รางวัลชมเชย

การพัฒนางานวิจัยจากห้องวิจัยสู่การประกวดผลงานวิจัยเพื่อสร้างชื่อเสียงในระดับชาติและนานาชาติ

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 2.1.4, KR 2.5.2 KR 5.2.1/1 และ KR 5.2.2/1 การพัฒนางานวิจัยจากห้องวิจัยสู่การประกวดผลงานวิจัยเพื่อสร้างชื่อเสียงในระดับชาติและนานาชาติ ผู้จัดทำโครงการ​ รศ.ปรียา อนุพงษ์องอาจ ผศ.ธวัช แก้วกัณฑ์ รศ.ว่าที่ร้อยตรี ดร.พิชิตพล โชติกุลนันทน์ วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​            วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพอาจารย์ด้านงานวิจัยควบคู่กับการพัฒนานักศึกษา โดยพัฒนาอาจารย์หรือนักวิจัยให้ได้รับรางวัลจากผลงานวิจัยและผลงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยขึ้นไป พัฒนานักศึกษาทักษะทางวิชาการ ทักษะปฏิบัติ และ พัฒนาความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มประสบการณ์ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้นักศึกษาเป็นผู้ร่วมสร้างนวัตกรรม (Innocreative Co-Creator) เผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม จำเป็นต้องมีความสามารถในการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เพื่อพัฒนาหรือแก้ปัญหาสังคม มีคุณลักษณะความเป็นผู้ประกอบการ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและของโลก สามารถสร้างโอกาสและเพิ่มมูลค่าให้กับตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศ และความเป็นพลเมืองเข้มแข็ง (Active Citizen) มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ยึดมั่นในความถูกต้อง ร่วมมือรวมพลังเพื่อสร้างสรรค์การพัฒนานวัตกรรม โดยการนำความรู้จากการทำโครงงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติ ซึ่งเป็นการสนับสนุนนักศึกษาให้มีความพร้อมในการทำงานในอนาคต ซึ่งได้พัฒนาทักษะทางด้านการทำงานวิจัย การนำเสนอ การแสดงผลงานวิจัยต่อสาธารณชน ฝึกการตอบคำถามผ่านกิจกรรมการแข่งขันประกวดงานนวัตกรรมในระดับชาติและนานาชาติ และสร้างชื่อเสียงให้กับวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตให้เป็นที่รู้จักในระดับชาติและนานาชาติ           วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์จึงได้สนับสนุนอาจารย์และนักศึกษาด้านการสร้างแนวคิดในการสร้างนวัตกรรม ความเป็นผู้ประกอบการและความเป็นสากล เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของการเป็นวิศวกรชีวการแพทย์ มีความเป็นนวัตกร มีความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ โดยมอบหมายให้อาจารย์ในห้องวิจัยแต่ละห้องเป็นผู้รับผิดชอบในทุกๆปี โดยอาจารย์ประจำห้องวิจัยจะต้องสนับสนุนให้นักศึกษาทุกชั้นปีเข้าแข่งขันประกวดผลงาน โดยในปีที่ผ่านมาทางห้องวิจัยได้ส่งผลงานวิจัยเข้าประกวดในโครงการ Thailand New Gen Inventor Award 2024 (I-New Gen Award 2024) งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2567 ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ การพัฒนาศักยภาพอาจารย์ด้านงานวิจัย: วิทยาลัยมุ่งเน้นการผลักดันให้อาจารย์และนักวิจัยมีผลงานที่ได้รับรางวัลในระดับมหาวิทยาลัยและสูงกว่านั้น เพื่อสร้างชื่อเสียงและเสริมความน่าเชื่อถือของวิทยาลัย การส่งเสริมทักษะนักศึกษา: เน้นการพัฒนาทักษะทางวิชาการและปฏิบัติ รวมถึงความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในศตวรรษที่ 21 นักศึกษาจะได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้ร่วมสร้างนวัตกรรม (Inno creative Co-Creator) ที่สามารถบูรณาการศาสตร์ต่างๆ และเข้าใจบทบาทของตนในฐานะผู้แก้ปัญหาสังคม ความเป็นผู้ประกอบการและพลเมืองที่เข้มแข็ง: นักศึกษาจะได้รับการส่งเสริมให้มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก สามารถสร้างมูลค่าให้ตนเองและชุมชน รวมถึงร่วมมือกับผู้อื่นในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม การเข้าร่วมแข่งขันและประกวดนวัตกรรม: วิทยาลัยสนับสนุนนักศึกษาให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมแข่งขันประกวดนวัตกรรมระดับชาติและนานาชาติ เพื่อฝึกทักษะการวิจัย การนำเสนอผลงาน การตอบคำถาม และการสร้างชื่อเสียงให้วิทยาลัย เช่น การเข้าร่วมโครงการ Thailand New Gen Inventor Award 2024 การสนับสนุนจากอาจารย์ประจำห้องวิจัย: อาจารย์แต่ละคนในห้องวิจัยมีหน้าที่ดูแลนักศึกษา ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะการพัฒนานวัตกรรม โดยสนับสนุนให้นักศึกษาทุกชั้นปีเข้าร่วมแข่งขันผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง  ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อื่น ๆ (โปรดระบุ)     ความรู้จากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง      องค์ความรู้ทางด้านการบริหารงานวิจัย 2. องค์ความรู้ทางด้านการวิจัย ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) อื่น ๆ (ระบุ)  เป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การทำงาน วิธีการดำเนินการ วิธีการดำเนินการในการเตรียมผลงานวิจัยเพื่อเข้าร่วมประกวดในโครงการ Thailand New Gen Inventor Award 2024 ติดตามข่าวสารการประกวด อาจารย์ประจำห้องวิจัยจะติดตามข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประกวดผลงานนวัตกรรมจากเว็บไซต์ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับทราบกำหนดการและข้อกำหนดต่าง ๆ คัดเลือกผลงานวิจัย อาจารย์ประจำห้องวิจัยในห้องวิจัยจะพิจารณาและคัดเลือกผลงานวิจัยที่มีความเหมาะสมและมีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าร่วมการประกวด โดยคำนึงถึงคุณภาพและความน่าสนใจของผลงานในสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2024 นี้ ได้คัดเลือกผลงานทั้งหมด 5 ผลงาน ได้แก่ การศึกษาการออกแบบและสร้างเครื่องวัดความดันด้วยหลักการ PPG (Photoplethysmogram) และแสดงผลผ่านทางระบบ IOT เครื่องเตือนการรั่วซึมของเลือดที่สายส่งเลือดจากเครื่องไตเทียมเข้าสู่ผู้ป่วย การศึกษาการออกแบบและสร้างเครื่องสอบเทียบอินฟราเรดเทอร์โมมิเตอร์ การออกแบบและสร้าวเครื่องทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐาน IEC60601-1 และ IEC62353 เครื่องเลื่อยกระดูกสำหรับการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา การเตรียมความพร้อมของผลงาน นักศึกษาจะจัดทำข้อเสนอโครงการ (Proposal) ตามแบบฟอร์มที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติกำหนด โดยเน้นหัวข้อทางด้านการแพทย์ที่สอดคล้องกับแนวทางของการประกวด อาจารย์ที่ปรึกษาจะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อเสนอโครงการ และให้คำแนะนำในการปรับปรุงเนื้อหาเพื่อให้มีความสมบูรณ์และน่าสนใจยิ่งขึ้น การส่งผลงานเข้ารอบคัดเลือก เมื่อข้อเสนอโครงการผ่านการตรวจทานและปรับปรุงจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว นักศึกษาและคณะอาจารย์จะจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นและดำเนินการส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดในรอบคัดเลือกตามกำหนดการของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เตรียมการสำหรับรอบต่อไป เมื่อมีการประกาศผลผลงานที่ผ่านรอบคัดเลือกจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้ดำเนินงานจะจัดเตรียมเอกสารและสื่อประกอบ เช่น โปสเตอร์แสดงผลงานและวิดีโอ (VDO) ให้นักศึกษามีตวามมั่นใจในการนำเสนอผลงาน โดยผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่ผ่านเข้ารอบมีจำนวนทั้งสิ้น 5 ผลงาน ดังรูปที่ 1 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ รูปที่ 1 แสดงเอกสารแจ้งการเข้ารอบคัดเลิอกผลงานการประดิษฐ์จากทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รหัส 14688     เรื่อง การศึกษาการออกแบบและสร้างเครื่องวัดความดันด้วยหลักการ PPG                                        (Photoplethysmogram) และแสดงผลผ่านทางระบบ IOT อาจารย์ที่ปรึกษา          1. รองศาสตราจารย์ ปรียา อนุพงษ์องอาจ2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธวัช แก้วกัณฑ์  รายชื่อผู้ประดิษฐ์          1. นางสาว ภูริดา นันทภัคพงศ์2.นางสาว นาตชา อินทโชติ3.นางสาว ชลดา ชื่นเจริญ รหัส 14883     เรื่อง เครื่องเตือนการรั่วซึมของเลือดที่สายส่งเลือดจากเครื่องไตเทียมเข้าสู่ผู้ป่วย  อาจารย์ที่ปรึกษา1. รองศาสตราจารย์ ปรียา อนุพงษ์องอาจ2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธวัช แก้วกัณฑ์ รายชื่อผู้ประดิษฐ์1. นาย อับดุลรอฮมาน ดามิเด็ง2.นางสาว อารยา กัดเขียว3.นางสาว สุนิสา ไทยรัตน์ รหัส 14941     เรื่อง การศึกษาการออกแบบและสร้างเครื่องสอบเทียบอินฟราเรดเทอร์โมมิเตอร์ อาจารย์ที่ปรึกษา1. รองศาสตราจารย์ ปรียา อนุพงษ์องอาจ2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธวัช แก้วกัณฑ์ รายชื่อผู้ประดิษฐ์1. นาย ภูติวัฒน์ เพียรมั่น2.นางสาว ณัฎฐณิชา วิฑูรย์พันธ์3.นางสาว ธนภรณ์ เวชกุล4.นางสาว วรรณพร เปมานุกรรักษ์ รหัส 15024     เรื่อง การออกแบบและสร้าวเครื่องทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือ                      แพทย์ตามมาตรฐาน IEC60601-1 และ IEC62353 อาจารย์ที่ปรึกษา1. รองศาสตราจารย์ ปรียา อนุพงษ์องอาจ2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธวัช แก้วกัณฑ์ รายชื่อผู้ประดิษฐ์          1. นางสาว กันต์กนิษฐ์ ผู้สำรอง2.นางสาว สุภาพร พิศเพลิน3.นางสาว สุภาวดี จันทร์ฉาย4.นาย ภานุพงศ์ อุ่นคำ5.นาย นครินทร์ นพเก้า รหัส 17368     เรื่อง เครื่องเลื่อยกระดูกสำหรับการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา อาจารย์ที่ปรึกษา1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ว่าที่ร้อยตรีพิชิตพล โชติกุลนันทน์2.รองศาสตราจารย์ นันทชัย ทองแป้น3.อาจารย์ กิตติพันธ์ รุ่งประเสริฐ4.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อนันตศักดิ์ วงศ์กำแหง รายชื่อผู้ประดิษฐ์1. นางสาว สุชาดา ทองย้อย2.นางสาว ปิ่นเพชร เกษม3.นางสาว ศศิวิมล ศรีบุญเรื่อง4.นางสาว ขนารตี สามยอด5.นางสาว ภณัฐศวรรณ นวลศรี 6. ฝึกซ้อมการนำเสนอ นักศึกษาจะได้รับการฝึกซ้อมการนำเสนอผลงาน การตอบคำถามจากคณะกรรมการ และการจัดเตรียมสื่อที่ใช้ในการนำเสนอ เพื่อให้มีความพร้อมและมั่นใจในการแข่งขันจริง อาจารย์จะให้คำแนะนำและเสริมสร้างความมั่นใจให้นักศึกษา รวมถึงช่วยพัฒนาเทคนิคในการนำเสนอให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน           จากการส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมประกวดและรับรางวัลในโครงการ Thailand New Gen Inventor Award (I-New Gen Award 2024) งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการเเละการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีอาจารย์ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1,2 และ 3 วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 21 คน โดยได้รับรางวัลทั้งหมด 5 ผลงาน ดังนี้ การออกแบบและสร้างเครื่องวัดความดันด้วยหลักการ PPG ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ รางวัลThe JIPA Award for the Best Innovation for ICT for the invention Blood Pressure Measurement using the PPG Principle เครื่องเตือนการรั่วซึมของเลือดที่สายส่งเลือดจากเครื่องไตเทียมเข้าสู่ผู้ป่วย ได้รับรางวัลเหรียญทอง การออกแบบและสร้างเครื่องทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐาน IEC60601-1 และ IEC 62353 ได้รับรางวัลเหรียญทอง การศึกษาการออกแบบและสร้างเครื่องสอบเทียบอินฟราเรดเทอร์โมมิเตอร์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง เครื่องเลื่อยกระดูกสำหรับการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา ได้รับรางวัลเหรียญทอง รูปที่ 2 บรรยากาศในงานประกวดและการขึ้นเวทีรับรางวัลระดับชาติ อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน งบประมาณการจัดทำโครงงานของนักศึกษาที่จำกัด งบประมาณที่จำกัดในการทำงานโครงงานของนักศึกษาส่งผลกระทบต่อการพัฒนางานวิจัยในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการทดสอบมาตรฐานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการรับรองคุณภาพของงานวิจัย ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณทำให้ไม่สามารถนำงานวิจัยไปสู่การทดสอบและพัฒนาต่อไปได้ในระดับที่ต้องการ เวลาของอาจารย์ที่ปรึกษาจำกัด อาจารย์ที่ปรึกษามีภาระการสอนที่มาก ส่งผลให้ไม่สามารถให้การสนับสนุนหรือให้คำแนะนำแก่นักศึกษาได้อย่างเต็มที่ อาจทำให้การทำงานวิจัยเป็นไปได้ช้าและประสิทธิภาพในการพัฒนางานลดลง เนื่องจากไม่ได้รับคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ขาดงบสนับสนุนในการนำเสนอผลงาน มหาวิทยาลัยมีงบประมาณจำกัดในการสนับสนุนนักวิจัยเพื่อนำผลงานเข้าร่วมประกวดหรือเผยแพร่ ซึ่งทำให้นักวิจัยหลายคนขาดโอกาสในการนำเสนอผลงานในเวทีที่สำคัญ หรือไม่สามารถแข่งขันในระดับสูงได้ แม้ว่าการได้รับรางวัลจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยก็ตาม ขาดการประชาสัมพันธ์ผลงานที่ได้รับรางวัลในระดับมหาวิทยาลัย ผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลหรือการยอมรับจากเวทีภายนอกไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการในระดับมหาวิทยาลัย ทำให้อาจารย์และนักศึกษารู้สึกว่าผลงานของตนไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควรและขาดการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง แรงจูงใจในการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อเข้าประกวดผลงาน อาจารย์ขาดแรงจูงใจในการสนับสนุนหรือช่วยผลักดันผลงานวิจัยให้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมการแข่งขันนั้นผลที่ได้รับในการทำงานแทบไม่มีความแตกต่าง จึงไม่ก่อให้เกิดแรงจูงใจในการพัฒนางานหรือผลักดันให้เข้าร่วมแข่งขัน แม้การเข้าร่วมจะเป็นประโยชน์ต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK 3.1 การตรวจสอบผลการดำเนินการ ผลการดำเนินการในการส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมโครงการ Thailand New Gen Inventor Award (I-New Gen Award 2024) ซึ่งจัดขึ้นในงานวันนักประดิษฐ์ ระหว่างวันที่ 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ได้สร้างผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในด้านการสร้างชื่อเสียงระดับชาติ โดยผลงานจากนักศึกษาและอาจารย์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้รับรางวัลจากการประกวดทั้งหมด 5 ผลงาน ซึ่งทุกผลงานได้รับเหรียญทอง อีกทั้งยังมีรางวัลพิเศษ JIPA Award for the Best Innovation for ICT เพิ่มเติมอีกหนึ่งรางวัล แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของนักศึกษาและคณาจารย์ในการพัฒนาผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์และมีคุณภาพ 3.2 การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ การเข้าร่วมโครงการและการประกวดครั้งนี้ เป็นโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะในการนำเสนอผลงานแก่คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมชมงานในระดับประเทศ การแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1, 2 และ 3 ในการพัฒนาผลงานที่สามารถใช้งานได้จริง ช่วยส่งเสริมให้เกิดแรงบันดาลใจและความสนใจในงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนักศึกษา ตลอดจนได้รับความรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาผลงานต่อไป 3.3 สรุปและอภิปรายผล การเข้าร่วมและได้รับรางวัลในครั้งนี้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์และมหาวิทยาลัยรังสิตในระดับชาติ ถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพ สามารถผลักดันให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพในเวทีที่กว้างขวาง และยังเป็นกำลังใจให้คณาจารย์ในการพัฒนานักศึกษาอย่างต่อเนื่อง การได้รางวัลพิเศษ JIPA Award for the Best Innovation for ICT แสดงถึงการยอมรับในระดับสากลและแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ 3.4 บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ การพัฒนานวัตกรรมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับรางวัลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการคิดค้นและสร้างสรรค์ของนักศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยการผสมผสานระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ทำให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในอนาคต นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความรู้ใหม่ในด้านการออกแบบเครื่องมือทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนางานวิจัยในวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคม 3.5 การประสบความสำเร็จตาม Key Result ด้านการสร้างชื่อเสียงในระดับชาติ ผลงานทั้ง 5 ชิ้นที่ได้รับรางวัลในการแข่งขันครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างชื่อเสียงในระดับชาติและยังเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับนักศึกษาและอาจารย์ทุกคนที่มีส่วนร่วม การสนับสนุนจากคณาจารย์ในวิทยาลัยเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าและมีความหมายในระดับสากล ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice  ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินการครั้งนี้หรือในอนาคตสู่การประสบความสำเร็จตาม Key Result ด้านการสร้างชื่อเสียง มหาวิทยาลัยควรเพิ่มการจัดสรรงบประมาณการจัดทำโครงง่นนักศึกษาและควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานให้เข้าประกวดแข่งขันเพิ่มขึ้น ปรับปรุงการบริหารจัดการภาระงานของอาจารย์ที่ปรึกษา ควรจัดสรรเวลาการทำงานให้เหมาะสม โดยลดภาระการสอนที่อาจารย์ต้องรับผิดชอบลง เพื่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถให้คำแนะนำและสนับสนุนการทำงานวิจัยได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพิ่มงบประมาณสำหรับการเข้าร่วมแข่งขันและนำเสนอผลงาน การสนับสนุนงบประมาณเพื่อนำเสนองานวิจัยในเวทีระดับชาติและนานาชาติถือเป็นสิ่งสำคัญ มหาวิทยาลัยควรมีแผนสนับสนุนที่ชัดเจนสำหรับการส่งผลงานเข้าประกวดหรือนำเสนอต่อสาธารณะ เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาและอาจารย์ได้แสดงผลงานในระดับที่สูงขึ้น และสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย สร้างระบบการประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัล มหาวิทยาลัยควรมีการโปรโมทผลงานที่ได้รับรางวัลอย่างเป็นทางการ ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เว็บไซต์มหาวิทยาลัย จดหมายข่าว และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักวิจัยและแสดงถึงการยอมรับผลงานที่ได้รับรางวัลในวงกว้าง นอกจากนี้ ควรมีการจัดแสดงผลงานวิจัยในงานประชุมหรือกิจกรรมพิเศษของมหาวิทยาลัยเพื่อให้บุคลากรและนักศึกษาได้รับทราบและภาคภูมิใจในความสำเร็จของเพื่อนร่วมสถาบัน ส่งเสริมแรงจูงใจของอาจารย์ที่สนับสนุนการเข้าร่วมการแข่งขัน ควรพิจารณาสร้างแรงจูงใจให้อาจารย์ที่สนับสนุนการพัฒนางานวิจัย เช่น การให้รางวัลรวมถึงการนำผลงานวิจัยที่ได้รางวัลมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลงาน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยอาจจัดกิจกรรมพิเศษหรือรางวัลเฉพาะสำหรับอาจารย์ที่ช่วยผลักดันงานวิจัยสู่การแข่งขันในระดับสูง ทั้งนี้จะช่วยให้อาจารย์มีแรงจูงใจมากขึ้นในการสนับสนุนนักวิจัยและสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย

การพัฒนางานวิจัยจากห้องวิจัยสู่การประกวดผลงานวิจัยเพื่อสร้างชื่อเสียงในระดับชาติและนานาชาติ Read More »

แนวทางการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงของคณะบัญชี มหาวิทยาลัยรังสิต

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 5.1.2/1, KR 5.2.1/1 และ KR 5.2.2/1 แนวทางการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมี ชื่อเสียงของคณะบัญชี มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้จัดทำโครงการ​ ดร. ศิรประภา ศรีวิโรจน์ ผศ. ดร. นิ่มนวล วิเศษสรรพ์ และ ผศ. เกศรา สุพยนต์ คณะบัญชี หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​            แผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565-2569 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และสร้างความมีชื่อเสียงให้กับองค์กร (Image and Reputation Management) โดยมีวัตถุประสงค์ 1) การสร้างชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยรังสิต (Brand Reputation)2) กลุ่มคณะวิชามีชื่อเสียงหรือได้รับการยอมรับในระดับชาติหรือนานาชาติ (Faculty Quality) 3) การสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักศึกษา (Student Life Experience) คณะบัญชีจึงได้นําเป้าหมายผลลัพธ์ (KR) ในแต่ละวัตถุประสงค์ดังกล่าวเป็นเป้าหมายของการพัฒนาคณะบัญชีในระยะ 5 ปีนับแต่ปี 2565 -2569 ดังแสดงในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาคณะบัญชี โดยกําหนดกลยุทธ์สําคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายผลลัพธ์ ดังนี้กลยุทธ์ที่ 1 การสนับสนุนการสร้างชื่อเสียงของอาจารย์โดยการพัฒนาทักษะการวิจัยและสร้างผลงานวิจัยคุณภาพเพื่อให้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารที่มีคุณภาพที่อยู่ในฐาน SCOPUS และการเพิ่มผลงานวิจัยคุณภาพ ทุนวิจัย ให้เป็นที่ประจักษ์ในการดําเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษากลยุทธ์ที่ 2 การสร้างภาพลักษณ์ของอาจารย์และนักศึกษาโดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรวิชาชีพทั้งระดับประเทศ และระดับนานาชาติ จัดกิจกรรมทางวิชาการภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งการพัฒนานักศึกษา อาจารย์ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และสังคมชุมชนกลยุทธ์ที่ 3 การส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างชื่อเสียงของอาจารย์และนักศึกษาโดยส่งผลงานทางวิชาการที่ทําร่วมกัน ได้แก่ บทความวิจัย รายงานวิจัย เข้าประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งนักศึกษาเข้าแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการบัญชี บทวิเคราะห์การศึกษาด้านการบัญชีและธุรกิจ อย่างต่อเนื่องกลยุทธ์ที่ 4 การให้ความร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ในการเข้าร่วมดําเนินกิจกรรม/โครงการ วันสําคัญของชาติการสืบสานประเพณี และ การส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรม/ โครงการด้านการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ก่อเกิดคุณค่า/มูลค่าเพิ่มแก่สังคมและประเทศชาติของคณะวิชาการสนับสนุนกิจกรรม/โครงการ           คณะบัญชี โดยคณบดี และคณะกรรมการประจําคณะ ตระหนักถึงความสําคัญในการพัฒนาและนํากลยุทธ์ ทั้ง 4 ลงสู่การปฏิบัติดังปรากฏในแผนปฏิบัติการประจําปี โดยคณะบัญชี ได้วางเป้าหมายและมาตรการส่งเสริมการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ ของแผนยุทธศาสตร์ฯ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้จุดแข็งและโอกาสของคณะ ต่อไปนี้ในการกําหนดกลยุทธ์เพื่อให้คณะบัญชี สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว จุดแข็ง มีอาจารย์ที่มีความสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาหรือองค์กรวิชาชีพทั้งในและต่างประเทศ มีเครือข่าย และความร่วมมือในด้านวิชาการ การวิจัย กับองค์การวิชาชีพทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งบริษัทต่างๆ บุคลากรมีความร่วมมือในการทํางาน สามารถทํางานเป็นทีม และมีความเกื้อกูลกัน มีโครงสร้างการบริหารคณะที่รองรับพันธกิจสถาบันอุดมศึกษา และมีคําอธิบายหน้าที่ความรับผิดชอบของตําแหน่งผู้บริหารและคณะกรรมการชุดต่างๆ ชัดเจน อาจารย์ส่วนใหญ่อุทิศตนในการทํางานเพื่อคณะ โอกาส ผลงานวิจัยที่อาจารย์ทํารวมกับนักศึกษาสามารถนับเป็นผลงานของทั้งอาจารย์และนักศึกษาได้ แหล่งทุนวิจัยเปิดโอกาสในการเสนอโครงการวิจัยแบบบูรณาการศาสตร์เพื่อมุ่งเป้าผลลัพธ์การพัฒนาชัดเจน หน่วยงานภายนอกและองค์กรวิชาชีพบัญชีในประเทศให้ความสนใจและยินดีที่จะพัฒนาเครือข่ายกับ มหาวิทยาลัยเอกชนที่เปิดดําเนินการสอนหลักสูตรทางการบัญชีมากขึ้น มหาวิทยาลัยมีสถาบันภาษาที่จะช่วยในการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษให้กับอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยมีศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา ที่จะช่วยสนับสนุนการนําเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ         การคัดเลือกผลงานเชิงประจักษ์การจัดการความรู้ของคณะบัญชีในปีการศึกษา 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการประจําคณะ จึงเห็นสมควรให้นําเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีในเรื่อง การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงของคณะบัญชี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการคณะวิชาในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ที่มีความยากลําบากพอสมควรสําหรับคณะวิชาขนาดเล็ก ความสําเร็จที่เกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลาแผนยุทธศาสตร์แม้จะยังมีไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกันคณะวิชาอื่นที่มีขนาดใหญ่ แต่ก็กล่าวได้ว่า เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีส่งผลให้คณะบัญชีติดอันดับ TOP 10 ของตัวบ่งชี้ในการประกันคุณภาพ ที่เชื่อมโยงได้ กับเป้าหมายตัวชี้วัดความสําเร็จของแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงตลอด 2 ปีที่ผ่าน คือปี 2565-2566 รวมทั้งแนวโน้มที่ดีในปีการศึกษา 2567 ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้  เทคนิคและแนวทางในการแสวงหาและสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรภายนอกทางวิชาชีพและวิชาการบัญชี ที่จะทําให้ความร่วมมือในการสร้างกิจกรรมหรือโครงการที่มุ่งพัฒนานักศึกษา อาจารย์ ให้มีจิตอาสาทําประโยชน์เพื่อส่วนรวม รวมทั้งการมุ่งส่งเสริมพันธกิจของคณะในการบริการวิชาการแก่สังคมและชุมชน การสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย การรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านมาตรฐานวิชาชีพบัญชี ดานเศรษฐกิจและการเงิน ด้านโมเดลทางธุรกิจ ที่มีต่อความต้องการของตลาด หรือความคาดหวังที่ตลาดมีต่อสถาบันการศึกษา การเรียนรู้ศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ และการทํางานของคณาจารย์ คณะบัญชี ที่มีอยู่ หลากหลาย สามารถนํามาใช้ประโยชน์ในการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงให้กับคณะวิชา ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knoedge) ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ KM Rangsit University(http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/) เรื่อง การพัฒนาชุมชนด้วยการวิจัยพัฒนาและกิจกรรมขับเคลื่อนเจ้าของความรู้/สังกัด ผศ.ดร.นิ่มนวล วิเศษสรรพ์/คณะบัญชี เรื่อง การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนด้วยเครื่องมือทางสังคมเจ้าของความรู้/สังกัด ผศ.ดร.นิ่มนวล วิเศษสรรพ์/คณะบัญชี เรื่อง การตีพิมพ์บทความวิจัยในวารสารเจ้าของความรู้/สังกัด รศ.ดร.คณิตศร เทอดเผ่าพงศ์/คณะบัญชี เรื่อง การบริหารจัดการที่ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเจ้าของความรู้/สังกัด รศ.นันทชัยทองแป้น/วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ เรื่อง การส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดงานวิจัยและนวัตกรรมเจ้าของความรู้/สังกัด ผศ.ดร.จรูญรัตน์ ปริญญาคุปต์/วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ เรื่อง เทคนิคการเขียนบทความให้ได้ตีพิมพ์ระดับ Q1 Q2เจ้าของความรู้/สังกัด ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)เจ้าของความรู้/สังกัด คณบดีคณะบัญชี/ มหาวิทยาลัยรังสิต วิธีการดำเนินการ การสร้างและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรวิชาชีพและวิชาการบัญชีที่มีอยู่ และแสวงหาใหม่ ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ การสร้างวัฒนธรรมการทํางานแบบมุ่งมั่นสู่ความสําเร็จและบรรลุเป้าหมาย ในการบริการวิชาการ การทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม การส่งเสริมการเข้าแข่งขัน ประกวดผลงาน โดยใช้มาตรการส่งเสริมที่เหมาะสม และคงไว้ซึ่งคุณภาพการเรียนการสอน การศึกษากติกา ข้อบังคับ ระเบียบการต่าง ๆ ให้ชัดเจนในวางแผนดําเนินงาน เพื่อให้การดําเนินงาน ประสบผลสําเร็จ การสร้างความตระหนักรู้นความสําคัญ คุณค่าในตัวของนักศึกษา บุคลากร จากผลงานและความสําเร็จที่ ส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของคณะ การให้รางวัล และการขอบคุณแก่เจ้าของผลงานและผู้มีส่วนร่วมในความสําเร็จ รวมทั้งการเปิดเวทีภายในคณะเพื่อให้มีถ่ายทอดการทํางานและความสําเร็จที่เกิดขึ้น 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน การนําเป้าหมาย ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงของคณะบัญชีลงสู่การปฏิบัติอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการงานแผน งบประมาณ และการบริหารความเสี่ยง คณะบัญชี ซึ่งมีคณบดีคณะบัญชีเป็นประธานคณะกรรมการ เริ่มจากการกําหนดเป้าหมายผลลัพธ์ และกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ที่จะดําเนินการในแต่ละปี้การศึกษา โดยมุ่งเป้าการบรรลุเป้าหมายผลลัพธ์ ที่คาดหวังให้เกิดขึ้นกับนักศึกษา อาจารย์ และคณะวิชา ดังนี้     – นักศึกษา เป้าหมายผลลัพธ์ คือ ผลงานของนักศึกษาที่ได้รับรางวัล     – อาจารย์ เป้าหมายผลลัพธ์ คือ ผลงานของอาจารย์ที่ได้รับรางวัล การได้รับเชิญเป็นกรรมการใน คณะกรรมการทางวิชาการ หรือวิชาชีพขององค์กรภายนอก ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่ในวารสารที่อยู่ในฐาน SCOPUS      – คณะวิชา เป้าหมายผลลัพธ์ คือ โครงการบริการวิชาการแก่สังคมและชุมชน โครงการหรือกิจกรรม สืบสานศิลปะและวัฒนธรรม ที่นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมดําเนินงานกับคณะ หรือมหาวิทยาลัยรังสิต ออกแบบกิจกรรม โครงการ มาตรการ ต่างๆ ที่จะสนับสนุนการดําเนินงานเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ ในด้านนี้และในด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ประสบความสําเร็จและบรรลุเป้าหมาย โดยเปิดโอกาสให้มีการทํางานร่วมกันระหว่างนักศึกษา อาจารย์ และองค์กรภายนอก คณบดีให้การส่งเสริมสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรภายนอก เพื่อใช้เป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 โดยทําการเสาะแสวงหาความช่วยเหลือ อํานวยการประสานงานกับองค์กรวิชาชีพบัญชี ทั้งในระดับประเทศ และระหว่างประเทศ ในกระบวนการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ การทําข้อตกลงความเข้าใจ รวมทั้งการทํางานร่วมกันในการสร้างสรรค์กิจกรรมทางวิชา การสร้างผลงานวิจัย และโครงการบริการวิชาการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสังคมและชุมชน คณบดีให้การส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการด้านการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม โดยรับเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการดําเนินงานการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และสนับสนุนให้อาจารย์ และนักศึกษาของคณะเข้าร่วมเป็นกรรมการดําเนินงานในกิจกรรมต่างๆ และสร้างสรรค์กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทยอันดีงาม ในทุกโครงการหรือกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยสถาบันส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม การจัดให้มีระบบการติดตามและประเมินผล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการดําเนินงานในปีต่อ ๆ ไป การจัดกิจกรรมยกย่อง ชมเชย การมอบรางวัลให้กับเจ้าของผลงาน และผู้มีส่วนร่วมในความสําเร็จ ในที่ประชุมคณะกรรมการประจําและอาจารย์ประจําคณะ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรืออาจารย์ และนําสิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับการพิจารณาความดีความชอบประจําปี อุปสรรคหรือปัญหาในการดําเนินงาน และการแก้ไขปัญหา งบประมาณที่มีอยู่อย่างจํากัด ทําให้คณะจําเป็นต้องหาแหล่งทุนภายนอก เพื่อให้สามารถดําเนินงานตามแผนฯ ประสบความสําเร็จบรรลุเป้าหมาย ครอบคลุมตัวชี้วัดความสําเร็จตามแผนปฏิบัติการ กําลังคนที่มีเพียง 11 คน นั้นหมายความว่าทุกคนจะต้องรับผิดชอบและมีส่วนร่วมกันในการบริหาร ภาพลักษณ์และสร้างความมีชื่อเสียง แต่เป้าหมายทั้งหมดมีทั้งเป้าาหมายระดับบุคคล และระดับคณะดังนั้นจะต้องมีอาจารย์บางท่านเท่านั้นที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม หรือโครงการในด้านการบริการวิชาการ การทํานุบํารุงศิลปและวัฒนธรรม ที่มีวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดความสําเร็จ กําหนดไว้อย่างชัดเจน ในฐานะคณบดีจําเป็นตัองให้การสนับสนุน ช่วยเหลือตามความจําเป็นอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างขวัญกําลังใจ ให้เกิดเป็นพลังบวกให้กับอาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม หรือโครงการในด้านการบริการวิชาการ การทํานุบํารุงศิลปและวัฒนธรรม นอกเหนือจากความรับผิดชอบในการผลิตผลงานวิจัยคุณภาพซึ่งเป็นของทุกคน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายผลลัพธ์ของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 นี้ให้สําเร็จ ภาระงานสอนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากจํานวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้น เบียดบังชั่วโมงการทํางานและการดําเนินงาน ที่จะขับเคลื่อนแผนและเป้าหมายผลลัพธ์ที่กําหนด อาจารย์เกิดความเหนื่อยล้า ส่งผลต่อผลลัพธ์การดําเนินงานตามวัตถุประสงค์ของแผนฯ ซึ่งพบว่า ผลงานที่ปรากฎในแต่ละปี ไม่สม่ําเสมอ จึงต้องปรับปรุงการดําเนินงานในปีต่อไป 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดําเนินการ            การนํากลยุทธ์ทั้ง 4 ลงสู่การปฏิบัติปรากฏในรายงานผลการติดตามแผนปฏิบัติการประจําปีที่ผ่าน มา 2 ปี โดยคณะบัญชีได้วางเป้าหมายและมาตรการส่งเสริมการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง สอดคล้องกับเป้าหมายและตัวชี้วัดความ สําเร็จตามวัตถุประสงค์ของแผนยุทธศาสตร์ฯ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 จนถึงปัจจุบัน จากการติดตามผลการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง มีดังนี้    นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการ ในระบบการประกันคุณภาพการศึกษา องค์ประกอบที่ 5 ตัวบ่งชี้ 5.1 ได้รับการประเมินในระดับดีมาก (5 คะแนนเต็ม) อย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้           ประสบการณ์การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงของคณะบัญชี ที่สามารถนำไปใช้ได้ คือการเริ่มต้นจากเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาคณะ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5  และกำหนดกลยุทธ์ให้เหมาะสม  เมื่อนำสู่การปฏิบัติ คณะกรรมการงานแผน งบประมาณ และบริหารความเสี่ยง  จะร่วมกันพิจารณาและออกแบบการดำเนินการ โดยจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการประจำปี  โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจวางแผนกิจกรรมและโครงการ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายของแผน           ในการบริหารจัดการจำเป็นต้องมีระบบและกลไกในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ โดยการสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่มุ่งเป้าหมายความสำเร็จ  คณบดีต้องให้กับสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกด้านตามความจำเป็น  รวมทั้งการยกย่อง ชมเชย ให้รางวัล แก่เจ้าของผลงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้งานสำเร็จ  เพื่อสร้างเสริมขวัญและกำลังใจในการทำงานให้กับบุคลากร  บทสรุปข้อค้นพบ             แนวทางการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง ของคณะบัญชี  มีดังนี้ สร้างภาพลักษณ์คุณภาพการศึกษาและชื่อเสียงของคณะ โดยใช้การจัดกิจกรรมหรือโครงการบริการวิชาการแก่สังคมและชุมชน อย่างสม่ำเสมอ เพื่อแสดงศักยภาพของอาจารย์ประจำ สร้างความประทับใจ ความน่าเชื่อถือ ในแวดวงวิชาการและวิชาชีพบัญชี สร้างภาพลักษณ์คุณภาพการศึกษาและชื่อเสียงของคณะ โดยส่งนักศึกษาเข้าแข่งขันในเวทีระดับชาติ และพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ ที่จะได้รับรางวัลจากการแข่งขันทางวิชาการที่จัดโดยองค์กรภายนอกระดับประเทศ และนานาชาติ สร้างภาพลักษณ์คุณภาพการศึกษาและชื่อเสียงของคณะ โดยสนับสนุนอาจารย์เข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการทางวิชาการให้กับองค์กรภายนอกทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ได้รับเชิญอย่างต่อเนื่อง สร้างภาพลักษณ์คุณภาพการศึกษาและชื่อเสียงของคณะ โดยใช้การเข้าร่วมดำเนินงานกับสถาบันส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อแสดงถึงความตระหนักรู้ในคุณค่า ค่านิยม และทัศนคติที่ดีต่อการสืบสานวัฒนธรรมไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทยและความเป็นไทย โดยส่งอาจารย์และนักศึกษาเข้าร่วมทำงานกับสถาบันฯ ทำคุณประโยชน์แก่สังคมประเทศชาติ สร้างภาพลักษณ์คุณภาพการศึกษาและชื่อเสียงของคณะ โดยให้การส่งเสริมการนำเสนอบทความวิจัยในเวทีประชุมวิชาการทั้งระดับชาติและนานาชาติ ส่งผลงานวิจัยเข้าประกวด ทั้งของนักศึกษาและอาจารย์ ในเวทีต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้ได้รับการการคัดเลือกบทความวิจัย หรือผลงานวิจัย ดีเด่น                สิ่งที่สำคัญ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่แสดงถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นให้เป็นที่ประจักษ์ โดยผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice ปัจจัยความสำเร็จในการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง         ในที่นี้ จะพิจารณาจำแนกเป็นรายด้านตามเป้าหมายผลลัพธ์ของแผนปฏิบัติการ  มีดังนี้ในด้านผลงานของนักศึกษา การสร้างความสำเร็จ และนำผลแห่งความสำเร็จไปใช้เป็นสิ่งจูงใจให้กับนักศึกษารุ่นน้อง โดยจัดงานเลื้ยงและประกาศกิตติคุณให้กับนักศึกษาที่สร้างผลงานทำให้คณะและมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของความสามารถ อาจารย์ประจำคณะ มีความรับผิดขอบสูงในการทำหน้าที่โค้ชทีมแข่งขัน อาจารย์ที่ปรึกษาทีม  อาจารย์ติวสอบแข่งขัน ภายใต้การให้การสนับสนุนของคณบดีอย่างเต็มที่ในด้านสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบกลไกการสร้างและพัฒนาทีมแข่งขัน เพื่อให้เกิดความพร้อมในการแข่งขัน การให้การยอมรับ ชื่นชม ยกย่องชมเชย การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และการมอบรางวัลแก่นักศึกษาที่ได้รับรางวัล ในด้านผลงานของอาจารย์ การสร้างความตระหนักรู้ในความสำคัญและความจำเป็นในการสร้างความมีชื่อเสียงของคณะ มาจากผลงานของอาจารย์ ดังนั้นผลงานของอาจารย์ทุกท่านคือผลงานของคณะ  คณบดี ให้การสนับสนุนส่งเสริมอาจารย์ทุกคน ให้มีการทำวิจัย ทำตำรา โดยสรรหาผู้ประเมินที่เหมาะสมในการให้ความเห็น ข้อแนะนำต่างๆ  รวมทั้งการจัดให้มีโครงการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ วิชาชีพ และการวิจัยให้กับอาจารย์ประจำ อย่างต่อเนื่อง สร้างวัฒนธรรมการทำวิจัยเป็นทีม โดยมีการช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่ากับนักวิจัยมือใหม่ ก่อให้การเรียนรู้จากการลงมือทำ การบริหารจัดการสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และอำนวยความสะดวกให้ตรงกับความต้องจำเป็น ในด้านผลงานของคณะวิชา การวางโครงสร้างการบริหารคณะ ให้สอดรับกับพันธกิจสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยการสร้างระบบและกลไกการบริหารจัดการที่สนับสนุนการทำงานของทุกฝ่าย งบประมาณและการบริหารงบประมาณ ที่เอื้อความสามารถในการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จภายใต้ข้อจำกัดงบประมาณ มีระบบและกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ในการวางแผน การดำเนินงาน  การติดตามประเมินผล และการปรับปรุงการดำเนินงาน การมอบหมายงานที่เหมาะสมกับความสามารถของบุคคล บุคลากรของคณะ มีความรับผิดชอบสูงมาก ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต เนื่องจากภาระงานสอนที่เพิ่มมากขึ้น ทางคณะกรรมการงานแผน งบประมาณ และการบริหารความเสี่ยงของคณะบัญชี จะพิจารณาทบทวนปรับเป้าหมายการดำเนินงาน และการกำหนดสัดส่วนการใช้ทรัพยากรไปในงานแต่ละด้านอย่างเหมาะสม เพื่อไม่สร้างความกดดันให้อาจารย์จนเกินไป และสร้างสมดุลยในการดำเนินงานระหว่างพันธกิจสถาบันต่างๆ ให้มากขึ้น โดยให้คณาจารย์คณะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การสร้างภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงด้านนักศึกษา อาจทดลองใช้แนวทางใหม่ โดยให้นักศึกษามีส่วนขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรนักศึกษา ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของนักบัญชียุคใหม่ เช่น มีความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล AI ซึ่งสามารถสอดแทรกในการเรียนการสอน และกิจกรรมเสริมหลักสูตร เป็นต้น โดยมีความใส่ใจเรียนรู้เทคโนโลยี และใช้อย่างมีคุณธรรมจริยธรรมแทนการมุ่งเน้นการสร้างผลงานที่ได้รับรางวัล การสร้างภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงด้านอาจารย์ ต้องสนับสนุนให้อาจารย์สามารถตีพิมพ์ผลงานวิจัยใน SCOPUS ให้มากขึ้น โดยเรียนรรู้การใช้ AI อย่างมีคุณธรรมจริยธรรม

แนวทางการบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียงของคณะบัญชี มหาวิทยาลัยรังสิต Read More »

การพยาบาลเพื่อชุมชนสุขภาพดี ครบทุกมิติ (Nursing for Holistic Community Wellness)

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 1, 3 และ 5 : KR 1.2.1, KR 1.2.4, KR 3.1.1, KR 3.1.2/1, KR 3.4.1/1 และ KR 5.1.2/1 การพยาบาลเพื่อชุมชนสุขภาพดี ครบทุกมิติ (Nursing for Holistic Community Wellness) ผู้จัดทำโครงการ​ รศ.ดร.มนพร ชาติชำนิ ผศ.ดร.นิภา กิมสูงเนิน อาจารย์ศุภรัตน์ แป้นโพธิ์กลาง และนางปราณี บุญญา สำนักงานสวัสดิการสุขภาพ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           ในยุคปัจจุบัน ความท้าทายด้านสุขภาพในระดับชุมชนที่หลากหลายร่วมกับเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น โดยครอบคลุมทั้งปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสําคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี การพยาบาลชุมชนจึงมีบทบาทสําคัญในการสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในชุมชนมหาวิทยาลัยรังสิตจากข้อมูลการสํารวจในปี 2567 ตรวจพบปัญหาสุขภาพหลายประการ เช่น อ้วนลงพุง โรคเรื้อรัง และโรคหัวใจ รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตอย่างความเครียด และซึมเศร้าที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนและความสัมพันธ์ในครอบครัวตประสบปัญหาสุขภาพที่หลากหลาย เช่น(1) ประชากรวัยทํางานและผู้สูงอายุร้อยละ 79.63 มีภาวะน้ําหนักเกิน (2) ร้อยละ 42.59 มีความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง (3) ร้อยละ 96.30 มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด และ (4) ประชากรร้อยละ 53.70 ไม่เคยเข้ารับการคัดกรองมะเร็งเต้านม ทั้งนี้ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียดและโรคซึมเศร้า ก็เป็นอีกประเด็นที่พบในกลุ่มเป้าหมาย โดยมีนักศึกษาถึงร้อยละ 68 รายงานว่ามีระดับความเครียดปานกลางถึงรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการเรียนและความสัมพันธ์ในครอบครัว           การพยาบาลเพื่อชุมชนสุขภาพดีในทุกมิติ (Nursing for Holistic Community Wellness) มุ่งเน้น การบูรณาการการดูแลสุขภาพกาย ใจ และจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน โดยใช้วิธีการที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงปัจจัยทั้ง ส่วนบุคคล ครอบครัว และชุมชน เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคก่อนเกิดปัญหารุนแรง รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว ประเด็นปัญหา  ภาวะน้ําหนักเกินและโรคเรื้อรัง ความชุกของภาวะน้ําหนักเกินและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน โลหิตสูง และโรคหัวใจ กําลังเป็นภัยคุกคามสุขภาพในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุสําคัญมาจากพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกําลังกาย และความเครียดสะสม สุขภาพจิตในกลุ่มวัยเรียนและวัยทํางาน ความเครียดและความกดดันในชีวิตประจําวัน ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตที่อาจพัฒนาไปสู่โรคซึมศร้าหรือภาวะคิดฆ่าตัวตาย จําเป็นต้องมีการดูแลด้านจิตใจอย่างครอบคลุม การขาดการคัดกรองและป้องกันโรค อัตราการเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็งเต้านม และการวัดความดันโลหิต ยังอยู่ในระดับต่ํา ซึ่งเป็นช่องว่างสําคัญในการป้องกันโรค แนวทางการพัฒนาโครงการ การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม: จัดกิจกรรมการพยาบาลที่ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพกาย เช่น การให้ความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกําลังกาย และสุขภาพจิต เช่น การฝึกสติ (Mindfulness-Based Stress Reduction) การตรวจคัดกรองโรคเชิงรุก: เพิ่มการเข้าถึงการตรวจสุขภาพ เช่น การตรวจวัดความดันโลหิตและระดับ น้ําตาลในเลือด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ: รณรงค์การลดบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม และส่งเสริมการออกกําลังกายที่เหมาะสมสําหรับแต่ละช่วงวัย การสนับสนุนสุขภาพจิต: สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) สําหรับการพูดคุยปัญหาและให้คําปรึกษา ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้           โครงการนี้มีการจัดการเรียนการสอนที่ให้นักศึกษานําความรู้จากการเรียนพยาบาลอนามัยชุมชนมาใช้ในสถานการณ์จริง พัฒนาแผนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับชุมชน เน้นการสร้างสุขภาพที่ยั่งยืน อีกทั้งนําทฤษฎีการพยาบาลมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ในกิจกรรมเพื่อพัฒนาสุขภาพจิตในกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ โครงการยังเป็นตัวอย่างของการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับเป้าประสงค์การสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษา  ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อื่น ๆ ได้แก่ เอกสาร PDCA จากผลสําเร็จของโครงการ วิธีการดำเนินการ           แนวทางการพัฒนาโครงการ “การพยาบาลเพื่อชุมชนสุขภาพดี ครบทุกมิติ” สําหรับแม่บ้านมหาวิทยาลัยรังสิต จากการวิเคราะห์ข้อมูลของโครงการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ “โครงการแม่บ้านรังสิต หัวใจฟิต ชีวิตฟิน กินดีมีสุข”, “สุขภาพใจดี ชีวีมีสุข” และ “สูงวัยรู้ทัน เข้าใจ ห่างไกลภัยติดเตียง”, มีแนวทางการดําเนินการที่สามารถนํามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการ “การพยาบาลเพื่อชุมชนสุขภาพดี ครบทุกมิติ” ให้ครอบคลุมทุกมิติของสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนี้ 1. การวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพของแม่บ้านรังสิต ก่อนออกแบบโครงการ ควรมีการเก็บข้อมูลสุขภาพของแม่บ้านมหาวิทยาลัยรังสิตโดยนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 รายวิชา BNS 481 ปฏิบัติการการพยาบาลอนามัยชุมชน ผ่านแบบสํารวจสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อกําหนดปัญหาหลักที่ต้องการแก้ไข เช่น โรคเรื้อรัง (ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด) ภาวะเครียดจากการทํางานและชีวิตครอบครัว การขาดโอกาสในการออกกําลังกายและโภชนาการที่เหมาะสม และการดูแลสุขภาพจิต และการบริหารจัดการความเครียด 2. แนวทางดําเนินโครงการ (PDCA Model)(P) Plan – การวางแผน1. กําหนดเป้าหมายของโครงการ    o สร้างความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในทุกมิติ    o ลดอัตราความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)     o พัฒนาแนวทางการส่งเสริมสุขภาพที่ต่อเนื่องและยั่งยืน2. ออกแบบกิจกรรมที่ครอบคลุมสุขภาพแบบองค์รวม    o สุขภาพกาย: กิจกรรมออกกําลังกาย โภชนาการที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพเบื้องต้น    o สุขภาพจิต: ฝึกสมาธิ ลดความเครียด เทคนิคจัดการอารมณ์    o สุขภาพสังคม: สร้างเครือข่ายการช่วยเหลือ สนับสนุนทางสังคม    o สุขภาพสิ่งแวดล้อม: การจัดการที่อยู่อาศัยให้ถูกสุขลักษณะ3. กําหนดกลุ่มเป้าหมาย    o แม่บ้านและพนักงานในมหาวิทยาลัยรังสิต    o จํานวนผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของผู้ลงทะเบียน4. พัฒนาเครื่องมือประเมินสุขภาพ    o แบบสอบถามสุขภาพก่อน-หลังโครงการ    o การตรวจคัดกรองโรค (BMI, ความดันโลหิต, น้ําตาลในเลือด)5. เตรียมทรัพยากรและงบประมาณ    o ประสานงานกับคณะพยาบาลศาสตร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง    o ขอสนับสนุนงบประมาณจากมหาวิทยาลัยและองค์กรที่เกี่ยวข้อง 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน (D) Do – การดําเนินโครงการ ตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถนํามาใช้ในโครงการ:กิจกรรมที่ 1: รู้ทันโรค ห่างไกลความเสี่ยง        • ให้ความรู้เรื่องโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง       • ตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมคําแนะนําจากพยาบาล       • ใช้เครื่องมือประเมินพฤติกรรมสุขภาพกิจกรรมที่ 2: หัวใจฟิต ชีวิตฟิน       • ฝึกออกกําลังกายที่เหมาะสม เช่น การเดินเร็ว โยคะ เต้นแอโรบิก       • แนะนําโปรแกรมออกกําลังกายที่สามารถทําได้ที่บ้าน       • แนะนําเทคนิคการใช้เครื่องมือติดตามสุขภาพ เช่น สมาร์ทวอทช์ แอปพลิเคชันสุขภาพกิจกรรมที่ 3: กินดี มีสุข       • สาธิตการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ตามหลัก 2:1:1       • สอนการอ่านฉลากอาหาร และเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ       • เชิญนักโภชนาการมาให้คําแนะนําเกี่ยวกับเมนูสุขภาพกิจกรรมที่ 4: สุขภาพใจดี ชีวีมีสุข       • เทคนิคการบริหารความเครียดและการทําสมาธิ       • จัดเวิร์กช็อปการฝึกสติและการจัดการอารมณ์       • สนับสนุนเครือข่ายสังคมเพื่อให้กําลังใจกันและกันกิจกรรมที่ 5: สิ่งแวดล้อมดี ชีวิตมีสุข      • แนะนําแนวทางปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ถูกสุขลักษณะ      • การจัดสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดความเครียด      • กิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อสุขภาพจิต 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECKการตรวจสอบผลการดําเนินการ การนําเสนอประสบการณ์การนําไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่        • แบบสอบถามวัดความรู้และพฤติกรรมสุขภาพก่อน-หลังโครงการ        • วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพที่ได้จากการคัดกรอง        • วัดระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ        • ติดตามผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพหลังโครงการ 1 เดือน และ 3 เดือน ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice 1. การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และการสอนที่เน้นนวัตกรรม (O 1.2)• KR1.2.1 การพัฒนากิจกรรมเสริมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ        o ปรับปรุงโครงการโดยใช้ผลการประเมินเพื่อนํามาพัฒนาเนื้อหาการอบรม        o ขยายขอบเขตของกิจกรรมไปยังบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง        o ส่งเสริมให้แม่บ้านเป็น “แกนนําสุขภาพ” ในครอบครัวและชุมชน ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ • KR1.2.4 การสร้างเสริมคุณลักษณะบัณฑิตพึงประสงค์ผ่านโครงการที่มีผลลัพธ์ชัดเจน        o บูรณาการกิจกรรมด้านการพยาบาลและการดูแลสุขภาพให้สอดคล้องกับหลักสูตรการเรียนการสอน        o นักศึกษาพยาบาลสามารถเข้าร่วมโครงการและนําความรู้ไปพัฒนาแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน 2. การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือข้ามหน่วยงาน (O3.1, O3.4)• KR3.1.1 การพัฒนาเครือข่ายสุขภาพผ่านความร่วมมือกับองค์กรภายในและภายนอก        o จัดตั้งกลุ่ม “แม่บ้านสุขภาพดี” เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางการดูแลสุขภาพ        o ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สําหรับการให้คําปรึกษาด้านสุขภาพผ่านคณาจารย์และบุคลากรทางการแพทย์ • KR3.1.2/1 การพัฒนาความร่วมมือระหว่างคณะและหน่วยงานเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดี        o ส่งเสริมให้หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยร่วมมือกันในโครงการส่งเสริมสุขภาพ เช่นศูนย์สุขภาพมหาวิทยาลัย        o ประสานงานกับศูนย์บริการสุขภาพชุมชน เพื่อสร้างโครงการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่สามารถขยายสูระดับชุมชน • KR3.4.2 การพัฒนาทักษะของบุคลากรสายสอนให้มีความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพชุมชน        o สนับสนุนให้อาจารย์พยาบาลเข้าร่วมโครงการและพัฒนาทักษะด้านการพยาบาลชุมชน       o ให้บุคลากรทางการแพทย์มีบทบาทในการอบรมเชิงปฏิบัติการและสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรสุขภาพ 3. การเสริมสร้างภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยและการพัฒนาโครงการที่มีคุณค่าต่อสังคม (O5.1)• KR5.1.2/1 การพัฒนาโครงการที่สร้างคุณค่าเชิงสังคมและยกระดับชื่อเสียงมหาวิทยาลัย        o จัดโครงการบริการวิชาการที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสําหรับชุมชน        o ทํางานร่วมกับองค์กรภายนอก เช่น โรงพยาบาล คลินิก และหน่วยงานด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโครงการ         o จัดทํา Health Map ของแม่บ้านเพื่อช่วยติดตามสุขภาพและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม บทสรุป          โครงการ “การพยาบาลเพื่อชุมชนสุขภาพดี ครบทุกมิติ” มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพผ่านเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และองค์กรสุขภาพ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสามารถขยายผลไปยังชุมชนได้ในอนาคต การดําเนินโครงการนี้จะช่วยให้แม่บ้าน และบุคลากรในชุมชนมีสุขภาพดีขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาพยาบาลมีโอกาสพัฒนาทักษะที่สําคัญต่อการพยาบาลชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ การพัฒนาความร่วมมือข้ามหน่วยงาน และการยกระดับภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในฐานะศูนย์กลางการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน รูปภาพเพิ่มเติม

การพยาบาลเพื่อชุมชนสุขภาพดี ครบทุกมิติ (Nursing for Holistic Community Wellness) Read More »

โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น

รงวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 5.1.2/1 โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ผู้จัดทำโครงการ​ นางสาวณัฐวรรณ วาเรืองศรี นายศุภวิชญ์ พรมติ๊บ และนายสิทธินนท์ คำไวย์ สำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นโดยธนาคารออมสินร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษา มีบทบาทในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการนี้มุ่งเน้นให้เยาวชนได้นำความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจ ในด้านต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการในชุมชน โดยมีแนวคิดสำคัญคือการส่งเสริมอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ ด้านการเงินการบัญชี เป็นการนำความรู้เรื่องการทำบัญชีรายรับรายจ่าย รวมถึงการคำนวณต้นทุน เพื่อให้เกิดการขายในจุดที่เหมาะสม และมีกำไรเกิดขึ้น ด้านการตลาด โดยการนำกลยุทธ์ต่างๆ มาทำให้สินค้าเป็นที่น่าสนใจ และเกิดการซื้อของผู้บริโภค รวมถึงการซื้อซ้ำ ตลอดจนการวางแผนการตลาดเป็นวงกว้างเพื่อเพิ่มปริมาณการซื้อขาย ด้านการออกแบบ เป็นการนำความรู้มาออกแบบบรรจุภัณฑ์ และหีบห่อให้มีความน่าสนใจ เข้ากับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลง และมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าของแต่ละผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ ด้านเทคโนโลยีและความเป็นนวัตกรรม เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในด้านการขาย หรือการนำนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิตในแต่ละช่วง            ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นผู้ประกอบการและนักพัฒนาชุมชนส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ช่วยให้ธุรกิจในชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในตลาดกระตุ้นการมีส่วนร่วมของสถาบันการศึกษา และในการลงพื้นที่เพื่อไปปฏิบัติงานแต่ละครั้งต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมของแต่ละกลุ่ม ซึ่งมาจากหลากหลายคณะ ทั้งนี้จึงต้องมีการวางแผนและประสานงานกันให้ดี เพื่อให้งานที่ลงไปพัฒนาสำเร็จลุล่วง  ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) : เจ้าของความรู้/สังกัด นักศึกษา / มหาวิทยาลัยรังสิต วิธีการดำเนินการ 1.คัดเลือกชุมชนตามเงื่อนไขที่ได้รับ           สถาบันการศึกษา (สำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพยืสินทางปัญญา ผู้รับผิดชอบโครงการ)  ลงพื้นที่เพื่อทำการคัดเลือกชุมชนที่เหมาะสมตามเงื่อนไขที่ทางธนาคารออมสินกำหนด  จากนั้นนำเสนอต่อธนาคารออมสินภาค 14 ผ่านไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อพิจารณา อนุมัติโครงการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน 2.ตัวแทนอาจารย์ที่ปรึกษาและนักศึกษา โดยได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยรังสิต           ทางสำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา จะทำการวางแผนคัดเลือกคณะ/วิทยาลัย ที่เกี่ยวข้องเหมาะสมกับธุรกิจนั้นๆ เพื่อเป็นตัวหลักในการพัฒนา และจะแจ้งไปยังคณะต่างๆ เพื่อขอความอนุเคราะห์ส่งตัวแทนคณาอาจารย์ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน พร้อมนักศึกษา ที่มีความสนใจในการจะนำความรู้ในสิ่งที่เรียนมาพัฒนาชุมชนให้ดียิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยุ่ในแต่ละด้าน เข้าร่วมโครงการ  และจะทำหนังสือไปขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาสุงสุดเพื่อส่งร่างขออนุมัติแต่งตั้ง ก่อนส่งให้สำนักงานบุคคลออกหนังสือแต่งตั้งเป็นทางการ 3.ลงพี้นที่เพื่อสอบถามความต้องการ และแก้ปัญหาให้กับชุมชน           สำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา  จะนำนักศึกษา/ อาจารย์ ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อพบปะพูดคุยกับสมาชิกในแต่ละชุมชน ว่ามีความต้องการที่ชุมชนอยากให้ช่วยเหลือ หรือแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อพัฒนาสินค้า/บริการ ของชุมชนที่มีอยู่หรือต้องการเพิ่มสินค้า/บริการให้มีมากขึ้น หรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทางทีมงานอาจารย์และนักศึกษาจะต้องนำปัญหา หรือสิ่งที่ชุมชนต้องการนำมาประชุมในกลุ่มอีกครั้งเพื่อวางแผนที่จะพัฒนาต่อไปในระยะเวลาที่เหลือของโครงการ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน โดยในระยะนั้นจะมีการลงพื้นที่เพื่อไปพัฒนา โดยมีการทำงานร่วมกันระหว่างสมาชิกในชุมชน และทีมงานนักสึกษา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำในการดำเนินการในแต่ละช่วงเวลา และในแต่ละด้านที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละช่วงเวลาทางสำนักงานบ่มเพาะฯจะคอยเป็นพี่เลี้ยงและประสานงานต่างๆ ให้ในระหว่างการปฏิบัติงานของแต่ละกลุ่มให้สามารถดำเนินการได้สะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว 4.ดำเนินการและติดตามผล           อาจารย์/นักศึกษา  นำผลของการปฏิบัติงาน มาหารือร่วมกันระหว่างชุมชน อาจารย์ และนักศึกษาในกลุ่ม เพื่อขอความคิดเห็นในเรื่องการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือบริการ เพื่อทำการแก้ไขปรับปรุงจนสามารถตอบสนองต่อสิ่งที่ชุมชนต้องการ ในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนดราคาขายที่เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ หีบห่อให้ทันสมัยดูดี ของสินค้า หรือบริการ และเพิ่มช่องทางการขายที่หลากหลาย โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตลาดให้เกิดวงกว้าง และเพิ่มจำนวนลูกค้าให้มากขึ้น ซึ่งในแต่ละช่วงการดำเนินการ ในส่วนของสำนักงานบ่มเพาะธุรกิจฯ จะต้องทำการถ่ายทำวีดิโอ ถ่ายภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดการพัฒนาสินค้า/บริการ เป็นไปตามความต้องการของชุมชน 5.สรุปผลและนำเสนอผลงาน           ประเมินผลโครงการ โดยเมื่อได้สินค้า/บริการ ตามความต้องการของแต่ละชุมชน สำนักงานบ่มเพาะธุรกิจฯ จะต้องเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน จัดเวทีให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มมานำเสนอผลงาน ให้กับกรรมการประกอบด้วยกรรมการจากธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ธนาคารออมสินภาค 14 และ กรรมการจากมหาวิทยาลัยลัย ร่วมตัดสินเพื่อพิจารณาจาก 5 ทีม ให้เหลือ 1 ทีม ที่จะต้องเข้าไปแข่งขันกับอีก 63 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกจากทุกมหาวิทยาลัย เพื่อเป็น THE BEST OF THE BEST เป็นสิ่งที่เราคาดหวัง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ยากที่สุด และในปี 2566 เราสามารถเป็น THE BEST OF THE BEST  ในหมวดคิดดี  และเป็น รอง THE BEST OF THE BEST  ในปี 2567 ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่เราสามารถไปสู่จุดมุ่งหมาย 2 ปีซ้อน และได้รับการยกย่องว่าเป็น BEST PRACTICES ในการดำเนินโครงการออมสินยุวพัฒน์  และเอาแนวปฏิบัตินี้ไปนำเสนอให้กับมหาวิทยาลัยอื่นได้ปฏิบัติงาน 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน           สำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานวิสาหกิจชุมชน ทีมงานของอาจารย์และนักศึกษาของแต่ละกับ และกับทางธนาคารออมสินภาค 14 และธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่  นอกจากนี้ยังทำหน้าที่รับผิดชอบในการถ่ายทำวีดิโอ ถ่ายภาพ ทำโปสเตอร์ รวมถึงการช่วยให้ความเห็นเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ หีบห่อ ของแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ตอบโจทย์กับตลาด และความเป็นเอกสักษณ์ของชุมชนซึ่งจะต้องดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้นจนปิดโครงการ  โดยการจัดทำเอกสารตั้งแต่เสนอโครงการเพื่อขอเงินสนับสนุนงบประมาณ และรายงานขั้นตอนจนปิดโครงการอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังต้องมีหน้าที่ติดตามดูแลโครงการชุมชนที่เข้าร่วมอยู่สม่ำเสมอ ร่วมกับธนาคารออมสิน          อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน                – อุปกรณ์ในการทำงานของสำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา มีจำกัด เพราะในบางครั้งมีตารางลงพื้นที่ของกลุ่มภายในวันเดียวกัน จนทำให้ต้องแบ่งอุปกรณ์ในการใช้งาน ไปใช้งานตามกลุ่มต่างๆ หรือ ต้องขอความร่วมมือกับนักศึกษาที่มีอุปกรณ์มาช่วยในการเก็บภาพและวีดีโอ ตลอดระยะเวลาในการทำโครงการ                – อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของทางสำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเครื่องรุ่นเก่า มากๆ spec คอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปิดโปรแกรมที่ใช้งานได้ในบ้างครั้ง ส่งผลให้งานล่าช้าต้องแก้ไขกันบ่อยครั้ง ซึ่งการทำคลิปวีดิโอมีความจำเป็น เพราะชิ้นงานคลิปมีผลต่อการให้คะแนนไนการประกวดผลงาน 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่           โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นโครงการที่ดี มุ่งพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นฐานรากทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ได้ผลลัพธ์จริง  ซึ่งการทำงานดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน งานจึง่จะเกิดการพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายที่แท้จริง ซึ่งทางสำนักงานบ่มเพาะธุรกิจตระหนักถึงความสำคัญโครงการดังกล่าว จึงพยายามให้ความรู้และชี้แนะในบางส่วนที่ทางเราจะสามารถช่วยทีมนักศึกษาและชุมชนได้ โดยอาศัยความร่วมมือจาก อาจารย์ นักศึกษาและชุมชน ความสำเร็จของโครงการไม่ได้อยู่แค่การเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับนักศึกษา นำความรู้ ความสามารถ พัฒนาทักษะและได้เรียนรู้ในการทำงาน นำไปใช้พัฒนาชุมชนได้แบบยั่งยืน และชณะเดียวกันชุมชนก็ให้ความรู้กับนักศึกษาของเราเป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice           สำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และเข้าร่วมโครงการมาเป็นปีที่ 7 การดำเนินงานดังกล่าว ทำให้นักศึกษาทุกคณะ/วิทยาลัย ได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน แบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน จึงถือว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อนักศึกษา สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจให้ประเทศชาติได้  และสิ่งที่เราประสบผลสำเร็จก็คือ เราสามารถนำทีมนักศึกษาเข้ารอบจนได้รับเป็น ทีม THE BEST OF THE BEST  ระดับประเทศ และได้ระดับรอง THE BEST OF THE BEST  2 ปีติดต่อกัน นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจากธนาคารออมสินให้เป็น  BEST PRACTICES ในการดำเนินโครงการออมสินยุวพัฒน์  และเอาแนวปฏิบัตินี้ไปเผยแพร่ให้กับมหาวิทยาลัยอื่นได้ปฏิบัติงานตามแบบอย่างของมหาวิทยาลัยรังสิตต่อไป นอกจากโครงการดังกล่าวยังใช้งบประมาณจากภายนอกมาสนับสนุน ในการดำเนินงานได้ โดยไม่ต้องของบประมาณของมหาวิทยาลัยรังสิตในการดำเนินงาน

โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น Read More »

การบูรณาการความร่วมมือระหว่างคณะ/วิทยาลัย/หน่วยงาน เพื่อพัฒนาความเป็นสากลและการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 5.1.2/1, KR 5.2.1 และ KR 5.3.1/1  การบูรณาการความร่วมมือระหว่างคณะ/วิทยาลัย/หน่วยงาน เพื่อพัฒนาความเป็นสากลและการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ ผู้จัดทำโครงการ​ รองศาสตราจารย์ ดร. ทศนัย ชุ่มวัฒนะ และบุคลากรสำนักงานนานาชาติทุกท่าน สำนักงานนานาชาติ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​ จากวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยรังสิตที่ต้องการจะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ และผู้นำทางด้านความเป็นสากล (Internationalization) ร่วมกับนโยบายของผู้บริหารที่มุ่งเน้นการวางแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ  ซึ่งหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือ ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization) และยุทธศาสตร์ที่ 5 : การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง เพื่อการเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการพัฒนาคุณภาพของบัณฑิตให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติและพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหรือได้รับการยอมรับในระดับชาติหรือนานาชาติ           จากประเด็นความท้าทายในเรื่องของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทยในปี 2559 จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยรังสิตต้องมีการกำหนดกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ.2565-2569 ทางด้านการพัฒนาความเป็นสากล ซึ่งจะทำให้เกิดการยกระดับมาตรฐานของการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาให้มีความรู้ ทักษะ ความสามารถในการรับมือและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงและความหลากหลายทั้งในบริบทของประเทศและบริบทโลกได้                    สำนักงานนานาชาติ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายพันธกิจด้านการพัฒนาความเป็นสากลจากอธิการบดี รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยรังสิต  จึงได้สร้างความร่วมมือระหว่างวิทยาลัย คณะ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดให้มีกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาชาวต่างชาติให้ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม (Cross Cultural) หน่วยงานจึงจัดทำโครงการ RSUnival ขึ้นมาในปีการศึกษาที่ 2567 ซึ่งกิจกรรม RSUnival จะเป็นเวทีให้นักศึกษาไทยและต่างชาติได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมและภาษาต่างประเทศ รวมถึงมีประสบการณ์ซึ่งกันและกันและสืบสานประเพณีไทยงานสงกรานต์สืบไป ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญจากกิจกรรม RSUnival งานสงกรานต์ ที่นอกจากความสนุกสนานและความสำเร็จแล้ว ยังได้มอบความรู้และบทเรียนที่สำคัญหลายประการ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมในอนาคตได้  โดยสรุปเป็นประเด็นสำคัญดังนี้ การส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างวัฒนธรรม: กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติมีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรง เช่น การเล่นน้ำสงกรานต์ การแสดงทางวัฒนธรรม หรือ International Food Festival เป็นต้น ช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างวัฒนธรรม ลดอคติ และสร้างมิตรภาพ การจัดกิจกรรมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทย ช่วยเผยแพร่ความงดงามและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยให้นักศึกษาต่างชาติได้รู้จักและเข้าใจมากขึ้น การบริหารจัดการกิจกรรม: การวางแผนและเตรียมงานอย่างเป็นระบบ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของกิจกรรม ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น งบประมาณ สถานที่ กิจกรรม บุคลากร และการประชาสัมพันธ์ การประเมินผลกิจกรรม ช่วยให้เห็นจุดเด่น จุดด้อย และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมในครั้งต่อไป การสร้างความร่วมมือ: ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เป็นสิ่งสำคัญในการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ วิทยาลัยดนตรี และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล้วนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม RSUnival การมีส่วนร่วมของนักศึกษา ช่วยให้กิจกรรมมีความหลากหลาย สนุกสนาน และตรงกับความต้องการของนักศึกษามากขึ้น การใช้กิจกรรมเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้: กิจกรรม RSUnival งานสงกรานต์ เป็นมากกว่ากิจกรรมสันทนาการ แต่ยังเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา และการทำงานร่วมกัน การบูรณาการกิจกรรมเข้ากับการเรียนการสอน ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเกิดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมหาวิทยาลัย: กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมหาวิทยาลัย ดึงดูดนักศึกษาต่างชาติ และส่งเสริมความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัย ความรู้และบทเรียนเหล่านี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักศึกษา  และบรรลุเป้าหมายของมหาวิทยาลัย  ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) : เจ้าของความรู้/สังกัด สำนักงานนานาชาติ วิธีการดำเนินการ ประชุมหารือในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างวิทยาลัย/คณะ/หน่วยงานต่างๆ โดยหน่วยงานได้ติดต่อประสานงานไปยังวิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ วิทยาลัยดนตรี วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติจีน ศูนย์สุวรรณภูมิศึกษา สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม สำนักงานสิทธิประโยชน์ สำนักงานวิสด้อมมีเดีย ฝ่ายสื่อสารองค์กร และฝ่ายการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อวางแผนการดำเนินงานกิจกรรม RSUnival ร่วมกัน จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมและงบประมาณ กิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นในปีการศึกษาที่ 2567 ระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน 2567 จัดขึ้นบริเวณหน้าอาคารอาทิตย์อุไรรัตน์ ตึก1 โดยมอบหมายการปฏิบัติงานให้แต่ละภาคส่วนดังนี้ International Food Festival จัดโดยวิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ การแสดงดนตรีและการจัดบูทจำหน่ายสินค้า จัดโดยสำนักงานสิทธิประโยชน์ International Costume and Performance Day จัดโดยวิทยาลัยศิลปศาสตร์ International Music Festival จัดโดยวิทยาลัยดนตรี การแข่งขัน “มวยทะเล” จัดโดยสำนักงานสิทธิประโยชน์ พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงวัฒนธรรมพื้นเมือง จัดโดยศูนย์สุวรรณภูมิศึกษาและสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม การแสดงขบวนแห่กลองยาวและการแสดงนานาชาติ จัดโดยวิทยาลัยนานาชาติ คณะบริหารธุรกิจ และสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม Songkran Festival with EDM จัดโดยวิทยาลัยนานาชาติ การแสดงนานาชาติ โดย วิทยาลัยนานาชาติ การแสดงนานาชาติจีน โดย วิทยาลัยนานาชาติจีน International Fair การแสดงของนักศึกษาและชุมชนหลักหก ประสานงานโดยสำนักงานสิทธิประโยชน์ วงดนตรีบัวแก้วเกษร ประสานงานโดยสำนักงานสิทธิประโยชน์ งบประมาณโครงการ รับผิดชอบโดยสำนักงานนานาชาติ งานประชาสัมพันธ์ รับผิดชอบโดยสำนักงานวิสด้อมมีเดียและฝ่ายสื่อสารองค์กร รายละเอียดรายจ่ายงบประมาณโครงการ (ที่ตั้งไว้ในระบบงบประมาณ) ตามตารางที่ 1 ตารางที่1 ลำดับ รายการ หน่วย ราคา/หน่วย (บาท) ยอดรวม (บาท) 1 ฝ่ายสื่อสารองค์กร 1 6,851.00 6,851.00 2 Wisdom Media 1  3,600.00  3,600.00 3 สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม 1 88,000.00 88,000.00 4 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ 1 9,625.00 9,625.00 5 วิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ 1 3,000.00 3,000.00 6 วิทยาลัยศิลปศาสตร์ 1 13,500.00 13,500.00 7 วิทยาลัยดนตรี 1 18,000.00 18,000.00 8 วิทยาลัยนานาชาติ 1 14,000.00 14,000.00 9 วิทยาลัยนานาชาติจีน 1 5,000.00 5,000.00 รวมทั้งหมด 161,576.00 รายละเอียดรายจ่ายงบประมาณโครงการ (ค่าใช้จ่ายจริง) ตามตารางที่2 ตารางที่2 ลำดับ รายการ หน่วย ราคา/หน่วย (บาท) ยอดรวม (บาท) 1 ฝ่ายสื่อสารองค์กร 1  6,849.00  6,849.00 2 Wisdom Media 1 3,600.00 3,600.00 3 สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม 1  87,951.00  87,951.00 4 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ 1 9,865.00 9,865.00 5 วิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ 1  3,018.00  3,018.00 6 วิทยาลัยศิลปศาสตร์ 1 13,480.00 13,480.00 7 วิทยาลัยดนตรี 1 11,890.00 11,890.00 8 วิทยาลัยนานาชาติ 1 14,000.00 14,000.00 9 วิทยาลัยนานาชาติจีน 1  5,451.90  5,451.90 รวมทั้งหมด 156,104.90 ยอดเงินอนุมัติ 161,576.00 บาทยอดเงินค่าใช้จ่ายจริง 156,105.50 บาทยอดเงินคงเหลือ 6,180.40 บาท 3. ดำเนินกิจกรรมตามกำหนดการดังรูปภาพที่ 1 ภาพกำหนดการงาน “RSUnival” 4. สรุปผลกิจกรรมและผลประเมินความพึงพอใจ ผลการดำเนินงานกิจกรรม RSUnival มีกิจกรรมภายในงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและสร้างความคุ้นเคยกันระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ สืบสานประเพณีไทยและเผยแพร่วัฒนธรรมไทย สร้างความสนุกสนานและรื่นเริงให้กับนักศึกษา โดยมีกิจกรรมหลากหลายด้าน เช่น การแสดงทางวัฒนธรรม: การแสดงจากนักศึกษาไทยและต่างชาติ การละเล่นพื้นบ้าน: สะบ้าบ่อน ไทยทรงดำ การออกร้านจำหน่ายอาหาร: อาหารไทยและอาหารนานาชาติ การแสดงดนตรี: ดนตรีสดจากวงดนตรีนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต ผลลัพธ์ความสำเร็จจากกิจกรรม RSUnival           ภาพรวมของกิจกรรมถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งคนไทยและต่างชาติรวมมากกว่า 300 คน สามารถจัดกิจกรรมได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ นอกจากนี้กิจกรรมต่างๆภายในงานยังได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเล่นน้ำสงกรานต์ การแสดงวัฒนธรรมและการแข่งขันมวยทะเล กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ และเผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี ผลประเมินความพึงพอใจ           มีจำนวนผู้ตอบแบบประเมิน 157 คน คิดเป็นร้อยละ 52 ของผู้เข้าร่วมโครงการ สรุปผลการประเมินงานได้ดังแผนภูมิรูปภาพ 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน 2.1 ผลการดำเนินการกิจกรรม RSUnival กิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาชาวต่างชาติได้ และยังช่วยส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ความเป็นสากลให้มหาวิทยาลัยมากขึ้น 2.2 การนำไปใช้หรือการลงมือปฏิบัติจริง ช่วยให้เข้าใจกระบวนการทำงานเป็นทีมทำให้เกิดสหวัฒนธรรมภายในองค์กรและดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน สามารถนำประสบการณ์ไปพัฒนาและต่อยอดการทำงานหรือการจัดกิจกรรมอื่นๆในอนาคตได้ 2.3 อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน          ปัญหาการสื่อสารภายใน เนื่องจากต้องทำงานกับทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย บางครั้งอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและการบริหารจัดการเวลาที่ไม่ตรงกัน ส่งผลต่อการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและล่าช้าในบางครั้ง จึงจัดประชุมเพื่อหารือและหาข้อตกลงก่อนดำเนินงานร่วมกัน 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ จำนวนและความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมในมหาวิทยาลัยรังสิต กิจกรรมได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างดี จึงทำให้มีการจัดงานอย่างต่อเนื่องในปี 2568 งานโครงการ กิจกรรม ตอบโจทย์ตามเป้าหมายที่ระบุไว้ใน ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization) และประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 : การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง   ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice วัตถุประสงค์ (Objectives): สร้างและรวบรวมองค์ความรู้จากกิจกรรม RSUnival เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการจัดงานในอนาคต เพื่อสร้างฐานข้อมูลองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนากิจกรรม RSUnival อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์จากกิจกรรม RSUnival เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่นักศึกษาและบุคลากรสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับกิจกรรม RSUnival พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการจัดการความรู้สำหรับกิจกรรม RSUnival เพื่อสร้างระบบการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรม RSUnival ผลลัพธ์หลัก (Key Results): จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรม RSUnival ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สร้างฐานข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรม RSUnival

การบูรณาการความร่วมมือระหว่างคณะ/วิทยาลัย/หน่วยงาน เพื่อพัฒนาความเป็นสากลและการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ Read More »

การเรียนรู้โดยนักศึกษามีส่วนร่วมผ่านการใช้ทักษะต่างๆ

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2566 ยุทธศาสตร์ที่ 1 : KR 1.4.6 การเรียนรู้โดยนักศึกษามีส่วนร่วมผ่านการใช้ทักษะต่างๆ (Active Learning) ในรายวิชาทฤษฎีอาชญาวิทยา ผู้จัดทำโครงการ​ ดร.พรรษพร สุวรรณากาศ คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​ คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต อาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ ได้สนับสนุนให้คณาจารย์วางแผนการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในชั้นเรียน โดยในแต่ละรายวิชาต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนเอง แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะในชั้นเรียนได้อย่างสูงสุดโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในเนื้อหาสู่การเรียนรู้ที่แท้จริง ในรายวิชา CJA202 ทฤษฎีอาชญาวิทยา มีเนื้อหาครอบคลุมศาสตร์ทางอาชญาวิทยา พัฒนาการของทฤษฎี และความรู้ในเชิงสหวิทยาต่อการอธิบายปรากฏการณ์อาชญากรรมผ่านแนวคิด และทฤษฎีทางด้านอาชญาวิทยา โดยมีวัตถุประสงค์รายวิชาคือ เพื่อให้เข้าใจฐานคติและแนวคิดที่เป็นต้นกำเนิดของศาสตร์ทางอาชญาวิทยา พัฒนาการของทฤษฎี ความรู้ในเชิงสหวิทยาของหลักการทางอาชญาวิทยาและธรรมชาติของสังคมกับอาชญากรรม เพื่อให้สามารถอธิบายปรากฏการณ์อาชญากรรมด้วยแนวคิดและทฤษฎีทางด้านอาชญาวิทยาได้ เพื่อให้เข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับรูปแบบอาชญากรรมที่น่าสนใจ อนึ่ง ประเด็นสำคัญที่ท้าทายการเรียนการสอนคือประเด็นการทำความเข้าใจทฤษฎีอาชญาวิทยาที่มีจำนวนมากหลากหลายทฤษฎี ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายทั้งในมิติผู้บรรยายต่อการถ่ายถอดบทเรียนสู่มิติของกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนต่อการทำความเข้าใจในแต่ละแนวคิดในการอธิบายสาเหตุประกอบอาชญากรรม การวางแผนการจัดการเรียนการสอนจึงมีกระบวนการที่ให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ในแต่ละกิจกรรม ควบคู่ไปกับการวัดผลความรู้ที่ได้จากรายวิชา ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้                    นอกเหนือจากการบรรยายเชิงทฤษฎี ยังมีการดำเนินการเรียนการสอนโดยกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้กระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม แบบการระดมสมอง (Brainstorming) แบบเน้นปัญหา/โครงงาน/กรณีศึกษา (Problem/Project-based Learning/Case Study) แบบแสดงบทบาทสมมุติ (Role Playing) เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์การศึกษา และการพัฒนาการเรียนรู้ในปัจจุบัน ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) : ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ KM Rangsit University   (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase) เจ้าของความรู้/สังกัด   คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม          ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) : เจ้าของความรู้/สังกัด ดร.พรรษพร สุวรรณากาศ วิธีการดำเนินการ กระบวนการจัดการเรียนรู้จึงต้องดำเนินด้วยการเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยอาจารย์ผู้สอนมีการวางแผนกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้ กำหนดเนื้อหาที่ต้องเรียนในศาสตร์ทางด้านอาชญาวิทยา ทฤษฎีอาชญาวิทยาผ่านการบรรยายความรู้พื้นฐานที่ใช้ในการอธิบายสาเหตุอาชญากรรม กำหนดเครื่องมือการวัดความรู้ ประกอบด้วย การออกแบบเนื้อหาการทดสอบความรู้ ประเมินผ่านการทดสอบย่อยโดยผู้สอน Pre Test, Post Test, Final Exam สอดแทรกแต่ละกิจกรรมในแต่ละช่วงของกลุ่มแนวคิดทางด้านอาชญาวิทยา ประกอบด้วย การระดมสมอง การเรียนรู้ด้วยการแสดงบทบาทสมมติ (Role Play) วางแผนกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ – การเรียนรู้ผ่าน Case Study รวมถึงการค้นหาความรู้เพิ่มเติม สามารถค้นคว้าข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ปัญหาในเชิงลึก และถ่ายทอดความรู้เป็นชิ้นงานการศึกษาได้อย่างสร้างสรรค์ ทักษะสารสนเทศ – มุ่งให้นักศึกษาอาศัยเทคโนโลยีในการผลิตสื่อเพื่ออธิบายทฤษฎีอาชญาวิทยาได้อย่างสร้างสรรค์ ทักษะในการสื่อสาร – เข้าใจถึงการสื่อสารภายในกลุ่มในชั้นเรียน เรียนรู้ทักษะการสื่อสารกับกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม หรือผู้กระทำผิด ทักษะชีวิต – เรียนรู้ความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีม การสังเกตการเรียนรู้ การแสดงศักยภาพของนักศึกษาในแต่ละกิจกรรมในห้องเรียน เพื่อพัฒนาปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ในอนาคต 2. Prototype testing in an operational environment – DO ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน                จากการวางแผนการเรียนการสอนสู่การลงปฏิบัติ โดยในปีการศึกษา 2566 ได้มีนักศึกษาจำนวนทั้งหมด 98 คนในรายวิชาทฤษฎีอาชญาวิทยา อนึ่ง ในรายวิชาได้มีการดำเนินการบรรยายทฤษฎีอาชญาวิทยาประกอบการสอดแทรกกิจกรรม ผ่านกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น และมีผลการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ กิจกรรม กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น 1. การแสดงบทบาทสมมุตินักอาชญาวิทยาและผู้กระทำผิด การเรียนรู้ด้วยการแสดงบทบาทสมมติ (Role Play) จากกรณีศึกษาที่หลากหลาย เรียนรู้ทฤษฎีเทคเนคการโยนความผิด และการสื่อสารกับผู้กระทำผิด พัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะการสื่อสาร 2. การวิเคราะห์คดีดัง อาทิ ‘กราดยิงพารากอน’ ‘กำนันนก’ การเรียนรู้ แบบ Case Study ที่หลากหลายการวิเคราะห์สาเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ผลกระทบจากสถานการณ์ แนวทางป้องกันอาชญากรรม วิพากษ์ระบบงานยุติธรรมทางอาญา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ในการวิเคราะห์ด้วยความเป็นเหตุเป็นผล ค้นหาข้อมูลความรู้ด้วยตนเอง 3. การระดมสมองในประเด็นปัญหาสังคมและอาชญากรรม การเรียนรู้โดยระดมสมอง อภิปรายภายในกลุ่ม ร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัญหาสังคมสู่การประกอบอาชญากรรม ในบทเรียนกลุ่มทฤษฎีโครงสร้างทางสังคมต่อการกระทำผิด ทักษะการเรียนรู้ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ทักษะการสื่อสาร ต่อการนำเสนอหน้าชั้นเรียน 4. Project Based นำเสนอชิ้นงานประยุกต์ใช้ทฤษฎีอาชญาวิทยาแต่การถ่ายทอดผ่านสื่อ การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ให้นักศึกษาผลิตผลงานสื่อสร้างสรรค์โดยไม่จำกัดแนวทางในการนำเสนอ ภายใน 15 นาที เพื่อประยุกต์ทฤษฎีที่เรียนสู่การถ่ายทอดรูปธรรม โดยมีข้อตกลงการดำเนินงานดังนี้ 1. จับกลุ่ม 8-10 คน 2. ส่งรายชื่อสมาชิกภายในสัปดาห์ที่ 2 ของการเรียน 3. ลักษณะการนำเสนอเนื้อหาได้อย่างสร้างสรรค์ โดยต้องมีการสอดแทรกการอธิบายทฤษฎีอาชญาวิทยา เช่น การแสดงสถานการณ์จำลอง นักศึกษาจำลองบทบาทคดีอาชญากรรม และมีการอธิภายทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นๆ ท้ายคลิป หรือสอดแทรกระหว่างคลิปตามความเหมาะสม 4. ส่ง Plot เรื่อง และเลือกทฤษฎีที่ใช้อธิบายก่อนดำเนินการ เพื่อให้อาจารย์พิจารณาให้คำแนะนำก่อนสัปดาห์ที่ 9 ของการเรียน 5. ไม่ต้องจัดทำรูปเล่ม โดยส่งไฟล์ผลงานก่อนวันนำเสนอ อย่างน้อย 1 วันเข้าอีเมล phatsaporn.s@rsu.ac.th ทักษะการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ทักษะชีวิตในการทำงานเป็นทีม ทักษะสารสนเทศต่อการเผยแพร่ความรู้ 5. การวัดความรู้ Pre-Test, Post-Test และการสอบปลายภาค การออกแบบ Quiz และ Final Exam ทักษะการเรียนรู้ 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่                    อาจารย์ได้มีการชี้แจงสัดส่วนของการประเมินผลตั้งแต่สัปดาห์แรกในชั้นเรียน เพื่อให้นักศึกษารับทราบข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน การประเมินผลการเรียนรู้ สัดส่วนของการประเมินผล 1.       สอบปลายภาค 30% 2.       การเข้าชั้นเรียน QUIZ และการมอบหมายงาน รวมถึงการอภิปรายปัญหาอาชญากรรมในชั้นเรียน 30% 3.       Project งานกลุ่ม 40%                    ทั้งนี้จากกิจกรรมต่างๆ ได้มีการตรวจสอบผลการดำเนินการดังนี้ การแสดงบทบาทสมมุตินักอาชญาวิทยาและผู้กระทำผิด – จากการแนะนำความรู้โดยอาจารย์ผู้สอน สู่การให้นักศึกษาได้ปฏิบัติจริง โดยให้สลับกันเป็นอาชญากร และนักอาชญาวิทยา ทั้งนี้ การสังเกตพบว่านักศึกษามีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก มีการใช้ความรู้ที่เรียนมาเท่าทันเทคนิคการโยนความผิด และเข้าใจถึงการสื่อสารกับผู้กระทำผิดโดยไม่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน และสามารถถ่ายทอดสรุปผลการศึกษาการวิเคราะห์ผู้กระทำผิดได้อย่างสอดคล้องทฤษฎีอาชญาวิทยา การวิเคราะห์คดีดัง อาทิ ‘กราดยิงพารากอน’ ‘กำนันนก’ – จากการประเมินการนำเสนอพบว่า นักศึกษามีการนำทฤษฎีทางด้านอาชญาวิทยาเข้ามาวิเคราะห์ และมีการนำเสนอแนวทางป้องกันแก้ไขตามหลักวิชาการถูกต้องและทันสมัย การระดมสมองในประเด็นปัญหาสังคมและอาชญากรรม – จากกระประเมินโดยการสังเกตแต่ละกลุ่มในช่วงอภิปราย โดยอาจารย์เป็นผู้ฟังการนำเสนอความคิดเห็นนักศึกษาภายในกลุ่มแต่ละกลุ่ม หลังจากนั้นจึงเป็นการนำเสนอหน้าชั้นเรียน พบว่านักศึกษามีความสนใจ มีความกล้าแสดงออกที่จะแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการต่อปัญหาสังคม มีความเข้าใจปัจจัยทางสภาพแวดล้อมต่อการประกอบอาชญากรรม Project Based นำเสนอชิ้นงานประยุกต์ใช้ทฤษฎีอาชญาวิทยาแต่การถ่ายทอดผ่านสื่อ – จากการประเมินผลงานของนักศึกษาพบว่า สื่อที่นักศึกษาผลิตและนำเสนอมีความทันสมัยน่าสนใจอย่างสร้างสรรค์ และนักศึกษามีผลงานการนำเสนอหรือชิ้นงานที่มีลักษณะไม่ซ้ำกันในแต่ละกลุ่ม อาทิ การนำเสนอผ่าน webtoon การใช้บทบาทสมมุติในการนำเสนอ นำเสนอโดยผลิตเป็น Animation พบว่านักศึกษาดำเนินการเป็นอย่างดี มีการร่วมปรึกษากับอาจารย์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้อาจารย์ได้แนะนำความเห็น ความถูกต้องตามหลักวิชาการ การวัดความรู้ Pre-Test, Post-Test และการสอบปลายภาค – จากการทดสอบ Pretest และ Post-test ผ่านพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีคะแนน Post-test เพิ่มขึ้น และจากการสอบปลายภาคพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่สามารถจำและเขียนอธิบายทฤษฎีอาชญาวิทยาได้ อีกทั้งสามารถประยุกต์ใช้เขียนบรรยายบทวิเคราะห์คดีในข้อสอบ ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice เพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง อาจมีการผลักดันให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มทฤษฎีอาชญาวิทยา โดยอาจเป็นกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น นักศึกษาให้ความสนใจ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เป็นฝ่ายนำเสนอความคิดเห็นในบทเรียน และวิธีการจัดการเรียนรู้มากขึ้น           อนึ่งในแต่ละสัปดาห์ท้ายคาบเรียน อาจารย์ผู้สอนจะเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาหารือเนื้อหาทฤษฎีทุกครั้งเพื่อผลิตผลงานการนำเสนอชิ้นงานอย่างสร้างสรรค์ พบว่าแนวทางดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักศึกษาจะมีความกล้าแสดงออกที่จะปรึกษาหารือเนื้อหาความรู้มากขึ้น โดยมีนักศึกษาร่วมปรึกษาอย่างต่อเนื่องในแต่ละสัปดาห์การเรียน                    และระหว่างการเรียนทั้งภาคการศึกษา นักศึกษาสามารถปรึกษาหารืออาจารย์ที่ปรึกษาผ่าน Line Group หรือ Line อาจารย์ผู้สอนได้โดยตรง โดยอาจารย์จะมีการส่งข้อมูล สถานการณ์อาชญากรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ผลงานนักศึกษาส่วนหนึ่งจาก Project Based นำเสนอชิ้นงานประยุกต์ใช้ทฤษฎีอาชญาวิทยาแต่การถ่ายทอดผ่านสื่อ https://drive.google.com/drive/folders/1oq4rl9xMwvzKYjy2tzxVSrRg4mEWeMgu https://youtu.be/Jat4fL3s3Ig?si=UcU0sjCEFh5iwOh7 https://youtu.be/WbmnlgAt7Dk?si=MfNsNHyepEHvhtNy https://www.youtube.com/watch?v=Y3OkXjkeiIs ภาพบรรยากาศในชั้นเรียนและกิจกรรมการจำลองบทบาทสมมุติ

การเรียนรู้โดยนักศึกษามีส่วนร่วมผ่านการใช้ทักษะต่างๆ Read More »

การเรียนการสอนเรื่องสวนกระถางเมล็ดผลไม้เหลือทิ้ง จากชีววิทยาองค์รวม

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2566 ยุทธศาสตร์ที่ 1 : KR 1.4.6 การเรียนการสอน เรื่อง สวนกระถางเมล็ดผลไม้เหลือทิ้ง … จากชีววิทยาองค์รวม ผู้จัดทำโครงการ​ ผู้วางโครงการ ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ ผู้ให้ความรู้ ผศ.ณิชกานต์ กลิ่นกุสุม คณะวิทยาศาสตร์ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           การจัดการเรียนสอนรายวิชาต่างๆ มีวัตถุประสงค์หลักที่งมุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และมีความสามารถ(ability to do)ในด้านใดด้านหนึ่ง จนเกิดเป็นสมรรถนะทางการศึกษาด้านต่างๆ ซึ่งแตกต่างไปตามแต่ละเนื้อหา ทั้งด้านความรู้(cognitive domain) ด้านทักษะ (psychomotor domain) และด้านเจตคติ(affective domain)ในระดับต่างๆ การบูรณาการองค์ความรู้ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า จนนำไปสู่การประยุกต์ใช้ปฎิบัติในสถานการณ์จริง เป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาความสามารถ (ability to do)ในด้านใดด้านหนึ่งจนเกิดเป็นสมรรถนะด้านต่างๆขึ้นในตัวผู้เรียน           จากแนวคิดนี้จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมโครงงาน (วิชา BIO131/ 132) เรื่อง “สวนกระถางเมล็ดผลไม้เหลือทิ้ง…จากชีววิทยาองค์รวม” ซึ่งเป็นสถานการณ์การเรียนรู้ที่กำหนดให้นักศึกษาได้บูรณาการองค์ความรู้ทางชีววิทยา เพื่อสรรค์สร้างงานศิลป์….เป็นสวนกระถางจากขยะเมล็ดผลไม้” ควบคู่ไปกับการ ฝึกทักษะการปฏิบัติด้านต่าง ๆ ได้แก่ การคัดเลือกเมล็ดผลไม้ การเพาะเมล็ด การรดน้ำ ดูแลต้นกล้า รวมถึงฝึกทักษะการนำเสนอ การบันทึกภาพทางวิชาการ การใช้ application ต่างๆ ได้แก่ Line application ในการปรึกษาหารืออาจารย์ผู้สอน ทักษะการใช้ Padlet application สำหรับการรายงานความก้าวหน้าของโครงงาน ทักษะทำงานแบบบูรณาการภายใต้การแนะนำจากผู้สอนอย่างใกล้ชิดและมีความสุขแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหาร่วมกัน สร้างเสริมคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ทำให้การทำงานประสบความสำเร็จ ได้แก่ การตรงต่อเวลา ขยัน อดทน รักษาสัจจะ และการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนอีกด้วยประโยชน์ที่คาดว่าผู้เรียนจะได้รับจากกิจกรรมในโครงการนี้ นอกจากการการได้ฝึกทักษะการบูรณาการความรู้สู่การปฏิบัติจริงแล้ว ยังเป็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้ความรู้ทางชีววิทยาเพื่อลดของเสียหรือของเหลือทิ้ง(เมล็ดผลไม้เหลือทิ้งจากการบริโภค) เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่กำหนดให้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG1) Economy) เป็นวาระแห่งชาติ โดยโครงงานนี้เป็นกิจกรรมตัวอย่างที่นักศึกษาสามารถทำได้จริง โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทำแล้วมีความสุข และผลผลิตที่ได้มาสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อการค้าได้อีกด้วย ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ • องค์ความรู้ทางชีววิทยา (อาณาจักรพืช การเจริญพัฒนาของต้นกล้า การแบ่งเซลล์แบบ Mitosis การสังเคราะห์แสง สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ)• L.E. (Learning Experience): นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้• การวางโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาสู่ชุมชน ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) : ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ KM Rangsit University(http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase) – ผลงานเรื่อง ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม (L.E.: Learning Experience) เรื่อง สารอันตรายในน้ำมันทอดซ้ำ: ชุมชนวัดรังสิต(ภายใต้โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชน ประจำปี 2563) – ผลงานเรื่อง “โครงการจัดอบรม ปลูกผักกินเอง สร้างภูมิคุ้มกัน ต้านโรค ลดมลพิษสิ่งแวดล้อม” – ผลงานเรื่อง “โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาชุมชน” เจ้าของความรู้/สังกัด ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ (องค์ความรู้ เรื่อง L.E. (Learning Experience) นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้• แบบรายงานผลการจัดการความรู้ ปี การศึกษา 2563 :(https://lc.rsu.ac.th/km/files/form/form_10_2021_04_20_125535.pdf)• Clip: https://www.youtube.com/watch?v=E63-ar_lLs4 อื่น ๆ (โปรดระบุ) : E book ไม้ประดับจากขยะเมล็ดผลไม้(โดย ณิชกานต์ กลิ่นกุสุม & ลาวัณย์ วิจารณ์) เป็นองค์ความรู้ที่ได้จาก การบริการวิชาการ โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชน ปี 2565 (รหัส โครงการ 650437 : Ornamental Gardening For Life (สรรสร้างพันธุ์พืชเป็นไม้ประดับ) ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) : เจ้าของความรู้/สังกัด : คณะวิทยาศาสตร์• ผศ.ณิชกานต์ กลิ่นกุสุม /สังกัด คณะวิทยาศาสตร์ องค์ความรู้ทางชีววิทยา (อาณาจักรพืช การเจริญพัฒนาของต้นกล้า การ แบ่งเซลล์แบบ Mitosis การสังเคราะห์แสง สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ• ผศ.ดร.ลาวัณย์ วิจารณ์ /สังกัด คณะวิทยาศาสตร์ : องค์ความรู้ 1_ L.E. (Learning Experience) นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ : องค์ความรู้ 2_ การวางโครงการบริการวิชาสู่ชุมชน อื่น ๆ (ระบุ) สมรรถนะ (Competency) ด้านการใช้ Padlet application ในการบริหารจัดการและการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ วิธีการดำเนินการ 1. แบ่งนักศึกษาออกเป็น 24 กลุ่มๆละ 3-4 คน2. กำหนดให้แต่ละกลุ่ม บูรณาการความรู้ทางชีววิทยา (อาณาจักรพืช การเจริญพัฒนาของต้นกล้า การแบ่งเซลล์แบบ Mitosis การสังเคราะห์แสง สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ) เป็นหลักในการเพาะเมล็ดผลไม้ เพื่อสรรค์สร้างงานศิลป์ เป็นสวนผลไม้กระถางขนาดเล็ก3. กำหนดระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม 6 สัปดาห์ (ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.-13 มี.ค. 2567)4. มอบหมายแต่ละกลุ่มประชุม/ปรึกษาหา/ ร่วมกันคัดเลือกชนิดผลไม้ /เลือกซื้อ/รับประทานผลไม้และนำขยะเมล็ดผลไม้ใช้เป็นเมล็ดสำหรับเพาะต้นกล้า/เลือกซื้อวัสดุปลูก /ทำการเพาะเมล็ด/ดูแล/ออกแบบสรรคสร้างสวนกระถางเม,ดผลไม้เหลือทิ้งที่สวยงาม/ช่วยกันตกแต่งสวนกระถาง/รายงานผลดำเนินงานทุกขั้นตอน ผ่าน Padlet application (รายละเอียดการดำเนิน เอกสารแนบ ตัวอย่าง ผลงานของนักศึกษาทั้งหมด 92 คน (24 กลุ่ม โครงงาน)5. การดำเนินกิจกรรมของทุกกลุ่ม อยู่ภายในคำแนะนำอย่างใกล้ของปรึกษาอาจารย์ทั้ง onsite และ online (line application)6. ประเมินผลงานโดยคณาจารย์ และมอบรางวัลผลงานดีเด่น (onsite) 2. Prototype testing in an operational environment – DO ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน ตัวอย่าง ผลงานของนักศึกษาทั้งหมด 92 คน (24 กลุ่ม โครงงาน)รายละเอียดศึกษาได้จาก ไฟล์ลิงค์ด้านล่าง 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECKการตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ การประเมินผลโครงการแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้1. ด้านการนำองค์ความรู้ทางชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในการทำสวนกระถาง พบว่า กลุ่มโครงงานทั้ง 24 กลุ่ม สามารถนำองค์ความรู้ทางชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในการเพาะกล้าผลไม้ และสามารถทำสวนไม้กระถาง ได้ตามวัตถุประสงค์การสอน ที่ได้กำหนดไว้2. ด้านความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการทำโครงงาน พบว่า• ร้อยละ 99 เห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าโครงการนี้ช่วยให้นักศึกษามีความเข้าใจเกี่ยวกับอาณาจักรพืช การเจริญพัฒนาของต้นกล้า การแบ่งเซลล์แบบ Mitosis การสังเคราะห์แสงมากขึ้น• ร้อยละ 96 เห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า การนำเมล็ดผลไม้เหลือทิ้งจากการรับประทานผลไม้นานาชนิด ช่วยลดขยะจากการรับประทานผลไม้ได้• ร้อยละ 96 เห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า โครงการเพาะเมล็ดผลไม้เพื่อทำเป็นสวนไม้กระถางขนาดเล็กสามารถทำเป็นอาชีพได้ • ร้อยละ 99 เห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า โครงการนี้ทำให้สามารถนำองค์รู้ความรู้ทางชีววิทยามาปรับใช้ก่อทำให้เกิดงานศิลปะที่สามารถทำเป็นอาชีพได้• ร้อยละ 99 เห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า โครงการนี้ทำให้สามารถนำองค์รู้ความรู้ทางชีววิทยามาปรับใช้เพื่อลดปัญหาขยะเมล็ดผลไม้เหลือทิ้งจากการรับประทานได้           หลังจากครบกำหนดการส่งผลงาน ได้จัดกิจกรรมให้นักศึกษาสะท้อนความรู้สึก (refection) เกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมในโครงการนี้ 9 ประเด็น คือ ทำโครงงานนี้สนุก มีความสุข /ตื่นเต้นมากๆ เมื่อเห็นต้นไม้เติบโต /ตื่นเต้นมากๆเมื่อเห็นต้นไม้ของเราไม่งอกสักที /การนำองค์ความรู้ทางชีววิทยาไปสร้างสรรค์งานศิลปะได้/การนำองค์ความรู้ทางชีววิทยาสามารถขยะเมล็ดผลไม้ลดปัญหาโลกร้อนได้/เราควรนำขยะเมล็ดผลไม้ทำ มาทำเป็นสวนไม้กระถาง ตกแต่งไว้ที่บ้าน/เราควรฝึกผีมือนำขยะเมล็ดผลไม้ทำสวนไม้กระถาง เอาไว้ขายในอนาคต /เราควรฝึกฝีมือนำขยะเมล็ดผลไม้ทำสวนไม้กระถาง เพื่อให้เป็นของขวัญกับคนที่เรารัก/ควรจัดการเรียนการสอนแบบนี้อีก          โดยสอบถามความคิดเห็นว่า มีความคิดเห็นในระดับใด (เห็นด้วยอย่างยิ่ง/เห็นด้วย/ไม่แน่ใจ/ ไม่เห็นด้วย /ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ) กับข้อความทั้ง 9 ประเด็นข้างต้น ผลการสะท้อนความรู้สึก พบว่า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 นักศึกษาเห็นด้วยอย่างยิ่งและเห็นด้วย ในทุกประเด็น รายละเอียดความคิดเห็นของนักศึกษา ดังนี้           จะเห็นได้ว่า การจัดกิจกรรมในโครงการนี้ นอกจากสามารถกระตุ้นให้นักศึกษา ได้มีประสบการณ์ในการบูรณาการความรู้ทางชีววิทยา มาประยุกต์ใช้เพื่อสรรค์สร้างงานศิลป์ที่สวยงามแล้ว ยังทำให้นักศึกษามีความเข้าใจถึงองค์ความรู้เหล่านั้นอย่างชัดเจน สนุก ตื่นเต้นเร้าใจ และมีความสุข และที่สำคัญที่สุดคือ นักศึกษาทุกกลุ่มร่วมแรงร่วมใจ ทั้งขยัน อดทน มีวินัย ตรงต่อเวลาในการส่งผลงานที่ใช้เวลายาวนานถึง 6 สัปดาห์ และเมื่อมีปัญหาก็ร่วมกันแก้ไขจนทำให้ทุกกลุ่มสามารถผลิตผลงานสวนกระถางเมล็ดผลไม้เหลือทิ้งได้สำเร็จ บรรลุตามวัตถุประสงค์การศึกษาครบทั้ง 3 ด้านความรู้ ด้านทักษะและด้านเจตคติ 3.รับผิดชอบด้านความในการทำโครงงาน พบว่า นักศึกษาทุกกลุ่ม มีความกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ รายละเอียดพิจารณาจากการส่งผลงานทุกขั้นตอนผ่าน Padlet และขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้ง Onsite และผ่าน line application ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice           ศึกษาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ (Learning Experience Model: L.E. Model) โดยใช้ผลการเรียนรู้จากโครงงานนี้ (ผลการเรียนรู้ในเรื่อง การเรียนการสอน เรื่อง สวนกระถางเมล็ดผลไม้เหลือทิ้ง…จากชีววิทยาองค์รวม” เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน และต่อยอดทำวิจัย R&D เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของ Model ดังกล่าว โดยใช้กระบวนการ induction approach ซ้ำๆในหลากหลาย case ซึ่งผลที่ได้จากการวิจัยดังกล่าว หากประสบความสำเร็จ จะก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถพิสูจน์ทดสอบโดยใช้กระบวนการ duction approach ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การเป็น Good Practice ได้ในท้ายที่สุด          ในทางกลับกัน หากผลจากวิจัยดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะกลายเป็นโจทย์วิจัยชุดใหม่ที่รอการท้าทายให้นักวิจัยต้องคิดค้นองค์ความรู้ใหม่ เพื่อสร้างและพัฒนาเป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ๆ และทำการพิสูจน์ทดสอบโดยใช้กระบวนการวิจัย R&D ทางการศึกษา ทั้งกระบวนการ induction approach และ duction approach ทำต่อเนื่องกันไปอย่างไม่จบสิ้น วิธีการดังกล่าวนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เกิด นวัตกรรมการเรียนการสอนที่เป็น Good Practice ได้ในท้ายที่สุด ซึ่งในครั้งนี้ผู้สอนและผู้วางโครงการได้ดำเนินการจัดวิจัย เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนการสอน เพื่อนำไปสู่การวิจัย R&D ในลำดับต่อไปในเวลาที่เหมาะสม

การเรียนการสอนเรื่องสวนกระถางเมล็ดผลไม้เหลือทิ้ง จากชีววิทยาองค์รวม Read More »

การทำ Design pitch ในการปฏิบัติวิชาชีพออกแบบภายใน

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2566 ยุทธศาสตร์ที่ 1 : KR 1.4.6 การทำ Design pitch ในการปฏิบัติวิชาชีพ ออกแบบภายใน ผู้จัดทำโครงการ​ อ.วริศว์ สินสืบผล และ อ.ถวัลย์ วงษ์สวรรค์ วิทยาลัยการออกแบบ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           การนำองค์ความรู้เฉพาะทางจากวิชาแกนที่นักศึกษาได้เรียนมาใน 3 ชั้นปี นำมามาประยุกต์ใช้กับงานจากโจทย์ของผู้ประกอบการจริง โดยนักศึกษาจะได้เห็นถึงประเด็นต่างๆในการปฏิบัติวิชาชีพ และผลลัพธ์รวมไปถึงข้อคิดเห็นต่างๆที่สะท้อนจากตัวแทนองค์กรเจ้าของกิจการ หรือกลุ่มลูกค้าในอนาคต เพื่อนำไปปรับใช้ พิจารณา และพัฒนาระดับการเรียนรู้ของตนเอง และเตรียมความพร้อมสู่การสำเร็จการศึกษาและออกไปปฏิบัติวิชาชีพในอนาคต ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ การนำความรู้แบบแยกส่วนระหว่างที่เรียนมา 3 ชั้นปีมาบูรณาการกันเพื่อจำลองการประกอบวิชาชีพ โดยในรายละเอียดคือการนำองค์ความรู้ทางด้านการออกแบบ ความงาม การใช้งาน และการนำเสนอแนวความคิดเพื่อสร้างสรรค์เรื่องราวเพื่อเพิ่มมูลค่าในงานออกแบบ มาบูรณาการกับการสื่อสารโดยการทำภาพนำเสนอผลงาน (3D visualization for presentation) และ การพูดนำเสนอต่อหน้ากรรมการที่มาจากองค์กรผู้ประกอบการจริง รวมไปถึงการทำงานด้าน technical ในทางวิชาชีพโดยการทำแบบก่อสร้าง และการประมาณราคาเพื่อนำเสนองบประมาณของการก่อสร้างในแบบที่นักศึกษานำเสนอ ผ่านรายวิชา Professional practice หรือ วิชาการประกอบธุรกิจการออกแบบตกแต่งภายใน ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) : อื่น ๆ (โปรดระบุ) ความรู้ในทางวิชาชีพที่มีการเรียนการสอนในชั้นเรียน และความรู้ในเชิงปฏิบัติการจากเจ้าของโครงการ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) :  เจ้าของความรู้/สังกัด  สาขาออกแบบภายใน วิทยาลัยการออกแบบ และทีมงานส่วนงานสถาปัตยกรรม9+*4คาเฟ่อเมซอน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน) วิธีการดำเนินการ วิธีการดำเนินการ เริ่มจากการนำรายวิชา COD 107 การประกอบธุรกิจการออกแบบ เป็นการเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติวิชาชีพออกแบบภายใน โดยนำโครงการออกแบบจริง เข้ามาเป็นโจทย์ให้นักศึกษาในรายวิชา เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝนการทำงาน และ รับข้อคิดเห็น คำแนะนำในฐานะเจ้าของโครงการจริง โดยได้รับการอนุเคราะห์จากทางทีมงานส่วนงานสถาปัตยกรรม คาเฟ่อเมซอน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาให้โจทย์ โดยมีรายละเอียดวิธีการดำเนินการดังนี้ จัดนักศึกษาออกเป็นกลุ่ม และทำการแบ่งงานกันโดยจำลองเป็นเหมือนสำนักงานออกแบบ เพื่อทำการประกวดแบบแข่งกัน โดยทางทีมเจ้าหน้าที่จากคาเฟ่อเมซอน จะเป็นผู้ให้คะแนนตัดสิน เป็นการจำลองเหมือนการประกวดแบบในวิชาชีพ ทางทีมงานเจ้าของโครงการ ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการร้านคาเฟ่อเมซอน เพื่อให้นักศึกษาเป็นข้อมูลในการออกแบบ และพาเยี่ยมชมการออกแบบ และการจัดการพื้นที่ร้านคาเฟ่อเมซอนเพื่อเป็นกรณีศึกษา นักศึกษาแต่ละกลุ่มทำการวิเคราะห์ข้อมูล ตามความรู้กระบวนการออกแบบที่เรียนมา เพื่อเริ่มกระบวนการออกแบบ โดยทางอาจารย์ประจำวิชาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและตรวจงานตามขั้นต้อนต่างๆเบื้องต้น นักศึกษานำผลงานที่พัฒนาสุดท้ายนำเสนอแก่กลุ่มทีมงานส่วนงานสถาปัตยกรรม คาเฟ่อเมซอน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และรับฟังข้อคิดเห็นและข้อแนะนำต่างๆ จากทางเจ้าของโครงการ ณ วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มนักศึกษาทำการพัฒนาแบบสุดท้าย เพื่อทำการเขียนแบบก่อสร้าง และ BOQ เพื่อดูงบประมาณการก่อสร้างตามขอบเขตของรายวิชา และนำส่งอาจารย์ประจำวิชาเพื่อการประเมิน และสรุปผลงาน 2. Prototype testing in an operational environment – DO ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน ได้รับผลลัพธ์ในเชิงการวัดผลที่น่าสนใจ เพราะกระบวนการนี้ทำให้เหมือนเป็นการวัดผลให้เห็นคุณภาพ และ ศักยภาพของนักศึกษาเกี่ยวกับความพร้อมในการทำงานจริง เป็นเหมือนการเช็ค Pre-PLO ก่อนที่นักศึกษาจะเรียนในชั้นปีสุดท้าย อุปสรรค : 1. เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ทำให้มีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลา และการนัดหมาย 2. โครงการมีรายละเอียดการดำเนินการพอสมควร แต่บุคคลากรมีเพียงอาจารย์ประจำวิชาทำให้การดำเนินการอาจจะติดปัญหาบ้าง 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ ตรวจสอบผลลัพธ์จากความคิดเห็นของทางเจ้าของโครงการที่มีต่อผลงานของนักศึกษา และผลลัพธ์ที่ชิ้นงานของนักศึกษา โดยแบ่งเป็นไฟล์งานออกแบบ presentation files และ งานเขียนแบบก่อสร้าง และ BOQ (การประมาณราคาการก่อสร้าง) ส่วนในด้านองค์ความรู้ที่ได้เพิ่มจากการดำเนินการคือ วิสัยทัศน์ ทัศนคติ และวิธีการตัดสินให้คะแนนจากองค์กรภายนอกต่อการประกวดแบบ โดยองค์ความรู้นี้จะเป็นแนวทางในการเพิ่ม soft skill ของนักศึกษาในการนำเสนอผลงานในการประกอบวิชาชีพ ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice ควรมีการวางแผนงานล่วงหน้าที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความร่วมมือกับองค์กรภายนอก และมีการแบ่งงาน หรือจัดตั้งทีมงานที่เพียงพอต่อการดำเนินการ

การทำ Design pitch ในการปฏิบัติวิชาชีพออกแบบภายใน Read More »

ศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ : เสริมพลังอาจารย์ใหม่ สู่การจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2566 ยุทธศาสตร์ที่ 1 : KR 1.4.4, KR 1.4.5 ศาสตร์การสอนและการเรียนรู้: เสริมพลังอาจารย์ใหม่ สู่การจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ผู้จัดทำโครงการ​ ดร.ชิดชไม วิสุตกุล และ ดร.พิบูลย์ ตัญญบุตร วิทยาลัยครูสุริยเทพ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ครูมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย คุณภาพการศึกษาจึงผูกพันกับคุณภาพของครูโดยตรง ครูใหม่เปรียบเสมือนต้นกล้าแห่งอนาคตของการศึกษา การเสริมพลังครูใหม่ให้มีศักยภาพและพร้อมสำหรับการสอนที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเป้าหมายของสถาบันอุดมศึกษาคือการผลิตกำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยมีภารกิจหลัก คือ การสร้างคนให้เปี่ยมด้วยความรู้ และมุ่งพัฒนาสร้างความรู้สู่ความเป็นเลิศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา สังคมให้พึ่งตนเองได้ พัฒนาได้และแข่งขันได้ การสอน (Teaching) และการวิจัย (Research) จึงเป็นสองด้านของเหรียญอันเดียวกัน ทิศทางการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ (learning outcomes) การจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตามภารกิจหลักของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศสู่การศึกษายุค Thailand 4.0 ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบกระบวนการจัดการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเป็นอย่างมาก ผนวกกับสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดขึ้นและแพร่กระจาย ของเชื้อไวรัส Covid-19 ที่นำมาสู่วิถีใหม่ในการดำรงชีวิต การจัดการศึกษาจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยยึดมั่นอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์เยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศ จึงนำมาสู่การปรับและการสร้างโครงสร้างใหม่ในทุกมิติของมหาวิทยาลัยรังสิต ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ.2565-2569 เพื่อให้บัณฑิตมีความเป็นเลิศทั้ง “วิชาการ  วิชางาน  และวิชาคน”  โดยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์หลัก คือ “การศึกษาคือนวัตกรรมที่ไม่มีที่สิ้นสุด” มหาวิทยาลัยรังสิตมุ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ เน้นคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล มีความเป็นเลิศทางด้านการเรียนการสอนที่อยู่บนพื้นฐานของการค้นคว้าวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ และแสวงหาแนวทางการแก้ปัญหา ชี้แนะทางเลือก และสนองตอบความต้องการของชุมชน สังคม และประเทศ (มหาวิทยาลัยรังสิต, 2564)           คณาจารย์เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา บทบาทของคณาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิตไม่ได้จำกัดอยู่แค่การถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา “สมรรถนะด้านความเป็นอาจารย์” บนพื้นฐานของการค้นคว้าวิจัย สิ่งนี้จะช่วยสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพ  มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งพัฒนาบุคลากรทุกระดับ โดยเฉพาะบุคลากรสายการสอน ด้วย “กรอบมาตรฐานวิชาชีพอาจารย์” ตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพอาจารย์เพื่อส่งเสริมการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา โดยซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ความรู้ (Knowledge) มี 2 องค์ประกอบย่อย คือ (1.1) ความรู้ในศาสตร์สาขาวิชาของตน (1.2) ความรู้ในศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ 2 สมรรถนะ (Competencies) มี 4 องค์ประกอบย่อย คือ (2.1) ออกแบบและวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ (2.2) ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิผล (2.3) เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้และสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน (2.4) วัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน พร้อมทั้งสามารถให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างสร้างสรรค์ และองค์ประกอบที่ 3 ค่านิยม (Values) มี 2 องค์ประกอบย่อย คือ (3.1) คุณค่าในการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์ และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (3.2) ธำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอาจารย์ ซึ่งคุณภาพการจัดการเรียนการสอนในแต่ละองค์ประกอบได้ กำหนดให้มีระดับของคุณภาพของแต่ละองค์ประกอบ จำนวน 4 ระดับ โดยในระดับที่ 1 ได้กล่าวถึงครูที่มีคุณภาพ (Beginner/Fellow Teacher) หมายถึง อาจารย์ที่เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ของตนและประยุกต์ใช้ได้ มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์การเรียนรู้เบื้องต้น สามารถออกแบบกิจกรรม จัดบรรยากาศ ใช้ทรัพยากรและสื่อการเรียนรู้ โดยคำนึงถึงผู้เรียนและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ สามารถวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนำผลประเมินมาใช้ปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพอาจารย์ขององค์กร (สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (ควอท), 2566)  ในยุคสมัยที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บทบาทของอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์เฉพาะทางเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษา ซึ่งหมายความว่าอาจารย์จำเป็นต้องมี “สมรรถนะด้านความเป็นอาจารย์” ควบคู่ไปกับ “ความเชี่ยวชาญในศาสตร์วิชาชีพ” ในระดับอุดมศึกษาอันจะเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยรังสิต           ศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ เป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมสมรรถนะด้านความเป็นอาจารย์ พัฒนาศักยภาพของอาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ใหม่ในระดับอุดมศึกษาที่ต้องเผชิญความท้าทายหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ การขาดทักษะและความรู้ในศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ของนักศึกษา ดังนั้น อาจารย์ใหม่จึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะและความรู้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้เข้าใจหลักการและวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งเสริมให้นักศึกษามีส่วนร่วม คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์ผลงาน ด้วยหลักการนี้จึงเป็นที่มาของหลักสูตร “ศาสตร์การสอนและการเรียนรู้” ในความร่วมมือของสำนักงานพัฒนาบุคคล และวิทยาลัยครูสุริยเทพ โดยในหัวข้อ “การจัดการเรียนรู้” และ “การวัดและประเมินผล” มีจุดมุ่งหมายให้ผู้สอนใช้วิธีการสอนที่หลากหลาย เหมาะสมกับเนื้อหาและผู้เรียน เน้นการเรียนรู้ตามหลักการ Active Learning ส่งเสริมให้อาจารย์ใหม่มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์ผลงาน และเน้นการวัดผลเชิงพัฒนาการ ประเมินทั้งความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายและทันสมัย เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และเนื้อหา โดยนำผลประเมินผลไปพัฒนาผู้เรียน ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาระบบการวัดประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ           การพัฒนาศักยภาพอาจารย์ใหม่ ในศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของมหาวิทยาลัยรังสิต โดยหลักสูตรนี้มุ่งเน้นพัฒนาอาจารย์ใหม่ให้นำความรู้และทักษะใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักวิจัย โดยเน้นในเรื่อง การจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลผู้เรียน จะส่งผลดีต่อทั้งอาจารย์ใหม่ นักศึกษา และสถาบันอุดมศึกษาโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ใหม่จะได้พัฒนาทักษะและความรู้ในการจัดการเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการสอน ส่งเสริมให้นักศึกษามีผลลัพธ์การเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ รวมถึงพัฒนาทักษะการวัดผลและประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการสอน สำหรับนักศึกษาจะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น สามารถสร้างผลงาน หรือแก้ปัญหาด้วยทักษะการคิดขั้นสูงได้อย่างสร้างสรรค์ผลงานดียิ่งขึ้น อีกทั้งเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ สำหรับมหาวิทยาลัยรังสิตจะได้พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดี           “อาจารย์” คือ หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น “อาจารย์” จึงไม่ใช่เพียงผู้สอน แต่คือ “ผู้นำทางปัญญา” มหาวิทยาลัยรังสิตจึงให้ความสำคัญกับพัฒนา “สมรรถนะด้านความเป็นอาจารย์” ผ่านการค้นคว้าวิจัย พัฒนาทักษะการสอน ตลอดจนสร้างกลยุทธ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ด้วยความมุ่งมั่น “เพื่อพัฒนาอนาคตของชาติต่อไป”   ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้                    องค์ความรู้ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการนำมาใช้เพื่อในการพัฒนาหลักสูตรศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ : เสริมพลังอาจารย์ใหม่ สู่การจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ หรือ V-I-M-P-S Model (จากความหมายในภาษาอังกฤษของแต่ละองค์ประกอบ มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า Very important แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า  “สำคัญที่สุด” โมเดลนี้ มุ่งหวังที่จะสร้าง “อาจารย์ยุคใหม่” ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปสู่คุณภาพ จากการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ มีที่มาจากหลักการ หรือองค์ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ ดังนี้ วิสัยทัศน์ : Vision : คือ การให้ความสำคัญกับการมุ่งพัฒนา “อาจารย์” ให้เป็น “ผู้นำทางปัญญา” ที่ขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาไทย ผ่านการสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ เปี่ยมด้วยความรู้ ทักษะ และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายทุกสภาพปัญหา อุดมการณ์: Intention : คือ การให้ความสำคัญกับการพัฒนา “สมรรถนะด้านความเป็นอาจารย์” บนพื้นฐานการค้นคว้าวิจัย ฝึกฝนทักษะการสอนที่ทันสมัยที่สอดคล้องกับหลักการ Active Learning พร้อมทั้งศึกษาและสร้างแนวทางการเรียนรู้ในยุคศตวรรษที่ 21 สำหรับผู้เรียน ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้ในลักษณะของการค้นคว้าวิจัยสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย แบบแผน: Method : คือ การให้ความสำคัญกับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนา “อาจารย์ยุคใหม่” ที่เน้นการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) และถ่ายทอดผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาทักษะการสอนที่ทันสมัย สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษา และจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในรูปแบบของวารสาร RJES วิทยาลัยครูสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต ระยะเวลาการศึกษา: Period: คือ การให้ความสำคัญกับการออกแบบการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนที่เหมาะสมกับระยะเวลา เนื่องจากความรู้ที่สมบูรณ์นั้นจะเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม                    5. ตัวชี้วัดความสำเร็จ: Success: คือ การให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการสอนของคณาจารย์ ความสำเร็จในการศึกษาของผู้เรียน ส่งเสริมให้คณาจารย์งานพัฒนาตนเองผ่านการทำผลงานทางวิชาการสู่ความเป็นเลิศทางการศึกษา สำหรับรายงานฉบับนี้ ขอนำเสนอแนวทางจาก 2 หัวข้อ คือ หัวข้อที่ 3 การจัดการเรียนรู้ และหัวข้อที่ 4 การวัดและประเมินผล ดังนี้ หัวข้อที่ 3 การจัดการเรียนรู้           อาจารย์ ดร.ชิดชไม วิสุตกุล ผู้รับผิดชอบ ได้ใช้หลักการของ V-I-M-P-S Model ในการออกแบบการฝึกอบรม ซึ่งพิจารณาแล้วว่าสอดคล้องกับกรอบแนวคิด 4C ที่ใช้สำหรับการจัดการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพ ได้แก่ Context (บริบท) Content (เนื้อหา) Curriculum (หลักสูตร) และ Conduct (การจัดการ) ผู้สอนสามารถใช้กรอบแนวคิดนี้เพื่อออกแบบและจัดการการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบท เนื้อหา หลักสูตร และผู้เรียน ดังนี้ Context (บริบท) เข้าใจบริบทของการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา หมายถึง การเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา เช่น วัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย ลักษณะของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา เทคโนโลยีที่มีอยู่ ทรัพยากรที่มีอยู่ วิเคราะห์ลักษณะของผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา หมายถึง การเข้าใจความต้องการ ความสนใจ จุดแข็ง และข้อจำกัดของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา เข้าใจธรรมชาติของเนื้อหาวิชา หมายถึง การเข้าใจโครงสร้าง เนื้อหา และวิธีการคิดวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชา Content (เนื้อหา) ออกแบบเนื้อหาวิชาให้เหมาะสมกับผู้เรียนและบริบท หมายถึง การออกแบบเนื้อหาวิชาให้ตรงกับความต้องการ ความสนใจ จุดแข็งและข้อจำกัดของนักศึกษา คัดเลือกสื่อการสอนที่หลากหลายและเหมาะสม หมายถึง การเลือกใช้สื่อการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหาวิชา รูปแบบการเรียนรู้ และลักษณะของนักศึกษา จัดลำดับเนื้อหาการสอนอย่างมีตรรกะ หมายถึง การจัดลำดับเนื้อหาการสอนให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและเข้าใจง่าย Curriculum (หลักสูตร) ออกแบบหลักสูตรที่สอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้ หมายถึง การนำผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรมาออกแบบการเรียนการสอนในรายวิชาให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้ กำหนดวิธีการประเมินผลที่หลากหลาย หมายถึง การเลือกใช้เครื่องมือการประเมินผลที่หลากหลาย บริหารจัดการเวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ หมายถึง การจัดสรรเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด Conduct (การจัดการ) ดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย หมายถึง การเลือกใช้กลยุทธ์การสอนที่หลากหลาย สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้ออำนวย หมายถึง การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ประเมินผลและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ หมายถึง การประเมินผลการจัดการเรียนรู้และปรับปรุงให้ดีขึ้น   หัวข้อที่ 4  การวัดและประเมินผล                    อาจารย์ ดร.พิบูลย์ ตัญญบุตร ผู้รับผิดชอบ ได้ใช้หลักการของ V-I-M-P-S Model ในการออกแบบการฝึกอบรม ซึ่งพิจารณาแล้วว่าสอดคล้องกับแนวคิดของ สมคิด บางโม (2553) ที่กล่าวว่า ระบบ (system) ถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง การวิเคราะห์การฝึกอบรมในรูปของระบบจะช่วยให้มองเห็นว่าการจัดการฝึกอบรมนั้นมุ่งประโยชน์โดยส่วนรวม มิใช่มุ่งประโยชน์ของตัวบุคคล แนวความคิดเชิงระบบเชื่อว่าระบบประกอบด้วยปัจจัย5 ประการ โดยสามารถสรุปได้ว่า คือ 1) ปัจจัยนำเข้า 2) กระบวนการ 3) ผลิตผล 4) ข้อมูลย้อนกลับ 5) สิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งผู้รับผิดชอบได้ศึกษาและวิเคราะห์ระบบดังกล่าว สำหรับใช้ในการออกแบบการฝึกอบรม พบว่า สามารถใช้ในการออกแบบการฝึกอบรมให้เกิดประสิทธิภาพได้ ดังนี้1. ปัจจัยนำเข้า           1.1 พิจารณาข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้ารับการอบรม (อาจารย์ใหม่) ดังนี้           ความรู้พื้นฐาน: ระดับความรู้และประสบการณ์ของอาจารย์ใหม่เกี่ยวกับการวัดและประเมินผล เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นอาจารย์ที่ไม่ได้มีประสบการณ์ หรือองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ และเป็นอาจารย์ใหม่ที่มีอายุงาน 1-5 ปี แรงจูงใจ: ความตั้งใจจริงและความสนใจในการเรียนรู้ทักษะการวัดและประเมินผล ความตั้งใจจริง: อาจารย์ใหม่ควรมีความตั้งใจจริงในการเรียนรู้ทักษะการวัดและประเมินผล เพราะเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการสอนที่มีประสิทธิภาพ เข้าใจถึงความสำคัญของการวัดและประเมินผล เพื่อนำมาพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน และต้องการใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย เหมาะสมกับเนื้อหาและรูปแบบการเรียนรู้ ความสนใจ: อาจารย์ใหม่ควรมีความสนใจใฝ่รู้เกี่ยวกับวิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย ต้องการศึกษาและทดลองใช้วิธีการวัดและประเมินผลใหม่ๆ และสนใจที่จะพัฒนาทักษะการวัดและประเมินผลของตนเองอยู่เสมอ ทักษะการคิดวิเคราะห์: ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและตีความผลลัพธ์ ทักษะการสื่อสาร: ความสามารถในการอธิบายและสื่อสารผลการวัดและประเมินผล           1.2 วิทยากร           ความรู้: ความเชี่ยวชาญและความรู้ที่ลึกซึ้งด้านการวัดและประเมินผล ประสบการณ์: ประสบการณ์การสอนและการฝึกอบรมเกี่ยวกับการวัดและประเมินผล ทักษะการสอน: ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้และทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะการสื่อสาร: ความสามารถในการสื่อสารที่ชัดเจนและน่าสนใจ           1.3 สื่อการสอน           ความทันสมัย: เนื้อหาและตัวอย่างที่ทันสมัยและสอดคล้องกับแนวทางการวัดและประเมินผลปัจจุบัน ความหลากหลาย: การใช้สื่อการสอนที่หลากหลาย เช่น บทบรรยาย การอภิปราย การศึกษากรณีตัวอย่าง การฝึกปฏิบัติ ความเหมาะสม: สื่อการสอนที่ตรงกับความต้องการและระดับความรู้ของผู้เข้ารับการอบรม           1.4 สถานที่           บรรยากาศ: สถานที่อบรมที่สะดวกสบาย และเอื้อต่อการเรียนรู้ อุปกรณ์: อุปกรณ์ที่ทันสมัยและเพียงพอต่อการฝึกปฏิบัติ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์           1.5 ปัจจัยสนับสนุน           นโยบายของมหาวิทยาลัย: นโยบายที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะการวัดและประเมินผลของอาจารย์ งบประมาณ: งบประมาณที่เพียงพอสำหรับการจัดอบรม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาบุคคล มหาวิทยาลัยรังสิต การสนับสนุนจากหน่วยงาน หรือวิทยาลัย: วิทยาลัยครูสุริยเทพสนับสนุนและส่งเสริมในการให้บริการวิชาการ อีกทั้งสนับสนุนให้ส่งอาจารย์ใหม่เข้ารับการอบรมเช่นกัน 2. ทักษะการคิดวิเคราะห์           ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล: อาจารย์ใหม่ควรมีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการวัดและประเมินผล วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และความต้องการของนักเรียนระบุปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้ ประเมินประสิทธิภาพของการสอน ความสามารถในการตีความผลลัพธ์: อาจารย์ใหม่ควรมีทักษะการตีความผลลัพธ์ของการวัดและประเมินผล อธิบายความหมายของข้อมูล สรุปผลการวัดและประเมินผล นำผลการวัดและประเมินผลไปใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 3.ทักษะการสื่อสาร           ความสามารถในการอธิบายผลการวัดและประเมินผล: อาจารย์ใหม่ควรมีทักษะการอธิบายผลการวัดและประเมินผลให้นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้บริหารเข้าใจ อธิบายผลการวัดและประเมินผลอย่างชัดเจน สื่อสารผลการวัดและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการสื่อสารผลการวัดและประเมินผล: อาจารย์ใหม่ควรมีทักษะการสื่อสารผลการวัดและประเมินผล เพื่อใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ นำเสนอผลการวัดและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ผลการวัดและประเมินผลเพื่อปรับปรุงการสอน 4. กระบวนการ           4.1 วิธีการและเทคนิคการสอนที่หลากหลาย ประกอบด้วย การบรรยาย: นำเสนอเนื้อหาทฤษฎีและแนวทางการวัดและประเมินผล การอภิปราย: แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับการวัดและประเมินผล การศึกษากรณีตัวอย่าง: วิเคราะห์กรณีตัวอย่างการวัดและประเมินผลในสถานการณ์จริง การฝึกปฏิบัติ: ฝึกฝนการออกแบบและใช้เครื่องมือวัดและประเมินผล           4.2 ระยะเวลา โดยกำหนดระยะเวลาในการฝึกอบรมที่เพียงพอสำหรับการเรียนรู้เนื้อหา ฝึกฝนทักษะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์           4.3 บรรยากาศ บรรยากาศการอบรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการคิดวิเคราะห์ 5. ผลลัพธ์           การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อาจารย์ใหม่สามารถออกแบบและใช้เครื่องมือวัดและประเมินผลได้อย่างเหมาะสม สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตีความผลลัพธ์การวัดและประเมินผลได้อย่างถูกต้อง และสามารถนำผลการวัดและประเมินผลไปพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติ  อาจารย์ใหม่มีทักษะการวัดและประเมินผลที่ทันสมัยและตรงกับความต้องการของผู้เรียน อาจารย์ใหม่มีทัศนคติที่ดีต่อการวัดและประเมินผล มองเห็นความสำคัญของการวัดและประเมินผลต่อการพัฒนาการเรียนการสอน ผลลัพธ์ต่อองค์กร คุณภาพการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยดีขึ้น ผู้เรียนได้รับการวัดและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม มหาวิทยาลัยมีระบบการวัดและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ  6. ข้อมูลย้อนกลับ           การประเมินผลการอบรม เก็บรวบรวมข้อมูลย้อนกลับจากผู้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับเนื้อหา วิทยากร สื่อการสอน กระบวนการ และผลลัพธ์ การติดตามผล ติดตามผลการนำความรู้และทักษะไปใช้จริงของอาจารย์ใหม่ เก็บรวบรวมข้อมูลย้อนกลับจากนักศึกษาเกี่ยวกับการวัดและประเมินผล 7. สิ่งแวดล้อมภายนอก           สภาพการแข่งขัน มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องพัฒนาทักษะการวัดและประเมินผลของอาจารย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สภาพขององค์กรวัฒนธรรมขององค์การ วัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนา ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการอบรม           การจัดอบรมอาจารย์ใหม่ด้านการวัดและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ ข้อมูลย้อนกลับ และสิ่งแวดล้อมภายนอก การออกแบบและจัดการอบรมอย่างรอบคอบ จะช่วยพัฒนาทักษะการวัดและประเมินผลของอาจารย์ใหม่ ส่งผลดีต่อคุณภาพการเรียนการสอนและ อีกทั้งส่งผลดีต่อภาพรวมของมหาวิทยาลัย ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) : ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ KM Rangsit University (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase)เจ้าของความรู้/สังกัด  ดร.ชิดชไม วิสุตกุล และ ดร.พิบูลย์ ตัญญบุตร สังกัด  วิทยาลัยครูสุริยเทพ อื่น ๆ (โปรดระบุ)  วิทยากรรับเชิญ ศ.ดร.จินตวีร์ คล้ายสังข์ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) : เจ้าของความรู้/สังกัด ดร.ชิดชไม วิสุตกุล และ ดร.พิบูลย์ ตัญญบุตร สังกัด  วิทยาลัยครูสุริยเทพ วิธีการดำเนินการ สำนักงานพัฒนาบุคคล มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ วิทยาลัยครูสุริยเทพ โดยหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน จัดอบรมหลักสูตร “ศาสตร์การสอนและการเรียนรู้” ให้กับอาจารย์ใหม่ที่มีอายุงาน 1-5 ปี  ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ภายในปีการศึกษา 2566 มีการดำเนินการดังนี้ กำหนดวิทยากรและหัวข้อของหลักสูตรให้ครอบคลุมสมรรถนะด้านความเป็นอาจารย์ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องของกลุ่มเป้าหมาย โดยกำหนดกรอบเนื้อหาทั้งหมด 5 หัวข้อ ได้แก่ (1) ทฤษฎีการเรียนรู้ (2) จิตวิทยาความเป็นครู และจรรยาบรรณวิชาชีพครู (3) การจัดการเรียนรู้ (4) การวัดและประเมินผล และ (5) เทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ กำหนดลำดับของหัวข้อให้เป็นไปตามกรอบเนื้อหา “ศาสตร์การสอนและการเรียนรู้” โดยหัวข้อที่ 1 ทฤษฎีการเรียนรู้ หัวข้อที่ 2 จิตวิทยาความเป็นครู และจรรยาบรรณวิชาชีพครู มีกำหนดการจัดอบรมในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2566 และหัวข้อที่ 3 การจัดการเรียนรู้ และหัวข้อที่ 4 การวัดและประเมินผล มีกำหนดการจัดอบรมในช่วงพักระหว่างเทอม (Term Break) วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2567 (สำหรับหัวข้อที่ 5 อยู่ในกระบวนการกำหนดวิทยากร) สำนักงานพัฒนาบุคคลประสานกับสำนักงานฝ่ายบุคคล เพื่อขอรายชื่ออาจารย์ใหม่ที่มีอายุงาน 1-5 ปี ของทุกวิทยาลัย/คณะวิชาทั้งมหาวิทยาลัย แล้วส่งบันทึกข้อความไปยังวิทยาลัย/คณะวิชาต่างๆ เพื่อทราบและดำเนินการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ กำหนดจำนวนผู้อบรมแบ่งเป็นหัวข้อละ 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ซึ่งในแต่ละรุ่นมีผู้เข้าอบรมประมาณ 30-40 คน และจัดเตรียมห้องที่ใช้ในการอบรม ทำ QR code ไฟล์ที่ใช้ในการอบรมในแต่ละหัวข้อ แล้วส่งอีเมล์แจ้งไปยังผู้เข้าร่วมอบรม ดำเนินการอบรมตามวันและเวลาที่กำหนด ประเมินผลการดำเนินงานหลังเสร็จสิ้นการอบรม สรุปประเมินผลโครงการและรับข้อเสนอแนะในการปรับปรุง 2. Prototype testing in an operational environment – DO ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน หัวข้อที่ 3 การจัดการเรียนรู้           จัดอบรมวันที่ 28-29 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้อง 1-705 ชั้น 7 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ วิทยากรคือ อ.ดร.ชิดชไม วิสุตกุล และวิทยากรรับเชิญคือ ศ.ดร.จินตวีร์ คล้ายสังข์ โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1 จัดอบรมวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 9.00-16.00 น. รุ่นที่ 2 จัดอบรมวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 9.00-16.00 น. มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาตนเองและผู้อื่นให้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วยเนื้อหา ได้แก่ หลักการและทฤษฎีการจัดการเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ คือ มีความรู้และทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ สามารถเลือกใช้วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย สามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หัวข้อที่ 4 การวัดและประเมินผล           จัดอบรมวันที่ 27 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม 2567 ณ ห้อง 1-702 ชั้น 7 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ วิทยากรคือ อ.ดร.พิบูลย์ ตัญญบุตร  โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1 จัดอบรมวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 9.00-16.00 น. รุ่นที่ 2 จัดอบรมวันที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 9.00-16.00 น. มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และทักษะในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาตนเองและผู้อื่นให้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วยเนื้อหา ได้แก่ หลักการและทฤษฎีการวัดและประเมินผล การประเมินผลรูปแบบต่างๆ การให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้เรียน การใช้ผลการประเมินเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ การประเมินผลการเรียนรู้ตามมาตรฐาน ซึ่งประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ คือ มีความรู้และทักษะในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถออกแบบการประเมินผลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ สามารถให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้ผลการประเมินเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถประเมินผลการเรียนรู้ตามมาตรฐาน 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ โครงการจัดอบรมหลักสูตร “ศาสตร์การสอนและการเรียนรู้” หัวข้อที่ 3 การจัดการเรียนรู้ จัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 และ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้อง 1-705 ชั้น 7 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 61 คน และมีผู้ตอบแบบประเมินผลจำนวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 85.25 จากผลการประเมิน ผู้เข้าร่วมการอบรมมีความพึงพอใจต่อโครงการโดยรวมในระดับมากที่สุด มีรายละเอียดดังนี้  เนื้อหาการอบรมตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางการสอน (4.85) เนื้อหาการบรรยายมีความเหมาะสม (4.77) ระยะเวลาในการอบรมเหมาะสม (4.63) ได้รับความรู้ เรื่องทฤษฎีการจัดการเรียนการสอน

ศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ : เสริมพลังอาจารย์ใหม่ สู่การจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ Read More »

การพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้เกมโมบายแอปพลิเคชั่น

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2566 ยุทธศาสตร์ที่ 1 : KR 1.4.6 การพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้เกมโมบายแอปพลิเคชั่น ผู้จัดทำโครงการ​ อ.ภาวิณี เส็งสันต์ วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบการศึกษา มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของผู้สอนและผู้เรียน ดังนั้น ระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน จึงได้ถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนการเรียนรู้ได้ในทุกสถานที่ทุกเวลา เหตุผลดังกล่าวผู้สอนจึงมีแนวคิดพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน โดยใช้เกมโมบายแอปพลิเคชันในวิชาเภสัชกรรมไทย เนื่องจากในรายวิชาดังกล่าวมีสมุนไพรหลากหลายชนิด รวมทั้งส่วนที่ใช้ของสมุนไพรมีหลายส่วนและวิธีการเตรียมเพื่อนำไปใช้มีหลากหลายวิธีซึ่งนักศึกษาจะต้องจดจำลักษณะ ส่วนต่างๆ สรรพคุณของพืช ตั้งแต่ ราก ต้น ใบ ดอก ผล และวิธีการนำมาใช้ รวมทั้งข้อควรระวัง ผู้สอนเล็งเห็นปัญหาของการเรียนรู้จึงต้องสรรหาวิธีการที่ทำให้ผู้เรียน สามารถจดจำพืชสมุนไพรต่างๆได้ง่ายและมีความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียน จึงได้จัดทำเกมโมบายแอปพลิเคชันขึ้นมา ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้     การนำเอาเกมโมบายแอปพลิเคชันมาเป็นสื่อสนับสนุนการเรียนรู้ในรายวิชาเภสัชกรรมไทย มีความความน่าสนใจ ความท้าทาย เนื่องจากผู้เล่นเกมจะมีความกระตือรือร้นเพื่ออยากเอาชนะและทำคะแนนให้ได้มากที่สุด จึงทำให้เกิดทักษะในการจดจำพืชสมุนไพรในแต่ละชนิดได้ง่ายขึ้น ทำให้ผู้เล่นเกิดความสนุกสนานและเพลิดเพลิน โดยผู้จัดทำคาดหมายว่าสื่อสนับสนุนการเรียนรู้นี้จะช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้และความพึงพอใจให้กับผู้เรียน นอกจากนี้ยังเป็นการบูรณการในการนำความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการเรียนการสอนการแพทย์แผนไทยอีกด้วย ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) : อื่น ๆ (โปรดระบุ) ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม กองการประกอบโรคศิลปะ วิธีการดำเนินการ 1. วิธีการดำเนินการ   ดำเนินการตามขั้นตอน plan, do, check, act ดังนี้ 1.อาจารย์ผู้สอนในรายวิชาเภสัชกรรมไทยวางแผนดำเนินการต่างๆร่วมกับผู้พัฒนาแอพพลิเคชัน 2.พัฒนาเกมโมบายแอพพลิเคชั่นโดยวิเคราะห์เนื้อหาที่นำมาใช้ให้สอดคล้องกับแผนการสอนในรายวิชา 3.นำเกมโมบายแอพพลิเคชั่นมาใช้ในการเรียนการสอนในคาบเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง 4.ให้นักศึกษาทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบประเมินความพึงพอใจ 5.วิเคราะห์และสรุปผล 2. Prototype testing in an operational environment – DO ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน     อาจารย์ผู้สอนในรายวิชาเภสัชกรรมไทยได้ดำเนินการนำเกมโมบายแอพพลิเคชั่นมาใช้ในการเรียนการสอนวิชาเภสัชกรรมไทยกับนักศึกษาจำนวน 36 คน การดำเนินการยังคงมีอุปสรรคบางประการ เช่น รูปภาพไม่ชัดเจน อุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์แอนดรอยด์ ในเวอร์ชั่น 14 ขึ้นไปยังไม่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันได้ แต่สื่อสนับสนุนการเรียนรู้เกมโมบายแอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นทำให้นักศึกษาสามารถจดจำ มีความรู้ความเข้าใจในพืชสมุนไพรดีขึ้น เนื่องจากแอปพลิเคชันดังกล่าวผู้เรียนสามารถทบทวนข้อมูลของสมุนไพรได้ด้วยตนเองตามความต้องการ โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ซึ่งผู้เรียนสามารถที่จะเลือกเล่นเกมในเนื้อหาหรือหัวข้อที่ตนเองต้องการ อีกทั้งทำให้ผู้เรียนเกิดความท้าทายในการเล่นที่จะทำคะแนนให้ได้สูงและเพิ่มความสนใจในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น     ผลลัพธ์ของการนำเกมโมบายแอพพลิเคชั่นมาใช้ในการเรียนการสอนรายวิชาเภสัชกรรมไทยกับนักศึกษาจำนวน 36 คน และให้ทำแบบทดสอบก่อนและหลังการใช้เกมโมบายแอพพลิเคชั่น นักศึกษาทำคะแนนแบบทดสอบได้มากขึ้นเพิ่มขึ้นหลังการใช้เกมโมบายแอพพลิเคชั่น ดังแสดงใน ภาพที่ 1, 2, และ 3 ภาพที่ 1 คะแนนแบบทดสอบด้านชื่อสมุนไพร ก่อนและหลังใช้เกมโมบายแอพพลิเคชั่น ภาพที่ 2 คะแนนแบบทดสอบด้านสรรพคุณของสมุนไพร ก่อนและหลังใช้เกมโมบายแอพพลิเคชั่น ภาพที่ 3 คะแนนรวมแบบทดสอบก่อนและหลังการใช้เกมโมบายแอพพลิเคชั่น 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่     จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนมีความสนใจและสนุกสนานในการใช้เกมโมบายแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นเป็นอย่างดีทำให้กระตุ้นความสนใจของผู้เรียน มีความใคร่รู้ชื่อสมุนไพร และสรรพคุณของสมุนไพรในแต่ละชนิด และการที่จะนำสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรประเภทต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice            ปรับขนาดของรูปภาพให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น มีความชัดเจนของรูปภาพ อัพเดทแอปพลิเคชันให้รองรับอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์แอนดรอยด์ ในเวอร์ชั่น 14 ขึ้นไปและเพิ่มเนื้อหาความรู้ของสมุนไพรให้ครบถ้วน สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับรายวิชาอื่นๆเพิ่มมากขึ้น ภาคผนวก ลิงก์แนะนำการใช้เกมโมบายแอพพลิเคชั่น https://drive.google.com/file/d/1b3AUJRgqsnP5N0SY1uqJlFYrEZwMQwHn/view?usp=sharing   ภาพบรรยากาศนักศึกษาใช้เกมโมบายแอพพลิเคชั่น

การพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้เกมโมบายแอปพลิเคชั่น Read More »

 
Scroll to Top