รางวัลดีเด่น ปีการศึกษา 2568

ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 5.2.1/1

โมเดลความร่วมมือระดับหลักสูตรเพื่อผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และยกระดับชื่อเสียงระดับชาติ

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

ผู้จัดทำโครงการ​

รศ.ดร.วงศกร เจริญพานิชเสรี

วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี

1. บริบทและความสำคัญ

                       ระบบการผลิตบัณฑิตเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมที่รวดเร็ว โดยงานจริงต้องอาศัยสมรรถนะเชิงปฏิบัติและการบูรณาการข้ามศาสตร์มากกว่าความรู้เชิงทฤษฎี ขณะที่หลักสูตรแม้มีรอบปรับทุก 5 ปี แต่ในทางปฏิบัติการปรับเปลี่ยนมักจำกัด ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่เรียน” กับ “สิ่งที่ใช้จริง” บัณฑิตจำนวนไม่น้อยยังไม่สามารถทำงานได้ทันที

                         ความร่วมมือระดับมหาวิทยาลัยหรือคณะเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากภาคอุตสาหกรรมไม่ได้มีส่วนร่วมในระดับหลักสูตรจริง ก็ไม่สามารถร่วมออกแบบ PLO หรือโครงสร้างรายวิชาได้อย่างตรงจุด แม้นโยบาย “ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่” จะส่งเสริมแนวคิดดังกล่าว แต่หากดำเนินการแบบโครงการเฉพาะกิจ ก็ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน

                         จึงริเริ่มพัฒนา “โมเดลความร่วมมือระดับหลักสูตร” เพื่อให้การปรับหลักสูตรและความร่วมมือกับอุตสาหกรรมเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบในระดับหลักสูตรจริง นำไปสู่คุณภาพบัณฑิตและการยอมรับระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรม

แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ)

  1. ปรับหลักสูตรให้ทันสมัยเชิงโครงสร้าง โดยอ้างอิงมาตรฐานวิชาชีพและความต้องการอุตสาหกรรมจริง
  2. สร้างความร่วมมือระดับหลักสูตรที่มีบทบาทจริงในการออกแบบ สอน และประเมินผู้เรียน
  3. เพิ่มความพร้อมของบัณฑิตให้สามารถทำงานได้ทันที ลดภาระการฝึกอบรมของสถานประกอบการ
  4. ยกระดับการยอมรับและชื่อเสียงของหน่วยงานในระดับชาติผ่านผลลัพธ์เชิงประจักษ์

ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้
ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้

  • ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
  • อื่น ๆ (โปรดระบุ) นโยบายและแนวทางโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ของสำนักงานปลัดกระทรวง อว., แนวคิด Outcome-Based Education (OBE) และ Program Learning Outcomes (PLO), กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (TQF), แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565–2569 และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาตลอดชีวิตและระบบคลังหน่วยกิต
  • ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)
  • เจ้าของความรู้/สังกัด รศ.ดร.วงศกร เจริญพานิชเสรี วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี

 

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้

แนวปฏิบัตินี้บูรณาการนโยบายโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ และแนวคิด Outcome-Based Education บนฐาน Program Learning Outcomes เข้ากับประสบการณ์ของหัวหน้าหลักสูตรและคณาจารย์ในการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมในระดับหลักสูตร  

2. การวางแผน

ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน

ตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)

  • ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง
  • โปรดระบุ KR 5.2.1/1 ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และหน่วยงานมีชื่อเสียงหรือได้รับการยอมรับในระดับชาติ


ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. วิเคราะห์สมรรถนะที่อุตสาหกรรมต้องการ โดยเทียบกับ PLO เดิมและระบุช่องว่างที่ต้องปรับปรุง
  2. ปรับ PLO และโครงสร้างรายวิชาให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ ผ่านกระบวนการพิจารณาระดับคณะและมหาวิทยาลัย
  3. จัดทำ MOU ระดับหลักสูตร กำหนดบทบาทภาคอุตสาหกรรมในการร่วมออกแบบ สอน และประเมินผู้เรียน
  4. บูรณาการผู้เชี่ยวชาญภายนอกสู่การเรียนการสอนจริง ผ่านโครงงานและการประเมินผลงาน
  5. เก็บข้อมูลประเมินผลจากผู้เรียนและภาคี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงแบบ PDCA
  6. จัดทำรายงานผลเชิงประจักษ์ เพื่อขอรับการสนับสนุนและเสนอผลงานระดับชาติ

ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ)

  1. ใช้กรอบนโยบาย ระบบพัฒนาหลักสูตร MOU และ PDCA ของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องตั้งโครงสร้างใหม่
  2. ใช้ศักยภาพหัวหน้าหลักสูตร คณาจารย์ และภาคีอุตสาหกรรมในการออกแบบ ปรับปรุง และประเมินหลักสูตร
  3. แม้ได้รับทุนสนับสนุน แต่กลไกความร่วมมือระดับหลักสูตรสามารถดำเนินการได้ภายใต้ทรัพยากรปกติของคณะ
  4. ใช้ระบบสนับสนุนของมหาวิทยาลัย เช่น Intranet และเครื่องมือออนไลน์ในการประสานงานและติดตามผล

3. การลงมือปฏิบัติ

สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน

  1. จัดประชุมร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อวิเคราะห์สมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานจริง และเปรียบเทียบกับ PLO เดิมของหลักสูตร
  2. ปรับ PLO และโครงสร้างรายวิชาให้สอดคล้องกับข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรม ผ่านกระบวนการพิจารณาระดับหลักสูตร
  3. จัดทำ MOU ระดับหลักสูตร กำหนดบทบาทภาคอุตสาหกรรมในการร่วมออกแบบ สอน และประเมินผู้เรียน
  4. บูรณาการผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้าสู่การเรียนการสอนจริง ผ่านโครงงานและการประเมินผลงานนักศึกษา
  5. เก็บข้อมูลผลการประเมินผู้เรียนและข้อเสนอแนะจากภาคี เพื่อนำเข้าสู่การปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
  6. จัดทำรายงานผลเชิงประจักษ์ เพื่อขอรับการสนับสนุนโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และเสนอผลงานระดับชาติ

ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข

  1. กระบวนการปรับหลักสูตรหลายระดับทำให้การเปลี่ยนแปลงล่าช้า จึงปรับกิจกรรมการเรียนรู้และวิธีประเมินก่อน พร้อมรวบรวมหลักฐานเพื่อเสนอปรับหลักสูตรรอบถัดไป
  2. ความร่วมมือบางส่วนเริ่มต้นในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ จึงปรับ MOU ระดับหลักสูตรให้กำหนดบทบาทชัดเจนในการร่วมออกแบบ สอน และประเมิน พร้อมมีกลไกติดตามผล
  3. ความคาดหวังระหว่างหลักสูตรกับอุตสาหกรรมแตกต่างกัน จึงใช้กรอบ OBE เป็นเครื่องมือกลางในการเชื่อมโยงมาตรฐานวิชาการกับสมรรถนะที่ต้องการ
  4. ภาคีภายนอกมีข้อจำกัดด้านเวลา จึงจำกัดความร่วมมือเฉพาะหลักสูตรที่เกี่ยวข้องโดยตรง และกำหนดบทบาทให้ชัดเจนเพื่อลดภาระ

4. การตรวจสอบและวัดผล

วิธีการวัดผลและประเมินผล

การวัดผลและประเมินผลดำเนินการใน 3 ระดับ ดังนี้

  1. ระดับผลลัพธ์ผู้เรียน
    ประเมินสมรรถนะตาม Program Learning Outcomes (PLO) ที่ปรับปรุงใหม่ ผ่านรายวิชา โครงงานเชิงปฏิบัติ การนำเสนอผลงาน และการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก พร้อมติดตามภาวะการมีงานทำและความสอดคล้องของงานกับสาขาที่เรียน
  2. ระดับความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม
    รวบรวมข้อเสนอแนะจากภาคีเครือข่ายที่ร่วมออกแบบ สอน และประเมินผู้เรียน ทั้งด้านคุณภาพผลงาน ความพร้อมในการทำงาน และความพึงพอใจ เพื่อใช้ปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
  3. ระดับการยอมรับของหน่วยงานในระดับชาติ
    ประเมินผลจากการได้รับทุนสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และการได้รับรางวัลต้นแบบโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ซึ่งสะท้อนการยอมรับในระดับประเทศตามตัวชี้วัด 2.1/1 โดยนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการ PDCA เพื่อพัฒนา

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

  1. ผลลัพธ์ต่อคุณภาพผู้เรียน
    ผู้เรียนมีสมรรถนะสอดคล้องกับ PLO ที่ปรับปรุงใหม่ สามารถทำโครงงานที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม และมีความพร้อมในการทำงานเพิ่มขึ้น สะท้อนจากข้อเสนอแนะของภาคีเครือข่ายและภาวะการมีงานทำที่สอดคล้องกับสาขา
  2. ลลัพธ์ต่อหลักสูตรและความร่วมมือ
    หลักสูตรได้รับการปรับ PLO และรายวิชาอย่างเป็นระบบ พร้อมความร่วมมือระดับหลักสูตรที่ภาคอุตสาหกรรมร่วมออกแบบ สอน และประเมินจริง โดย MOU มีการกำหนดบทบาทและติดตามผลชัดเจน
  3. ผลลัพธ์ต่อภาพลักษณ์และการยอมรับระดับชาติ
    หลักสูตรได้รับทุนสนับสนุนต่อเนื่อง และมหาวิทยาลัยรังสิตได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ผ่านเข้ารอบและได้รับรางวัลต้นแบบโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นหลักฐานการยอมรับระดับชาติสอดคล้องกับ 2.1/1

การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

  1. ระดับหลักสูตร
    เป้าหมายคือปรับหลักสูตรให้ทันสมัยและมีภาคอุตสาหกรรมร่วมจริง ผลที่เกิดขึ้นคือการปรับ PLO และรายวิชาอย่างเป็นระบบ ภาคีร่วมออกแบบ สอน และประเมินผู้เรียน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของหลักสูตรอย่างชัดเจน
  2. ระดับหน่วยงาน (2.1/1)
    มหาวิทยาลัยรังสิตได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ “สถาบันอุดมศึกษาต้นแบบบัณฑิตพันธุ์ใหม่” ด้านการสนับสนุนหลักสูตรร่วมมือกับภาคีเครือข่าย จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา ฯ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ

  1. กำหนดเป้าหมายเชิงระบบ โดยผูกการพัฒนาหลักสูตรกับ PLO และยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน
  2. ความร่วมมือระดับหลักสูตรที่ภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทจริงในการออกแบบ สอน และประเมินผู้เรียน
  3. ใช้กรอบ OBE และ PLO เป็นเครื่องมือกลางในการปรับหลักสูตรอย่างมีทิศทางและมีหลักฐานรองรับ
  4. บทบาทผู้นำของหัวหน้าหลักสูตรและคณะทำงานที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
  5. การใช้ผลลัพธ์เชิงประจักษ์และรางวัลระดับชาติเป็นข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อพัฒนาโมเดลอย่างต่อเนื่อง

5. การปรับปรุงและพัฒนา

แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

  1. พัฒนากลไกวิเคราะห์ความต้องการอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การปรับ PLO และรายวิชาทันสมัยและมีข้อมูลรองรับ
  2. ยกระดับบทบาทภาคีจากผู้ร่วมกิจกรรมสู่ผู้ร่วมกำหนดเกณฑ์ประเมินและติดตามผลบัณฑิต
  3. พัฒนาระบบติดตามผลลัพธ์ผู้เรียนเชิงดิจิทัล เพื่อนำข้อมูลการมีงานทำและความพึงพอใจมาใช้ปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
  4. ขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับหลักสูตรให้หลากหลายและตรงสายวิชาชีพมากขึ้น
  5. จัดทำคู่มือและกลไกถ่ายทอดแนวปฏิบัติสู่หลักสูตรอื่น เพื่อขยายผลอย่างเป็นระบบ
  6. เสริมสร้างสมรรถนะอาจารย์ด้าน OBE และการทำงานร่วมกับอุตสาหกรรม เพื่อความยั่งยืนระยะยาว

แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นมาตรฐานในการทำงาน

  1. คณะกำหนดนโยบายและสร้างแรงจูงใจให้หลักสูตรพัฒนาความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากการส่งนักศึกษาไปสหกิจศึกษาอย่างเป็นระบบ
  2. ใช้การนิเทศสหกิจศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ โดยคณาจารย์พูดคุยกับสถานประกอบการเพื่อรับฟังความต้องการ ทักษะที่จำเป็น และ pain point ของอุตสาหกรรม
  3. เริ่มความร่วมมือในรูปแบบกิจกรรมร่วม เช่น สัมมนา โครงงาน หรือการบรรยายพิเศษ เพื่อสร้างความเข้าใจและทิศทางร่วมกันก่อนเข้าสู่ความร่วมมือเชิงลึก
  4. เมื่อหลักสูตรและภาคอุตสาหกรรมมีแนวทางสอดคล้องกัน จึงพัฒนาความร่วมมือสู่ระดับร่วมออกแบบหลักสูตร ร่วมสอน และร่วมประเมิน ก่อนจัดทำ MOU ระดับหลักสูตรตามขั้นตอน หลักสูตร → คณะ → มหาวิทยาลัย
  5. เลือก partner ที่มีศักยภาพและมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่หรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับ เพื่อรองรับเงื่อนไขการขอทุนโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่
  6. เมื่อมี MOU และผลงานเชิงประจักษ์ จึงพัฒนาโครงการเข้าสู่การขอทุนผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ และต่อยอดสู่การยกระดับภาพลักษณ์ระดับชาติ

6. ข้อมูลประกอบ

  1. จดหมายเชิญเข้าร่วมประกวดรางวัลต้นแบบโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่
  2. เกณฑ์การคัดเลือกผลงานต้นแบบ
  3. จดหมายประกาศผลรางวัลประกาศเกียรติคุณ “สถาบันอุดมศึกษาต้นแบบบัณฑิตพันธุ์ใหม่”
Scroll to Top