ่านระดับ B2, การติดสถานะเกรด IP และพลาดการลงทะเบียนแก้ไขเกรด หรือการหมดอายุวีซ่าสำหรับนักศึกษาต่างชาติ หากไม่มีระบบติดตามและแจ้งสถานะนักศึกษาอย่างเป็นระบบอาจทำให้เงื่อนไขสำคัญเหล่านี้ถูกมองข้ามและส่งผลต่อการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนด

  1. ข้อจำกัดในการติดตามข้อมูลสถานะและความก้าวหน้าของนักศึกษา

    ผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของสาขาวิชาฯ ยังไม่สามารถติดตามสถานะและความก้าวหน้าล่าสุดของนักศึกษาได้ทันทีที่ต้องการ (Real-time) และครบถ้วนในศูนย์กลางข้อมูลเดียว (Single Source of Truth) เนื่องจากข้อมูลสำคัญ เช่น สถานะเกรด IP ความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์ จำนวนนักศึกษาปัจจุบัน และสถิติการสำเร็จการศึกษา ยังคงจัดเก็บแบบกระจัดกระจายในหลายรูปแบบ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุดได้ทันที และอาจส่งผลให้การติดตามสถานะนักศึกษาและการตัดสินใจเชิงบริหารเกิดความล่าช้า

  1. ภาระงานซ้ำซ้อนในการรวบรวมข้อมูล

    เจ้าหน้าที่ของสาขาวิชาฯ ต้องใช้เวลาในการรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง หลายรูปแบบ หลายเวอร์ชัน เพื่อจัดทำรายงานสำหรับผู้บริหารและอาจารย์ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการจัดเตรียมข้อมูล โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องใช้ข้อมูลอย่างเร่งด่วนในการตัดสินใจและเกิดความเสี่ยงต่อในการสร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากกระบวน การรวบรวมข้อมูลด้วยมือ (Human Error)

แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ)

    แนวปฏิบัตินี้พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเก็บข้อมูลนักศึกษาที่กระจัดกระจาย (Data Silos) โดยนำแนวคิด ฐานข้อมูลศูนย์กลาง (Centralized Database) มาผสานกับการพัฒนาระบบรายงานอัจฉริยะ (Smart Dashboard) ระบบการทำงานอัตโนมัติ (Automation) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Advanced Analytics) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าสู่ศูนย์กลางข้อมูลเดียว (Single Source of Truth) สำหรับการติดตามความก้าวหน้าของนักศึกษาและการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงข้อมูล (Data-Driven Decision Making) ของผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของสาขาวิชาฯ อันนำไปสู่การยกระดับการบริหารจัดการสาขาวิชาฯ สู่การเป็น Smart Organization ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 3 ของมหาวิทยาลัย

ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้
ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้

  • ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
  • ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
  • เจ้าของความรู้/สังกัด      ดร.ปิยะรัตน์  คัญทัพ / วิทยาลัยครูสุริยเทพ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้

  1. ความรู้ด้านการออกแบบ, การตั้งค่าระบบ, การใช้งาน applications ดังนี้ Google WorkSpace for Education: Google Sheets, Google Docs, Google Drive, Google Form, Google Sites และ Google Looker Studio
  2. ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม (Programming Language) และการใช้งานฟังก์ชันบนระบบดังนี้ ภาษา Python, ภาษา Google App Script, ฟังก์ชันบน Google Sheets: Arrayformula(), Query(), Vlookup(), Importrange() เป็นต้น, Google Looker Studio: Calculated field, Filter, Parameter เป็นต้น

2. การวางแผน

ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน

ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)

  • ยุทธศาสตร์ที่   3  โปรดระบุ KR 3.3.1/1 มีกิจกรรม/ โครงการที่นําเทคโนโลยีมาประยุกตใชในการจัดการเรียนการสอน หรือการปฎิบัติงานและเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น

รายละเอียดตัวชี้วัด

มิติการประเมิน

ตัวชี้วัด

วิธีวัด

ค่าเป้าหมาย

Operational Efficiency

ระยะเวลาในการสืบค้นข้อมูลและจัดทำรายงานสถานะนักศึกษา

เปรียบเทียบเวลาที่ใช้ก่อน

และหลังใช้ระบบ

ลดลง ≥ 80%

Digital System Implementation

การพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง

และ Smart Dashboard

ระบบสามารถใช้งานได้จริง

ผ่าน Web Browser ได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์

1 ระบบ

User Satisfaction

ความพึงพอใจของผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่

แบบสอบถามความพึงพอใจผู้ใช้งานระบบ

ระดับดีมาก

ขั้นตอนการดำเนินงาน

 ใช้แนวคิดวงจรการพัฒนาคุณภาพ PDCA (Plan–Do–Check–Act) โดยมีการพัฒนาผ่านวงจรคุณภาพ 2 รอบ (2 Cycles) เพื่อปรับปรุง แก้ไขข้อจำกัดของระบบ และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลของสาขาวิชาฯ อย่างต่อเนื่อง จากการจัดการข้อมูลแบบดิจิทัล ไปสู่ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)

    • งบประมาณ: ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากระบบทำงานบนระบบ Google Workspace for Education ของมหาวิทยาลัย (@rsu.ac.th)
    • อุปกรณ์: พัฒนาบนระบบคอมพิวเตอร์ (Desktop, Laptop)
    • เครื่องมือ: ซอฟแวร์ (Software): Google Workspace for Education, Google Looker Studio, Visual Studio Code Editor

3. การลงมือปฏิบัติ

สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข

 

Data Silos Data Digitization Data Automation Smart Monitoring System

 

ขั้นตอน

วงจรที่ 1: Digitization & System Foundation
 (ปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล)

วงจรที่ 2: Automation & Advanced Analytics (ระบบอัตโนมัติและวิเคราะห์เชิงลึก)

Plan

(P)

วิเคราะห์ปัญหา Data Silos และออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลส่วนกลาง (Data Schema) พร้อมกำหนดโครงสร้าง Smart Dashboard ที่สามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์

วางแผนยกระดับระบบสู่ Automation เพื่อดึงข้อมูลโดยตรงจากระบบมหาวิทยาลัย ลดความล่าช้าจากการป้อนข้อมูล (Human Delay) และเพิ่มการตรวจสอบเงื่อนไขสำคัญของนักศึกษา

Do

(D)

รวบรวมข้อมูลจากเอกสารและไฟล์เดิม นำเข้าสู่ Google Sheets และพัฒนา Google Looker Studio Dashboard เวอร์ชันแรก จำนวน 5 เมนูหลัก

พัฒนา Python Script เชื่อมต่อระบบมหาวิทยาลัย (Intranet) เพื่อดึงข้อมูลเกรดและสถานะนักศึกษาอัตโนมัติ และขยายระบบ Dashboard เป็น 9 เมนูหลัก

Check

(C)

พบข้อจำกัดของระบบเวอร์ชันฟรีที่อัปเดตข้อมูลทุก 15 นาที และพบว่าข้อมูลบางส่วนไม่อัปเดตเนื่องจากต้องพึ่งพาการป้อนข้อมูลของบุคคล

ทดสอบระบบดึงข้อมูลอัตโนมัติ พบว่า อัตราการตกหล่นของข้อมูลเงื่อนไขการจบลดลงเป็น 0% และข้อมูลมีความแม่นยำสูงแบบ Real-time

Act

(A)

ปรับปรุงรูปแบบ Dashboard ให้เสถียรยิ่งขึ้น และนำข้อจำกัดด้าน Data Synchronization ไปวางแผนพัฒนาระบบอัตโนมัติในวงจรถัดไป

ขยายระบบเป็น Smart Monitoring System สำหรับติดตามสถานะนักศึกษา และนำเสนอเป็น ต้นแบบ (Prototype) สำหรับการขยายผลในระดับสาขาและหน่วยงานอื่น

    การพัฒนาทั้งสองวงจรทำให้ระบบ C&I Smart Dashboard เปลี่ยนจากเครื่องมือแสดงผลข้อมูลทั่วไป ไปสู่ Smart Monitoring System ที่สามารถสนับสนุนการตัดสินใจเชิงข้อมูล (Data-driven Decision Making) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. การตรวจสอบและวัดผล

วิธีการวัดผลและประเมินผล

    การประเมินผลของระบบ C&I Smart Dashboard ดำเนินการผ่านการทดลองใช้งานจริงในสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน โดยให้ผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ใช้ระบบในการติดตามข้อมูลนักศึกษาและจัดทำรายงาน แทนกระบวนการเดิมที่ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง

การประเมินผลวิเคราะห์ประสิทธิภาพของระบบใน 3 มิติ ได้แก่

  • Operational Efficiency: ระยะเวลาในการสืบค้นข้อมูลและจัดทำรายงานสถานะนักศึกษา
  • Digital System Implementation: ความสามารถในการพัฒนาฐานข้อมูลกลางและ Dashboard สำหรับติดตามข้อมูลแบบ Real-time
  • User Satisfaction: ความพึงพอใจของผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานระบบ

    ผลการประเมินพิจารณาจากการเปรียบเทียบกระบวนการทำงานก่อนและหลังการนำระบบมาใช้ รวมถึงการติดตามการใช้งานจริง เพื่อประเมินความถูกต้องของข้อมูล ความสะดวกในการใช้งาน และการสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

    ผลการดำเนินงานแสดงให้เห็นว่า C&I Smart Dashboard สามารถยกระดับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลนักศึกษา และสนับสนุนการดำเนินงานของสาขาวิชาฯ สู่การเป็น Smart Organization

Operational Efficiency (Time Saving)

    ก่อนการพัฒนาระบบ การจัดทำรายงานสถานะนักศึกษาต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น ระบบฐานข้อมูลมหาวิทยาลัย ไฟล์ Google Sheets และข้อมูลที่จัดเก็บโดยเจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องใช้เวลาตั้งแต่หลายชั่วโมงถึงหลายวัน หลังการพัฒนาระบบ ข้อมูลถูกเชื่อมโยงเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางและแสดงผลผ่าน Real-time Dashboard ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที ส่งผลให้ระยะเวลาในการสืบค้นข้อมูลและจัดทำรายงานลดลงจากระดับชั่วโมงหรือวัน เหลือเพียงระดับวินาที

Digital System Implementation (Zero Errors & Accessibility)

    ก่อนการใช้ระบบ การติดตามเงื่อนไขสำคัญของนักศึกษา เช่น การแก้เกรด IP เงื่อนไขการสอบภาษาอังกฤษ และสถานะวิทยานิพนธ์ ต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายระบบด้วยมือ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการตกหล่นของข้อมูลและ Human Error

    หลังจากนำระบบมาใช้ การเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางช่วยเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลและลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบด้วยมือ โดยสามารถติดตามสถานะสำคัญของนักศึกษาได้อย่างครบถ้วน

ระบบยังสามารถเข้าถึงผ่าน Web Browser และใช้งานได้ผ่านอุปกรณ์หลากหลายประเภท ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์

User Satisfaction (Decision Support & Sustainability)

    จากการใช้งานจริง ผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่มีความพึงพอใจต่อระบบในระดับ ดีมาก เนื่องจากสามารถติดตามความก้าวหน้าของนักศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบริหารหลักสูตรได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว  นอกจากนี้ Dashboard ยังช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการวางแผนและการตัดสินใจ เช่น การติดตามความก้าวหน้าของนักศึกษา การประเมินภาระงานของอาจารย์ที่ปรึกษา และการวิเคราะห์แนวโน้มของนักศึกษาในหลักสูตร ระบบมีความยั่งยืนในการใช้งาน เนื่องจากใช้ Python Script และ Google Apps Script ในการเชื่อมโยงและอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติ ช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และลดความเสี่ยงจาก Human Error

 

การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

    ผลการดำเนินงานแสดงให้เห็นว่า C&I Smart Dashboard สามารถยกระดับการบริหารข้อมูลจากรูปแบบ Data Silos ไปสู่ Smart Monitoring System ที่สนับสนุนการดำเนินงานและการตัดสินใจของผู้บริหารบรรลุ เป้าหมายตามตัวชี้วัด โดยช่วยลดระยะเวลาในการจัดทำรายงานสถานะนักศึกษา เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง ข้อมูลผ่าน Real-time Dashboard ลดความผิดพลาดจาก Human Error และเพิ่มความครอบคลุมในการติด ตามสถานะของนักศึกษา ส่งผลให้การบริหารจัดการข้อมูลมีเป็นระบบและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

    ผลการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานหลังการพัฒนาระบบ C&I Smart Dashboard

Indicator

Implementation

Before

After

Report preparation time

Hours–days

Seconds

Data accessibility

Fragmented data sources

Centralized database and Real-time dashboard

Student monitoring coverage

Partial monitoring

100% coverage

                                                                                                                                               

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ

System Integration

    ความสำเร็จของระบบไม่ได้เกิดจาก Google Looker Studio เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพัฒนา Python Script เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง ทำให้สามารถรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและแสดงผลผ่าน Dashboard ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

High Impact, Low Cost

    ระบบถูกพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ เช่น Google Looker Studio, Google Sheets, Google Apps Script และ Python Script แต่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมาก จึงเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงและมีต้นทุนต่ำ

User-Centric Design

    ระบบได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานจริง ทำให้ระบบใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และตอบสนองต่อการใช้งานของผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ระบบถูกนำไปใช้งานอย่างต่อเนื่อง

5. การปรับปรุงและพัฒนา

แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

    ปัจจุบันระบบใช้ Python Script ในการเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัย ในอนาคต หากมหาวิทยาลัยพัฒนา API สำหรับการดึงข้อมูลนักศึกษาโดยตรง ระบบจะสามารถพัฒนาไปสู่ Real-Time Data Integration ได้ทันทีเมื่อมีการอัปเดตข้อมูล

 

แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน

    แนวปฏิบัตินี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับ คณะหรือระดับมหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนการติดตามความก้าวหน้าของนักศึกษาและการตัดสินใจของผู้บริหาร รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนเชิงนโยบาย

ความปลอดภัยของระบบ

    ระบบทำงานภายใต้ Google Workspace ของมหาวิทยาลัย โดยจัดเก็บข้อมูลใน Google Sheets และแสดงผลผ่าน Google Looker Studio การเข้าถึงระบบจำกัดเฉพาะผู้ใช้งานที่ใช้บัญชี Google ของมหาวิทยาลัย (@rsu.ac.th) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัย

การพัฒนาต่อยอดในอนาคต

    ในระยะต่อไปมีแผนพัฒนาระบบจาก Thesis Advisor Portal ไปสู่ ฐานข้อมูลผลงานวิชาการของอาจารย์ (Academic Paper Database) โดยเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบ Teacher → Academic Paper → Journal Publication พร้อมเพิ่มฟังก์ชันการติดตามและคำนวณค่าน้ำหนักผลงานวิชาการตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย และแสดงผลผ่าน Dashboard เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ศักยภาพการผลิตผลงานวิจัยของอาจารย์

การพัฒนาดังกล่าวจะช่วยให้ C&I Smart Dashboard ขยายบทบาทจากระบบติดตามข้อมูลนักศึกษา ไปสู่ Integrated Academic Intelligence System

บทสรุปของแนวปฏิบัติ

    C&I Smart Dashboard เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลนักศึกษา จากระบบข้อมูลที่กระจัดกระจาย สู่ Centralized Data Management ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง และนำเสนอผ่าน Smart Dashboard  ระบบผสานการทำงานของ Python Script, Google Apps Script และ Google Looker Studio เพื่อสร้างระบบ Data Integration และ Data Visualization ที่ช่วยให้การติดตามสถานะนักศึกษา การตรวจสอบเงื่อนไขสำคัญ และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ แนวปฏิบัตินี้แสดงให้เห็นว่าการออกแบบระบบที่ตอบโจทย์การทำงานจริงของผู้ใช้ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล ลดความผิดพลาด และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งสามารถขยายผลในระดับคณะหรือมหาวิทยาลัยได้ในอนาคต

6. ข้อมูลประกอบ

Scroll to Top