“พลิกโฉมกระบวนการคิด ด้วย Learning Experience: LE” [Thinking Transformation: through Learning Experience (LE)]
รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 1 : KR 1.2.1 “พลิกโฉมกระบวนการคิด ด้วย Learning Experience: LE” [Thinking Transformation: through Learning Experience (LE)] ผู้จัดทำโครงการ ผศ. ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ และ อาจารย์ โสราวดี วิเศษสินธพ คณะวิทยาศาสตร์ 1. บริบทและความสำคัญ การจัดการเรียนการสอนที่เน้น Outcome-Based Education (OBE) ตามนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ การปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอน กลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่อาจารย์ผู้สอนทุกคนต้องให้ความสำคัญและรีบเร่งดำเนินการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังในระดับรายวิชา (CLO: Course Learning Outcomes) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาที่เน้นการพัฒนาทักษะการคิด ทั้งคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ เชิงระบบ และเชิงวิพากษ์ ซึ่งเป็น”ทักษะทางปัญญา” (Cognitive Skills) ที่เป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิตและการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง และยังเป็นทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 ขณะที่การวัดและประเมินผลลัพท์การเรียนรู้ทักษะทางปัญญา มีความยุ่งยากและซับซ้อนกว่าการวัดและประเมินผลความรู้ทั่วไป เนื่องจากเป็นการประเมินกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ซึ่งไม่สามารถสังเกตเห็นได้โดยตรงเหมือนพฤติกรรม จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น จึงเกิดแนวคิดที่จะค้นหา แนวทางการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน ที่สามารถวัดและประเมินผลลัพท์การเรียนรู้ “ทักษะการคิด”ที่ชัดเจนขึ้น เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 ที่เป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิตและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้ชื่อโครงการ “พลิกโฉมกระบวนการคิด ด้วย Learning Experience: LE” [Thinking Transformation: through Learning Experience (LE)] ในครั้งนี้ โครงการ “พลิกโฉมกระบวนการคิด ด้วย “Learning Experience: LE” เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของบุคลากร 2 หน่วยงาน คือ บุคลากรจากคณะวิทยาศาสตร์ (ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์) และบุคลากรจากสถาบัน Gen.Ed. (อาจารย์ โสราวดี วิเศษสินธพ) ได้ร่วมมือกัน พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน ทักษะการคิด โดยนำองค์ความรู้ “Learning Experience: LE” และ “ถอดรหัสคิด” เป็นแนวทางในการออกแบบ กระบวนการจัดการเรียนสอนในรายวิชา RSU150 (การจัดการเชิงสร้างสรรค์) และ RSU180 (RSU My Style) ภาคการเรียนที่ 2/68 แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร เพื่อพัฒนา กระบวนการจัดการเรียนการสอน “ทักษะการคิด” ในรูปแบบ Outcome-Based Education (OBE) ที่สามารถวัดและประเมินผลได้ตรงตามวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรรมที่กำหนด ทั้งการประเมินผลระหว่างเรียน (Formative Assessment) และการประเมินผลสรุป (Summative Assessment) ซึ่งนอกจากจะได้ผลลัพท์การเรียนรู้ที่ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรรมทางการศึกษาที่มุ่งเน้นผลลัพท์ผู้เรียน ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑืต (Excellence in Education) [KR 1.2.1] ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/) แนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้ ประกอบด้วยองค์ความรู้ และหลักในการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้เนื้อหาความรู้ต่างๆ จากผลงานที่ได้รับรางวัลจาก คลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ 4 โครงการ คือ1. องค์ความรู้จากผลงาน เรื่อง ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม (L.E. : Learning Experience) ผลงานการจัดการความรู้ดีเด่น ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2563 [เจ้าของผลงาน: ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์]2.องค์ความรู้ เรื่อง การจัดอบรม ปลูกผักกินเอง สร้างภูมิตุ้มกัน ต้านโรค ลดมลพิษสิ่งแวดล้อมซึ่งใช้ หลักการ L.E. : Learning Experience เป็นแนวทาง ในการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ให้กับชุมชน ได้รับรางวัลชมเชย ประจำปี 2564 ประเภททำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม [เจ้าของผลงาน: ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ และ ผศ.ดร.ณิชกานต์ กลิ่นกุสุม]3.องค์ความรู้ เรื่อง สิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาชุมชน ซึ่งใช้ หลักการ L.E. : LearningExperience เป็นแนวทางการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ให้กับสมาชิกในชุมชนตำบลหลักหก ครู อาจารย์ บุคลากรหน่วยงานภาครัฐ และประชาชนผู้สนใจทั่วไป ได้รับรางวัลชมเชย ประจำปี 2565 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างนวัตกรรมงานวิจัย (Innovative Research and Development [เจ้าของผลงาน: ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ และ ผศ.ดร.ณิชกานต์ กลิ่นกุสุม]4.องค์ความรู้ เรื่อง การเรียนการสอน เรื่อง สวนกระถางเมล็ดผลไม้เหลือทิ้ง…จากชีววิทยาองค์รวม ซึ่งใช้ หลักการ L.E. : Learning Experience เป็นแนวทาง ในการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ได้รับรางวัลชมเชย ประจำปี 2566 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างความป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต (Excellence in Education) [เจ้าของผลงาน: ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ และ ผศ.ดร.ณิชกานต์ กลิ่นกุสุม] อื่น ๆ (โปรดระบุ)1.แนวคิดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ (Learning Experience) ของศาสตราจารย์ Ralph W.Tyler2. โสภณ ธนะมัย. 2557. ถอดรหัสคิด โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต จังหวัดปทุมธานี ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) เจ้าของความรู้/สังกัด ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ เจ้าขององค์ความรู้ “ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ [L.E.: Learning Experience]” การนำแนวปฏิบัติที่ดีที่เคยได้รับรางวัลมาใช้ในการปฏิบัติงานของตนเองโดยไม่ได้ปรับปรุงกระบวนการใดๆ จากรางวัลดีเด่น เรื่อง ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม ( L.E. : Learning Experience)ปีการศึกษา 2563 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้ 1 “Learning Experience: LE” หรือ“ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้” เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของศาสตราจารย์ Ralph W. Tyler ซึ่งมองว่าการศึกษา เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ ทั้งด้านความคิด ความรู้สึก และการแสดงออกทางกาย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ จึงต้องมีความเชื่อมโยงกันของวัตถุประสงค์การสอน วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม สถานการณ์การเรียนรู้ สื่อช่วยสอน และการวัดและประเมินผล ทั้งการประเมินผลระหว่างเรียน (Formative Assessment) และการประเมินผลสรุป (Summative Assessment) สำหรับ “Learning Experience: LE” ที่ใช้เป็นหลักในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นวัตกรรมทางการศึกษาที่พัฒนาขึ้นโดย ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ (2559) สำหรับใช้เป็นเครื่องมือ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาของคนในชุมชน และได้ปรับใช้กับการเรียนการสอนทั้งในและนอกระบบชั้นเรียน ทั้งในระดับชุมชน ระดับมหาวิทยาลัย และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร นอกจากนั้น “Learning Experience: LE” ยังเป็นผลงานที่ได้รับรางวัล การจัดการความรู้ดีเด่น ประจำปี 2563 และใช้เป็นหลักยึดในการจัดกิจกรรมบริการวิชาการ ปี 2564, 2565 และ 2566 ซึ่งได้รับรางวัลชมเชย การจัดการความรู้ประจำปี 2564, 2565 และ 2566 อีกด้วย2. ถอดรหัสคิด (Think: An Introduction Analysis) เอกสารทางวิชาการเขียนโดย ดร.โสภณ ธนะมัย (2557) มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอ “รูปธรรมของการสอนให้คิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน” ซึ่งใช้เป็นเอกสารหลักในการออกแบบ “สถานการณ์การเรียนรู้ทักษะการคิด” ในโครงการนี้ 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)❑ ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต โปรดระบุ KR 1.2.1 ❑ สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น❑ ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ❑ เกณฑ์ของสภาวิชาชีพ❑ อื่นๆ โปรดระบุรายละเอียดตัวชี้วัด1. ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการคิด เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 202. ผู้เรียนสามารถแสดงพฤติกรรมบ่งชี้ทักษะการคิดวิเคราะห์, สังเคราะห์, สร้างสรรค์,เชิงระบบ และวิพากษ์ผ่านผลงานในคาบเรียนอย่างเด่นชัดตามเกณฑ์การประเมิน Rubric score ขั้นตอนการดำเนินงาน ประชุม เพื่อกำหนดเป้าหมายในการดำเนินโครงการและตั้งชื่อโครงการ “พลิกโฉมกระบวนการคิด ด้วย Learning Experience: LE” ถ่ายโอนความรู้ 1(Knowledge Transfer) แนวคิดหลัก “Learning Experience : L.E.” และ “ถอดรหัสคิด” สู่ทีมงาน ออกแบบ Learning Experience : (L.E.) เนื้อหา “ทักษะการคิด”โดยกำหนดให้ผู้เรียน ฝึกใช้กระบวนการคิด(วิเคระห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ เชิงระบบ และวิพากษ์) ภายใต้คำแนะนำของผู้สอน โดยแต่ละคาบเรียน ได้กำหนดให้ผู้เรียนฝึกคิดในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ตามเวลาที่กำหนด จัดทำแบบทดสอบก่อน-หลังการจัดกิจกรรม ( Formative Assessment) และจัดทำแบบประเมิน Rubric score เพื่อประเมินผลงานของนักศึกษา (Summative Assessment) ในแต่ละคาบเรียน จัดกิจกรรมตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ใน Learning Experience : L.E. เนื้อหาทักษะการคิด อย่างเคร่งครัด สรุปผลการจัดกิจกรรม รายคาบ เพื่อปรับปรุงและพัฒนา สรุปผลการดำเนินกิจกรรมคาบที่ 3-7 เพื่อนำเสนอเป็นตัวอย่างในกิจกรรมการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) Padlet Application ใช้เพื่อมอบหมายงาน ส่งผลงานนักศึกษา ตรวจสอบผลงานและให้คำแนะนำการทำกิจกรรมในคาบเรียน แบบ Realtime ราคา 2,000 บาท AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นผู้ช่วยให้แนวทาง การจัดทำสื่อ / ผู้ช่วยให้แนวทางการวัดและประเมินผล / เป็นผู้ช่วยนักศึกษาในการนำเสนอผลงานการคิด เช่น สร้างภาพผลงานการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษา โดย AI ค่ายต่างๆ ได้แก่ Google Gemini, Google AI mode, ChatGPT, AI Copilot (Microsoft Copilot) เป็นต้น Google Workspace for Education ได้แก่ Classroom, Drive, Docs, Slides, Forms, Sheets เป็นต้น 3. การลงมือปฏิบัติ สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน คาบเรียนที่ 1-4 แนะนำรายวิชา / ทดสอบก่อนเรียน เพื่อวัดระดับทักษะการคิด ก่อนร่วมกิจกรรม / ถ่ายทอดความรู้ทักษะคิด ประเภทต่างๆ (วิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ เชิงระบบ และวิพากษ์) ซึ่งพบว่า หลังจากจบคาบที่ 4 นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจถึงหลักของการคิดแบบต่างๆ คาบเรียนที่ 5 ทดสอบก่อนร่วมกิจกรรม/ฝึกทักษะ 4 คิด(วิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ และเชิงระบบ) ผ่านกิจกรรมฝึกการคิด สถานการณ์ที่ 1 “Rebuild the Recipe” [รื้อเมนู สร้างรสใหม่] ในคาบเรียน ผ่าน Padlet Application / ส่งผลงานการฝึกคิด รายบุคคลใน Google classroom / ทดสอบหลังร่วมกิจกรรม / ประเมินผลงานโดยใช้แบบประเมิน Rubric / สรุปการวัดและประเมินผลทั้ง Pre-Post และ Rubric เพื่อพัฒนาและปรับปรุงในคาบเรียนต่อไป คาบเรียนที่ 6 ทดสอบก่อนร่วมกิจกรรม / ฝึกทักษะ 4 คิด (วิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ และเชิงระบบ) ผ่านกิจกรรมฝึกการคิด สถานการณ์ที่ 2 “Un-Form” [เปลี่ยนฟอร์มให้มีฟีล]ในคาบเรียน ผ่าน Padlet Application / ส่งผลงานการฝึกคิดรายบุคคลใน Google classroom / ทดสอบหลังร่วมกิจกรรม / ประเมินผลงานโดยใช้แบบประเมิน Rubric สรุปการวัดและประเมินผลทั้ง Pre-Post และ Rubric เพื่อพัฒนาและปรับปรุงในคาบเรียนต่อไป คาบเรียนมี่ 7 ทดสอบก่อนร่วมกิจกรรม / ฝึกทักษะ 5 คิด (วิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ เชิงระบบ และวิพากษ์) ผ่านกิจกรรมฝึกการคิด สถานการณ์ที่ 3 “The Screen is Calling” [จอเรียกหา]ในคาบเรียน ผ่าน Padlet Application / ส่งผลงานการฝึกคิด ตามแบบฟอร์ม ใน Google Classroom / ทดสอบหลังร่วมกิจกรรม / ทดสอบหลังร่วมกิจกรรม /ประเมินผลงานโดยใช้แบบประเมิน Rubric / สรุปการวัดและประเมินผลทั้ง Pre-Post และ Rubric เพื่อพัฒนาและปรับปรุงในคาบเรียนต่อไป ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข นักศึกษามีจำนวนมาก [90 คน] ทำให้ต้องตรวจผลงานทุกคาบเรียน การนำผลการเรียนในคาบเรียนก่อนหน้า มาเป็นแนวทางเพื่อปรับปรุงแก้ไขในคาบเรียนลำดับถัดมา อาจไม่ทันกาล แนวทางแก้ไข คือ สร้างแบบประเมินผลรูบริค และกำหนดให้ AI ทำการตรวจผลงานของนักศึกษา โดยระบุเหตุผลการให้คะแนน เป็นรายบุคคล เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการตรวจผลงานนักศึกษา โดย AI ข้อเสนอในอนาคต ควรกำหนดจำนวนนักศึกษาไม่เกิน 50 คน ต่อ 1 ผู้สอน เนื่องจากเป็นรายวิชาที่เน้นการฝีกทักษะ Cognitive Skill สัญญาณ Internet ไม่เสถียร แนวทางแก้ไข คือ ใช้ Internet ส่วนตัว นักศึกษาไม่เคยเข้าใช้งาน Google Workspace for Education แนวทางแก้ไข คือ ผลักดันให้นักศึกษารู้จัก และนำเครื่องมือมาใช้ในการเรียน รวมถึง แนะนำให้รู้จักการบริหารจัดการพื้นที่เนื่องจากพื้นที่การใช้งานมีจำกัด 4. การตรวจสอบและวัดผล วิธีการวัดผลและประเมินผล ตรวจสอบการทำกิจกรรมของนักศึกษาทุกคน แบบ Realtime ผ่าน Padlet Application ประเมินผลก่อนและหลังการร่วมกิจกรรม โดยใช้ แบบทดสอบก่อนและหลังร่วมกิจกรรม เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมรายคาบ ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ Ralph W. Tyler ประเมินผลงานโดยใช้ Rubric Score ที่วัดผล ตามพฤติกรรมที่คาดหวังที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมแของแต่ละคาบเรียน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากโครงการ “พลิกโฉมกระบวนการคิด ด้วย Learning Experience: LE” ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ [ภาคการเรียนที่ 2.68] แต่จากการประเมินผลดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พบว่า ผลดำเนินงานสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ได้กำหนดไว้ CLO จึงขอนำเสนผลดำเนินการเป็นภาพรวมในคาบเรียนที่ 5,6,7 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ นศ. ต้องนำทักษะการคิดที่ได้เรียนรู้มาแล้ว มาฝึกคิดในสถานการณ์ต่างๆ ที่แตกต่างกัน 5. การปรับปรุงและพัฒนา แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ผลการดำเนินการที่เกิดขึ้นในโครงการนี้ ทั้งส่วนที่ประสบความสำเร็จและส่วนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เนื่องจากสิ่งใดที่สำเร็จ สิ่งนั้น คือ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผลลัพท์การเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบสำหรับการจัดการเรียนการสอนในอนาคต ส่วนสิ่งใดที่ไม่ประสบความสำร็จ สิ่งนั้น คือ โจทย์การวิจัยนวัตกรรมทางการศึกษาที่ทรงพลัง ที่ทำให้นำไปสู่การทำวิจัย R&D ทางการศึกษาในอนาคต แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน สร้างเครือข่ายชุมชน ร่วมมือกัน “พัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผลลัพท์การเรียนรู้ รูปแบบต่างๆขึ้น”ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบตามความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ในแต่ละสาขา การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผลลัพท์การเรียนรู้ ด้วย “Learning Experience : L.E.” เป็นรูปแบบหนึ่งที่ได้ประยุกต์ องค์ความรู้ทางสิ่งแวดล้อมศึกษาชุมชน(การศึกษานอกระบบ: Non-formal education) มาประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอนในระบบ ( การศึกษาในระบบ : Formal education) ซึ่งสมารถนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลได้ ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ Ralph W.Tyler 6. ข้อมูลประกอบ เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น รูปภาพกิจกรรม, ไฟล์ข้อมูลดิบ, รายงานสรุป, แบบฟอร์มที่ใช้, วิดีโอ หรือสื่ออื่นๆ โดยระบุเป็น Link https://drive.google.com/file/d/1UB5WkerBu2yv30eer-PlZ6W_lbtDROnG/view?usp=sharing


