ยุทธศาสตร์ที่ 4

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

honorable68-4-1

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR4.1.3, 4.1.6/1, 4.2.1 การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านการเรียนการสอน กิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้จัดทำโครงการ​ ผศ. ดร. ศนิ บุญญกุล, รศ. นันทชัย ทองแป้น, ผศ. อนันตศักดิ์ วงศ์กำแหง และ รศ. ดร. ณัฐพล ถนัดช่างแสง วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ 1. บริบทและความสำคัญ ในศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ และนวัตกรรมทางการแพทย์ ได้ส่งผลให้การผลิตกำลังคนด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) และเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ซึ่งเป็นศาสตร์บูรณาการระหว่างวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อระบบสาธารณสุขและอุตสาหกรรมการแพทย์ระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้แนวโน้มการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับความเป็นสากลของการศึกษา (Internationalization of Higher Education) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตที่มีสมรรถนะสากล (Global Competence) สามารถทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม มีทักษะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม มีความเข้าใจในมาตรฐานสากล และสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับนานาชาติได้ สอดคล้องกับแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ที่เน้นทักษะสำคัญ ได้แก่ การคิดเชิงวิเคราะห์และนวัตกรรม (Critical and Innovative Thinking) การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน (Communication and Collaboration) ความสามารถด้านดิจิทัล (Digital Literacy) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)        อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์บริบทการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรในสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ พบว่ายังคงมีสภาพปัญหาและความท้าทายหลายประการ ที่ควรได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านประสบการณ์และการเรียนรู้ในบริบทนานาชาติของนักศึกษา ความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาในมิติความเป็นสากล การแข่งขันของสถาบันอุดมศึกษาในระดับภูมิภาคและระดับโลก โอกาสในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์                สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์มีลักษณะเป็นสาขาที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามสถาบันและข้ามประเทศในการพัฒนานวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ การสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และอุตสาหกรรมในต่างประเทศจึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและการเรียนรู้ของนักศึกษาและบุคลากร         จากบริบทดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต จะต้องริเริ่มและพัฒนา แนวปฏิบัติดี “ด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านการเรียนการสอน กิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ” เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยแนวปฏิบัติดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการ ส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับนานาชาติของนักศึกษา พัฒนาศักยภาพอาจารย์และบุคลากรให้สามารถทำงานในเครือข่ายวิชาการระดับโลก สร้างความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และนวัตกรรมกับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ ยกระดับคุณภาพบัณฑิตให้มีสมรรถนะสากลและสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับนานาชาติ         ซึ่งการพัฒนาแนวปฏิบัตินี้จึงไม่เพียงเป็นการตอบสนองต่อแนวโน้มของการศึกษาระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนด กลยุทธ์ด้านความเป็นสากลของวิทยาลัยให้มีทิศทางที่ชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา บุคลากร และองค์กรในระยะยาว อันจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ในเวทีนานาชาติต่อไป นอกเหนือไปจากนั้นจากนั้นจากบริบทและความสำคัญดังที่กล่าวข้างต้นยังมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565–2569 ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเด็นยุทธศาสตร์หลัก โดยการดำเนินแนวปฏิบัติด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศจึงสามารถสนับสนุนและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแบบบูรณาการในหลายมิติ ดังนี้ การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต (Excellence in Education) การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษา (Bilingual) เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติ ร่วมกับการพัฒนากิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยการเรียนการสอน และกิจกรรมเหล่านี้ได้ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับสากล การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างนวัตกรรมงานวิจัย (Innovative Research and Development)         สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา และการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการแพทย์ ส่งเสริมการทำวิจัยร่วมระหว่างนักวิจัยไทยและต่างประเทศ เพิ่มโอกาสในการได้รับทุนวิจัยและการเผยแพร่ผลงานในระดับนานาชาติ โดยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนักศึกษาผ่านกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพในอนาคต การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล(Internationalization)         เนื่องจากยุทธศาสตร์นี้มีเป้าหมายในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยรังสิตมีความเป็นสากลและได้รับการยอมรับจากองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยส่งเสริมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานระหว่างประเทศ รวมถึงการพัฒนากิจกรรมที่ทำให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานร่วมกันในกิจกรรมทางวิชาการและโครงการต่าง ๆ ดังนั้นแนวปฏิบัติด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความเป็นสากลของมหาวิทยาลัยให้เกิดผลในระดับคณะและหลักสูตรอย่างเป็นรูปธรรม การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (Image and Reputation Management)         การสร้างกิจกรรมและเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรให้มีศักยภาพในการทำงานระดับโลก จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่การเพิ่มการรับรู้และการยอมรับในระดับนานาชาติ การสร้างชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยผ่านผลงานนักศึกษาและงานวิจัย และการเพิ่มโอกาสในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการสร้างความโดดเด่นและชื่อเสียงทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ จากบริบทและความสำคัญที่กล่าวมา แนวปฏิบัติเรื่อง “การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต” สามารถกำหนด เป้าหมายของการจัดทำแนวปฏิบัติ ได้ในหลายมิติ ทั้งด้านคุณภาพการศึกษา ศักยภาพบุคลากร และการพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย โดยสรุปประเด็นได้ดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรสู่ความเป็นสากล     เพื่อยกระดับกระบวนการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในบริบทนานาชาติ ผ่านการการเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติและกิจกรรมความร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ เช่น การเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษาและโครงการแลกเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ กิจกรรมวิชาการนานาชาติ และการทำวิจัยร่วม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านภาษา การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการทำงานในสภาพแวดล้อมสากล ยกระดับคุณภาพการผลิตบัณฑิตให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ     แนวปฏิบัตินี้มุ่งพัฒนานักศึกษาให้มี Global Competency และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกันในทีมสหสาขาวิชา การเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (International Academic Integration) และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของบัณฑิตในการทำงานในอุตสาหกรรมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพในระดับโลก เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยระหว่างประเทศ     เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และองค์กรในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาหลักสูตรร่วม การทำวิจัยร่วม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ อันนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในระดับนานาชาติ เพิ่มความพึงพอใจและประสบการณ์การเรียนรู้ของนักศึกษา     การจัดกิจกรรมและโครงการในระดับนานาชาติจะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้สัมผัสวัฒนธรรมและระบบการศึกษาที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ และเพิ่มความพึงพอใจต่อประสบการณ์การศึกษาในมหาวิทยาลัย เพิ่มศักยภาพและความพร้อมของบุคลากรทางการศึกษา     เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์และบุคลากรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ การวิจัย และการจัดการเรียนการสอนในบริบทนานาชาติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายทางวิชาการกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เสริมสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ           การดำเนินกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มการยอมรับของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในระดับสากล ทั้งในด้านการศึกษา การวิจัย และความร่วมมือทางวิชาการ ส่งผลต่อการสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของสถาบัน ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้  ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้☑ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)❒ ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้      (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/)     ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้                                                                               ☑ อื่น ๆ (โปรดระบุ) ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต และดำริของ ดร.อาทิตย์ และ ดร.อรรถวิทย์ อุไรรัตน์ ยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์   แบบรายงานผลการดำเนินงาน QA ของวิทยาลัย (SAR) และแบบรายงาน PDCA ของโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง                             ❒ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)❒ เจ้าของความรู้/สังกัด                                                                                      ☑ อื่น ๆ (ระบุ)  เป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การทำงาน ในระดับคณะและวิทยาลัย        รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้     การจัดทำรายงานแนวปฏิบัติที่ดีเรื่อง “การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต” อาศัยองค์ความรู้และประเด็นสำคัญจากหลายมิติ ทั้งด้านการจัดการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ แนวคิดการพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21 (21st Century Education) แนวคิดการสร้างความเป็นสากลของสถาบันอุดมศึกษา (Internationalization of Higher Education) แนวคิดการพัฒนาทักษะวิชาชีพผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ แนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านเครือข่ายความร่วมมือ (Academic Networking) แนวคิดการบริหารจัดการโครงการตามวงจรคุณภาพ (PDCA)     ซึ่งจากทั้ง 5 แนวคิดข้างต้น สามารถสร้างโมเดล BME-RSU Internationalization Knowledge Management Framework เพื่อใช้เป็นกลไกในการบูรณาการการพัฒนาความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ Curriculum International Integration เป็นการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนแบบสองภาษา รวมถึงการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ (Academic Integration) Global Mobility and International Experience เป็นการส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ระดับนานาชาติ เช่น การแลกเปลี่ยนนักศึกษา การฝึกงาน และการศึกษาดูงานในต่างประเทศ International Research Collaboration เป็นการสร้างเครือข่ายการวิจัยระดับนานาชาติ การตีพิมพ์ผลงานวิจัยในฐานข้อมูลสากล และการเข้าร่วมแข่งขันนวัตกรรมระดับนานาชาติ Professional and Academic Networking เป็นการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะวิชาชีพของนักศึกษาและบุคลากร โดยกลไกทั้งสี่ด้าน4 ด้านนี้ดำเนินการผ่านกระบวนการ Knowledge Management (KM) ได้แก่ การสร้างองค์ความรู้ (Knowledge Creation) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) และการถ่ายทอดและต่อยอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer๗) ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานักศึกษาให้มี Global Competency และสามารถทำงานในบริบทนานาชาติได้ โดยสามารถสรุปโมเดลได้ดังแผนภาพ 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)☑ยุทธศาสตร์ที่ 4      โปรดระบุ KR 4.1.3, 4.1.6/1, 4.2.1,   รายละเอียดตัวชี้วัด เอกสารประกอบ:  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรงัสติ พ.ศ. 2565-2569  (ฉบบัปรบัปรุง พ.ศ. 2567-2569)          โดยในการวางแผนในการจัดโครงการหรือกิจกรรมแต่ละกิจกรรมของวิทยาลัยวิศวรรมชีวการแพทย์ ถูกออกแบบให้มีความสอดคล้องบูรณาการและตอบโจทย์ในหลายตัวชี้วัด                                            ขั้นตอนการดำเนินงาน     วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการจัดทำแผนกิจกรรมพัฒนานักศึกษาประจำปีการศึกษาทุกๆปี การวางแผนงานเป็นไปตามประเด็นยุทธศาสตร์ของวิทยาลัย ดังนี้ ประเด็น ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล(Internationalization) ซึ่งบูรณาการร่วมกับ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต (Excellence in Education)  ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างนวัตกรรมงานวิจัย (Innovative Research and Development) และยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (Image and Reputation Management) โดยมีคณบดีและกรรมการบริหารวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดนโยบายโดยมี รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบด้านการเรียนรู้และกิจกรรมแบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (International Academic Integration) การรับนักศึกษาแลกเปลี่ยน การอบรมทางวิชาชีพในต่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานและสถาบันในต่างประเทศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษเป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านกิจการนักศึกษาและประสานงานกับรองฯ วิชาการและวิเทศสัมพันธ์ในการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเป้นผู้รับผิดชอบในเรื่องของการวิจัยร่วมกับสถาบันในต่างประเทศ การเข้าร่วมเสนอผลงานทางวิชาการและวิจัยของคณาจารย์และนักศึกษาในระดับนานาชาติ รวมถึงการเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ โดยในทุกภาคส่วนได้มีการทำงานแบบบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในสังคมโลก ได้แก่ทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Communication and Collaboration)  ความสามารถด้านภาษาและการสื่อสารในบริบทนานาชาติรวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) งบประมาณจากมหาวิทยาลัยเป็นไปตามงบประมาณที่จัดสรรในแต่ละโครงการ โดยรายละเอียดดังเอกสารแนบใน PDCA งบประมาณจากแหล่งทุนอื่น เช่นจากกระทรวงการต่างประเทศ โครงการทุนความร่วมมือในเครือข่ายระดับนานาชาติ                                             3. การลงมือปฏิบัติ ทางวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ ซึ่งยึดมั่นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยปรับให้สอดคล้องกับบริบทของวิทยาลัยและความต้องการของนักศึกษา บุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) โดยมีรายละเอียดดังนี้ หลักสูตรการเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษา (Bilingual) เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติ         เนื่องจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้ดำริริเริ่มให้มีการเรียนการสอนแบบสองภาษา และรับนักศึกษาต่างชาติมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562  ดังนั้นรายวิชาทุกรายวิชาที่เปิดทำการเรียนการสอน ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1-4 จะมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ 1 กลุ่ม ในทุกรายวิชา โดยในการเรียนในกลุ่มภาษาอังกฤษ จะมีนักศึกษาไทยที่เลือกเข้าเรียนในกลุ่มนี้โดยความสมัครใจ ทำให้เกิดการ การเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (Academic Integration) และการพัฒนาทักษะทางภาษา นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมร่วมกันทำให้นักศึกษาไทยและต่างชาติได้มีการปฎิสัมพันธ์ผ่านการเรียนและกิจกรรมต่างๆ ของวิทยาลัยแบบพหุวัฒนธรรม (Multiculture) โดยจากสถิติจะเห็นได้ว่าจำนวนนักศึกษาต่างชาติขิงวิทยาลัยได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นซึ่งสะท้อนต่อความมีชื่อเสียงและการยอมรับของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ในระดับนานาชาติ  โดยสามารถสรุปสถิติจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เข้าศึกษาในวิทยาลัยตามรายปีได้ดังนี้ เอกสารประกอบ: KM-BME1_สรุปจำนวนนักศึกษาต่างชาติ และนักศึกษาแลกเปลี่ยน การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ทางวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มุ่งเน้นในการพัฒนาบัณฑิตให้มีความเท่าทันโลก ซึ่งภาเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการสื่อสาร โดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ที่ระบุให้นักศึกษาในระดับปริญญาตรี มีผลสอบภาษาอังกฤษแบบ CEFR ไม่ต่ำกว่าระดับ B1 แต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาในวิทยาลัยมีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษที่มีความหลากหลาย ทางวิทยาลัยจึงได้มีโครงการพัฒนาภาษาอังกฤษเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ก่อนที่จะไปฝึกงานต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ CEFR ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า B1 ซึ่งจากผลดำเนินงานพบว่านศ. ระดับปริญญาตรีของวทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มีผลสอสอบภาษาอังกฤษ CEFR ในระดับไม่ต่ำกว่า B1 เป็นจำนวน 100% เอกสารประกอบ: KM-BME2_ผลสอบCEFR67 โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ         จากการที่วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการจัดเรียนการสอนแบบสองภาษา และรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงมีการทำวิจัยอย่างเข้มข้นโดยคณาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทำให้นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างชาติที่เป็นเครือข่ายของมหาวิทยาลัยรังสิตมีความสนใจเดินทางมาแลกเปลี่ยน และทำวิจัยเพิ่มเติมที่วิทยาลัย ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมีชื่อเสียงและการยอมรับของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตในระดับนานาชาติ                 ในด้านการแลกเปลี่ยนอาจารย์และบุคลากร ทางวิทยาลัยมีกลไกในการสนับสนุนให้บุคลากรมีการเพิ่มพูนประสบการณ์ณ. สถาบันในต่างประเทศที่เป็นเครือข่าย ดังนั้นภายใต้โครงการ Erasmus+ ICM programme: staff mobility กับมหาวิทยาลัย Jönköping University  ประเทศสวีเดน ได้มีการแลกเปลี่ยนอาจารย์เพื่อไปสอนและเพิ่มพูนประสบการณ์ที่มหาวิทยาลัย Jönköping University ในการนี้ รศ. ดร. ณัฐพล ถนัดช่างแสง รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมได้เดินทางไปสอนเป็นระยะเวลา สามสัปดาห์ในเดือนตุลาคม 2022 และ ผศ.ดร. ศนิ บุญญกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมประชุม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนในการเดินทางทั้งหมดจากโครงการ Erasmus+ICM Programme และผลสืบเนื่องจากโครงการนี้ ทางวิทยาลัยได้มีการแต่งตั้ง Associate Professor Kent Eine Salomonsson เป็นศาสตรจารย์วุฒิคุณของวิทยาลัย                ในปี 2026 นี้ทางวิทยาลัย ร่วมกับ University of Skövde  ประเทศสวีเดน กำลังอยู่ในระหว่างขอยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับทุนสนับสนุนภายใต้โครงการ Erasmus+ ICM programme: staff and student mobility ประจำปี 2026 นอกเหนือไปจากนั้นทางวิทยาลัยอยู่ในระหว่างพัฒนาหลักสูตรภาคฤดูร้อนร่วมกับ School of Engineering, University of Skövde  เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่มีศักยภาพ เดินทางไปศึกษาระยะสั้นในช่วงภาคฤดูร้อนที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ                    เอกสารประกอบ: KM-BME3_JUErasmus+ICM, KM-BME4_คำสั่งแต่งตั้งBME_ProfKent การพัฒนางานวิจัยเพื่อการเผยแพร่และแข่งขันในระดับนานาชาติ                ด้วยยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้มุ่งเน้นและส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาพัฒนางานวิจัยและแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ โดยมีกลไกขับเคลื่อนด้วยระบบสนับสนุนต่างๆ ทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำวิจัยให้มีความทันสมัย ทำให้บุคลากรและนักศึกษามีการเผยแพร่งานวิจัยทั้งในรูปการประชุมวิชาการ ตีพิมพ์ผลงานวิจัย และการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปรากฏเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้แก่จำนวนผลงานวิจัยที่มีการตีพิมพ์ในสารสารระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากรายงานการสืบค้นข้อมูลผ่านGoogle Scholar ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522- 2568 พบว่ามีงานวิจัยจากคณาจารย์และนักศึกษาตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Scorpus เป็นจำนวนทั้งสิ้น 168 ผลงาน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีจำนวนผลงานตีพิมพ์เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี           สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ มีดังนี้ รศ.ดร.ณัฐพล ถนัดช่างแสง ได้นำผลงาน นวัตกรรมผิวหนังเทียมจากเครื่องพิมพ์ชีวภาพ เข้าร่วมประกวดที่งาน Kaohsiung International Invention & Design EXPO (KIDE 2023)ประเทศไต้หวัน ในระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2566 โดยได้รับ 2 รางวัลเหรียญทอง พร้อมเกียรติบัตร ดังนี้คือ Gold Medal for Invention และ 2. Hong Kong Special Award ในปี 2568 ทางวิทยาลัยได้สนับสนุนให้คณาจารย์และนักศึกษาส่งผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ประกวดระดับนานาชาติในงาน “The 8th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2025” ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และได้รับรางวัลดังนี้คือ รางวัลเหรียญทอง (Gole Medal) และ 2. รางวัล NRTC Special Awards งาน “2026 Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition; IPTEx2026” ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ มกราคม 2569 ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเวทีระดับนานาชาติที่จัดแสดงและประกวดนวัตกรรมกว่า 800 ผลงาน จากนักประดิษฐ์และนักวิจัยทั่วโลก รวม 23 ประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายและผลักดันสิ่งประดิษฐ์สู่การใช้งานจริง โดยทีมนักศึกษาจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้ร่วมนำเสนอและแข่งขันประกวดนวัตกรรม และได้รับรางวัลเหรียญทอง เอกสารประกอบ: KM-BME5_สรุปวิจัยนวัตกรรมBME-RSU ณัฐพล โครงการพัฒนาบุคลากรทางวิศวกรรมชีวการแพทย์ในระดับนานาชาติ การพัฒนาบุคลากรด้านเครื่องมือแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขลาว ภายใต้ทุนสนับสนุน Grand Duchy-Luxembourg ในปี 2013 สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (ก่อนปรับมาเป็นวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตในปี 2018) ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขประเทศลาวได้ทำโครงการความร่วมมือ “โครงการฝึกอบรมบุคลากรด้านเครื่องมือแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขลาวในประเทศไทย (Academic Training of MOH Technical Staff in Thailand in the Domain of Medical Equipment)” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ “Lao-Luxembourg Health Initiatives Support Programme (LAO/017)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเทคนิคของกระทรวงสาธารณสุขลาว โดยเป็นการสร้างบุคลากรที่สามารถดูแล ซ่อมบำรุง และบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลของลาว โดยในโครงการนี้ทางสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้จัดการฝึกอบรมสามหลักสูตรได้แก่ Bachelor of Science Program,  Mini MBA Program และ Biomedical Instrumentation Technician Certificate Training  ให้แก่บุคลากรจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ซึ่งโครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนทั้งหมดจาก  Lux-Development ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของรัฐบาลลักเซมเบิร์ก โดยมีผู้สำเร็จการศึกษา รวมทั้งสิ้น 25 คน ผลสืบเนื่องจากการฝึกอบรมดังกล่าว ได้เกิดเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาบุคลากรระหว่างประเทศ โดยมีนักศึกษาที่จบในระดับปริญญาตรี ได้กลับมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโท 2563 และจบการศึกษาไปปี 2565 ผลสืบเนื่องจากโครงการนี้ ยังก่อให้เกิดความร่วมมือแบบไตรภาคี ได้แก่ประเทศไทย ประเทศฃลาว และประเทศญี่ปุ่น เพื่อวางแผนความร่วมมือต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากรทางวิศวกรรมคลินิกให้กับประเทศลาว โดยในวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2567 ทีมผู้บริหารจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ม. รังสิตและทีมวิศวกรคลินิกจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตไกประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางไปประชุมหาความร่วมมือ และการดำเนินงานทางด้านเครื่องมือแพทย์ ที่กระทรวงสธารณสุขลาว นครเวียงจันทร์ และโรงพยาบาลหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยได้รับทุนสนับสนุนในการเดินทางทั้งหมดจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตไก  ประเทศญี่ปุ่น เอกสารประกอบ: KM-BME6_Dutchy-Lux contract โครงการ TRICOLOR เพื่อการพัฒนาวิชาชีพวิศวกรชีวการแพทย์ไทยร่วมกับวิศวกรคลินิกประเทศญี่ปุ่น เนื่องด้วยวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิตได้มีร่วมมือกับโรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตไก ประเทศญี่ปุ่น จัดทำโครงการการพัฒนาความร่วมมือทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์นานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2562 ในโครงการที่มีชื่อว่า Establishment of Thai Biomedical Engineer’s job system through collaboration with Japanese company หรือชื่อย่อว่า โครงการ TRICOLOR 2019  โดยได้ยื่นขอรับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น (Ministry of Health

honorable68-4-1 Read More »

กิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษกับบัณฑิตรุ่นใหม่

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.6/1 กิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษกับบัณฑิตรุ่นใหม่ ผู้จัดทำโครงการ​ อ.ธนัชยา เกณฑ์ขุนทด รศ.ดร. บัญญัติ เศรษฐฐิติ อ.ประณต มณีอินทร์ ดร.อาทิตย์ พงษ์ทิพย์ และ อ.ธนกร พรมโคตรค้า วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร และเทคโนโลยีอาหาร หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           ในยุคปัจจุบันที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างประเทศ การมีความสารมารถในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้บัณฑิตสามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้จากแหล่งต่างๆทั่วโลกเสริมสร้างโอกาสในการทำงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีความต้องการบุคคลากรที่มีทักษะภาษาสูง นอกจากกนี้การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 เป็นโลกไร้พรมแดน องค์ความรู้ด้านต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกต่างก็ได้รับการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในยุคดิจิทัล การมีความรู้และความสามารถทางภาษาอังกฤษจะช่วยให้บัณฑิตสามารถปรับตัวและประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมการทำงานการใช้ชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ภาษาของชาติที่เป็นประเทศมหาอำนาจ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน จะได้รับความสนใจเรียนรู้กันทั่วโลก บัณฑิตจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาของชาติที่เป็นประเทศมหาอำนาจและการเรียนรู้ภาษาประจำชาติเพื่อคงความเป็นชาติไว้ หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย จึงกำหนดให้ประชาชนได้ศึกษาเล่าเรียนภาษาอังกฤษเป็น ภาษาต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องศึกษาภาษาไทยที่เป็นภาษาหลักของชาติไปด้วย เพื่อใช้สื่อสารกับคนในประเทศเดียวกัน และใช้ภาษาอังกฤษไว้ใช้สื่อสารกับคนต่างประเทศ เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้วัฒนธรรมสังคม และเศรษฐกิจที่เปิดเสรีมากขึ้น มีผลให้สถาบันการศึกษาต่างๆเกิดการตื่นตัวในการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศหลากหลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลีภาษาญี่ปุ่น แต่ภาษาอังกฤษยังคง เป็นที่ยอมรับและใช้เป็นภาษากลางของโลกสำหรับการติดต่อสื่อสารกับนานาประเทศเพื่อดำเนินกิจกรรมประเภทต่างๆ ทั้งในด้านการศึกษาการทำธุรกิจการลงทุน การท่องเที่ยวและการใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งยัง เป็นภาษาที่ใช้ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอีกด้วย แต่จากผลการทดสอบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษระดับชาติ พบว่า ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น การหาวิธีการ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยเพื่อให้มีคุณภาพทัดเทียมชาติอื่นๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต จุดมุ่งหมายในการจัดการเรียนรู้ภาษาทุกภาษา ย่อมต้องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารทั้ง 4 ทักษะ คือ ทักษะการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน ในการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ในฐานะภาษาต่างประเทศ ซึ่งการเรียนการภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศหรือใน ฐานะภาษาที่สองพบว่า ผู้เรียนภาษามักจะมีปัญหาในทักษะทางภาษา 4 ทักษะในลักษณะต่างๆกัน ปัญหาของผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศนั้น ผู้เรียนจะมีปัญหาในการฟังมากที่สุด อาจเป็นเพราะผู้เรียนเหล่านั้นมีโอกาสพบกับเจ้าของภาษาน้อย ดังนั้นพวกเขาจึงประสบปัญหาในการฟังบรรยายของเจ้าของภาษา ทักษะการฟังไม่ได้รับความสนใจเท่าเทียมกับทักษะ อื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดความไม่กล้าแสดงออกและทำให้หมดกำลังใจ การที่ผู้เรียนที่ไม่สามารถฟังภาษาต่างประเทศหรือ ภาษาที่สองได้เข้าใจ ถึงแม้จะได้ผ่านการเรียนวิชาการสนทนามาแล้วทั้งในชั้นระดับชั้นประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาหรือระดับอุดมศึกษา อาจเนื่องมาจากปัญหาที่เกี่ยวข้อง 3 ประการ คือ 1) ความยากลำบากในการจดจำรายละเอียดที่สำคัญของข้อความที่มีความยาวมาก ๆ 2) ความเร็วในการพูดที่มีข้อความที่ไม่ชัดเจน 3) ความไม่คุ้นเคยกับคำศัพท์ที่พูดหรือข้อความที่ได้ฟัง           ภาษาอังกฤษมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของคนไทย เพราะมีผลต่อการเรียนและการทำงานเป็นอย่างมาก ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีจะช่วยทำให้สามารถสืบค้นข้อมูลที่มีประโยชน์ทั่วโลกได้มากขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาส ในการได้งานที่ดีจึงเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการเรียนและการทำงานในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม นักศึกษาไทย ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ เนื่องมาจากไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน จึงทำให้ขาดความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ประกอบกับทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้เล็งเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ จึงได้จัดให้มีการสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานภาษาอังกฤษเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายยกระดับภาษาอังกฤษของระดับอุดมศึกษา ทั้งยังเป็นการเพิ่มความเป็นสากลให้แก่นักศึกษาและมหาวิทยาลัยรังสิต          ดังนั้น ทางคณะนวัตกรรมเกษตรได้จัดกิจกรรมการพัฒนาภาษาอังกฤษขึ้น ทั้งสิ้น 3 กิจกรรม ประกอบด้วย การสื่อสารภาษาอังกฤษ เบื้องต้น (Basic English for Communication) ภาษาอังกฤษเพื่อการนำเสนอและสัมมนา (English for Presentation and Seminar) และการเขียน resume ภาษาอังกฤษ (English Resume Writing) เพื่อฝึกฝนทักษะ ส่งเสริม และทบทวนการใช้ภาษาอังกฤษในด้านต่างๆ ของนักศึกษา อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนจบการศึกษาอีกด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าว ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ความรู้ที่เป็นประเด็นสาคัญที่นามาใช้: ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ หรือ Experiential Learning Theory (ELT) คือ ‘ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์’ บันไดวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning spiral ซึ่งประกอบไปด้วย Experiencing เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนลงมือทำกิจกรรมผ่านประสบการณ์ตรงทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เน้นความรู้สึกจากประสบการณ์จริง การลงมือทำ เน้นการเรียนรู้ที่นักศึกษาได้คิดเองทำเอง Reflecting เป็นขั้นตอนการสะท้อนความคิดจากประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม โดยที่ผู้เรียนนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้มาทบทวน คิดไตร่ตรอง ทำความเข้าใจในสิ่งที่ได้จากการสังเกต และการจดบันทึก Thinking เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนสรุปผลที่ได้จากการสะท้อนความคิด จากการสังเกตแล้วคิดไตร่ตรองจนสร้างเป็นแนวคิดของตนเอง Acting เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนนำแนวคิดที่ตนเองสร้างไปทดลองปฏิบัติในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งอาจนำไปใช้ในสถานการณ์ใหม่จนทำให้เกิดการหมุนเวียนเป็นวงจรการเรียนรู้ใหม่ ตามภาพที่ 1  ภาพที่ 1 แสดง วงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ Experiential Learning Theory (ELT)           การเรียนรู้จากประสบการณ์ Experiential Learning Theory (ELT) เป็นการลงมือทำจากความรู้ใหม่ที่ได้ แล้วเรียนรู้ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนควรปรับปรุง จากนั้นจะกลับเข้าสู่ขั้นตอนที่ 1 อีกครั้ง เป็นวงจรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ“เพราะโหมดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นซ้ำ จะขยายความเข้าใจของผู้เรียนได้ ผู้เรียนจะค้นพบว่าในทางปฏิบัติ จะเจอปัญหาอะไร และพบการประยุกต์ความรู้ใหม่ที่ทำได้หลากหลาย โดยการนำสิ่งที่เคยเรียนรู้ในสถานการณ์หนึ่งมาใช้ในอีกสถานการณ์หนึ่ง แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการที่วนซ้ำอย่างต่อเนื่องของวงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ (ได้แก่ experiencing, reflecting, thinking, และ acting) วงจรนี้ไม่ใช่วงกลมแต่เป็นบันไดวน เนื่องจากการเดินทางผ่านวงจรแต่ละครั้งจะกลับไปสู่ประสบการณ์ด้วยความเข้าใจใหม่ที่ได้จาก experiencing, reflecting, thinking, และ acting ดังนั้น บันไดวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จะช่วยอธิบายว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์นำไปสู่การพัฒนาได้อย่างไร ซึ่งถ้าหากในอนาคต ผู้เรียนได้เข้าไปรับประสบการณ์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาอีก ก็ให้หมุนวงจรกลับไปที่ขั้นแรก และทำต่อไปจนขั้นที่ 4 อีกครั้ง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)อื่น ๆ (โปรดระบุ) เจ้าของความรู้ นำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565-2569 มาตีความสู่การดำเนินงานความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)อื่น ๆ (ระบุ) เจ้าของความรู้ถอดความรู้กระบวนการจัดทาโครงการ หลังจากที่ได้ดาเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 วิธีการดำเนินการ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นเตรียมการ คณะอาจารย์เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาฯ ผู้รับผิดชอบ ประชุมเพื่อ วางแผนกำหนดการดำเนินงาน วางแผนแนวทางในการจัดกิจกรรม และจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ขั้นตอนที่ 2 ขั้นดำเนินงาน เขียนแผนโครงการฯ เพื่อขออนุมัติจัดทำ มอบหมายหน้าที่กับคณะทำงาน ในการจัดทำโครงการฯ เตรียมแผนและประชาสัมพันธ์โครงการฯ ดำเนินงานการประสานงานระหว่างคณะทำงาน เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมโครงการฯ จัดกิจกรรมตามแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ที่กำหนด5.1 การสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (English Communication in Everyday Life)5.2 ภาษาอังกฤษเพื่อการนำเสนอ (English for Presentations)5.3 การเขียน resume ภาษาอังกฤษ (English Resume Writing) สรุปผล ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาทักษาษาอังกฤษ ตาม วงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ Experiential Learning Theory (ELT)ขั้นที่ 1 Experiencing คือประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมเป็นการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพทางด้านนวัตกรรมเกษตร จึงได้กำหนดหัวข้อเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชสมุนไพร ในรายวิชา AIL327 โดยการทำยาดมสมุนไพร โดยอาจารย์แบ่งนักศึกษา ออกเป็นกลุ่ม คละความสามารถ จากนั้นอาจารย์จะเป็นจะเริ่มสอบถามนักศึกษาว่ารู้จักสมุนไพรชนิดใดบ้าง แต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร มีประโยชน์หรือสรรพคุณอย่างไร จากนั้น จะชักชวนให้นักศึกษา ทำการโคลนผลิตยาดมสมุนไพรโดยให้นักศึกษา เลือกส่วนผสมสมุนไพรที่นักศึกษาสนใจ พร้อมอธิบายเครื่องมืออุปกรณ์และส่วนผสมที่จำเป็นต้องใช้ในการทำยาดมสมุนไพร ขั้นตอนการทำ ในการใช้ส่วนประกอบของยาดมสมุนไพร ที่ใช้ในการฝึก ได้แก่ 1. สมุนไพรแห้งที่มีกลิ่นหอม เช่น กระวาน, กานพล, โป้ยกั๊ก, พริกไทยดำ, ลูกผักชี,อบเชย2. สารให้กลิ่นหอม ได้แก่ การบูร, เมนทอล, พิมเสน, น้ำมันยูคาลิปตัส3. ขวดสำหรับใส่ยาดมสมุนไพรอาจารย์เป็นผู้สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาในขณะส่งตัวแทนมารับอุปกรณ์ตลอดจนการวางแผนและลงมือทำ การชั่งตวงสูตรส่วนผสม เป็นการพัฒนาศัพท์เทคนิคทางด้านการเกษตร ในรายวิชา AIL327โดยในขั้นแรก อาจารย์เป็นผู้กำหนดสูตรส่วนผสม ดังนี้1.ตวงพิมเสนและการบูร อย่างละ 1 ช้อนชา2. ตวงเมนทอล 2 ช้อนชา ใส่ในขวดแก้วปากกว้างที่มีฝาปิด แล้วคนให้เข้ากัน จนกลายเป็นสารละลาย3. เทน้ำมันยูคาลิปตัส 3 มล. ลงไปผสมให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้4. นำกระวาน 1 ผล กานพลู 5 ดอก โป๊ยกั๊ก 1 ผล อบเชย 1 ช้อนชา ลูกผักชี พริกไทยดำ อย่างละ 1 ช้อนชา ใส่ชาผสม ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน5. ตักสมุนไพรในข้อ 4 ใส่ลงในขวดสำหรับใส่ยาดม แล้วเติมสารละลายในข้อ 3 ลงไปพอประมาณ แล้วปิดฝา เสร็จขั้นตอนพร้อมนำไปใช้ดมได้ ขั้นที่ 2 Reflecting คือการสะท้อนคิดจากการสังเกตโดยการฝึกให้นักศึกษาทุกคนอภิปรายผลที่ได้และความรู้สึกจากการลงมือทำยาดมสมุนไพรด้วยตนเองในครั้งแร ซึ่งอาจารย์จะคอยช่วยเสริมประเด็นในการอภิปราย ในประเด็นต่างๆ เช่น คำนึงถึงความสะอาดในการทำหรือไม่ อย่างไร เทคนิคการชั่งตวงส่วนผสม ลำดับขั้นตอนการเติมส่วนผสม ความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์จากนั้นตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาสรุปถึง “การทำยาดมสมุนไพร” ประเมินว่านักศึกษามีความรู้สึกกับผลงานยาดมสมุนไพรฝีมือหรือผลงานของตนเองอย่างไร มีจุดบกพร่องหรือมีข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร เพื่อให้นักศึกษาบันทึกผลที่เกิดขึ้น และสาเหตุของการเกิด เพื่อจะได้หาแนวทางแก้ไขในขั้นตอนต่อไป ขั้นที่ 3 Thinking การสร้างแนวคิดที่เป็นนามธรรมหลังจากที่แต่ละกลุ่มทำยาดมสมุนไพรเสร็จ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปวิธีการทำ และอัตราส่วนของสารผสม (พิมเสนและการบูร อย่างละ 1 ช้อนชา เมนทอล 2 ช้อนชา น้ำมันยูคาลิปตัส 3 มล. กระวาน 1 ผล กานพลู 5 ดอก โป๊ยกั๊ก 1 ผล อบเชย 1 ช้อนชา ลูกผักชี พริกไทยดำ อย่างละ 1 ช้อนชา)โดยให้นักศึกษา เขียน Flow chart ตามขั้นตอนของแต่ละกลุ่ม จากนั้นอาจารย์ประเมินความสามารถของนักศึกษาจากแบบบันทึกวิธีการทำยาหม่องสมุนไพร ขั้นที่ 4 Acting คือการทดลองปฏิบัตินักศึกษา ในแต่ละกลุ่มลงมือทำยาหม่องสมุไพรอีกรอบตามวิธีการที่ได้จากแนวคิดของกลุ่ม โดยกำหนดให้ทุกกลุ่มต้องเปลี่ยนสูตรส่วนผสมห้ามซ้ำกับรอบแรก จากนั้นให้นักศึกษาเสนอสูตรการทำยาหม่องสมุนไพรจากวัตถุดิบส่วนผสมที่มี หรือวัตถุดิบส่วนผสมอื่นที่นักศึกษาคิดว่าจะเป็นส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ของยาดมสมุนไพร อาจเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกมากในพื้นที่ หรือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม โดยใช้อุปกรณ์ ส่วนผสมเดิม โดยในขั้นตอนนี้ อาจารย์ใช้วิธีการสังเกตุพฤติกรรมของนักศึกษา และประเมินคุณภาพของยาดมสมุนไพรที่นักศึกษาลงมือทำ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากรอบแรกอย่างไร นักศึกษาได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดจากการทำครั้งแรกตรงจุดไหนบ้างและนำมาปรับปรุงในขั้นตอนนี้อย่างไร เพื่อทำให้คุรภาพของยาดมสมุนไพรมีคุณภาพดีขึ้น เช่นหอมขึ้น ไม่แฉะ ไม่หกเลอะเทอะ ใช้ง่ายและสะดวก 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการการนำไปใช้หรือการลงมือปฏิบัติจริงอุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน2.1 การพัฒนาทักษะด้าน การสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (English Communication in Everyday Life)จากการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ผ่านกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม โดยเชิญ ผศ.ดร.พนิตนาฏ ชูฤกษ์ เป็นวิทยากรอบรม ผลการดำเนินงาน ทักษะด้าน การสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (English Communication in Everyday Life) ผ่านกิจกรรมกลุ่ม การทำยาดมสมุนไพร โดยการดำเนินงานดังกล่าวเป็นการพัฒนาทักษะ ด้านการสื่อสาร นักศึกษาสามารถอธิบายส่วนผสม อุปกรณ์ ลำดับขั้นตอน การทำยาดมสมุนไพรได้ (ภาพที่ 2) ภาพที่ 2 หลักฐานแสดงกิจกรรมกลุ่มการทำยาดมสมุนไพร ในโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ 2.2 การพัฒนาทักษะการเขียน resume ภาษาอังกฤษ (English Resume Writing) เป็นการพัฒนาทักษะด้านการเขียนภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกคน ได้ฝึกเขียน Resume ภาษาอังกฤษ ภาพที่ 3 ตัวอย่างหลักฐานการเขียน Resume ภาษาอังกฤษ 2.3 ทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการนำเสนอ (English for Presentations)วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2024 นักศึกษาของคณะนวัตกรรมเกษตร ได้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในระดับนานาชาติที่ประเทศอินเดีย ในหัวข้อ In vitro biocontrol potential of natural substance combination against microbial plant diseases ภาพที่ 4 ภาพที่ 4 หลักฐานแสดงการนำเสนอผลงานวิจัยเป็นภาษาอังกฤษ 2.4 มีการทำ MOU กับมหาวิทยาลัยกุ้ยโจว สาธารณณัฐประชาชนจีนโดยในปี 2024 ทางหลักสูตรได้ทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ Guizhou University for Nationalities ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1951, โดยสังกัดรัฐบาลของมณฑลกุ้ยโจว,เป็นสถาบันการศึกษาเก่าแก่ที่สำคัญแห่งแรกของมณฑลกุ้ยโจว,รัฐบาลของมณฑลกุ้ยโจวและคณะกรรมการกิจการพลเรือนแห่งชาติร่วมกันสร้างขึ้น,และมหาวิทยาลัยกุ้ยโจ้วเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคณะเกษตรติดอันดับต้นๆของประเทศจีนโดยในความร่วมมือดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยกุ้ยโจว ได้มีการมานำเสนอผลงานวิจัยด้านโรคที่เกิดจากเชื้อราในพริก และการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ โดย Prof. Yong Wang ให้กับนักศึกษาคณะนวัตกรรมเกษตร และ ในช่วงระหว่าง วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 – 30 กรกฎาคม 2567 ทางหลักสูตรได้มีการส่งนักศึกษาของคณะ จำนวน 7 คน (ภาพที่ 5) ไปฝึกประสบการณ์การเรียนรู้ ณ มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยลักษณะงานที่นักศึกษาได้รับมอบหมาย อาทิ การเพาะเลี้ยงเชื้อ การคัดแยกเชื้อ การทดสอบกิจกรรมการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย การสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญของพืชสมุนไพร ซึ่งนักศึกษาของเราได้ค้นพบเชื้อราตัวใหม่ที่เป็นเชื้อราสาเหตุโรคในพริกที่ไม่เคยมีการระบาดและตรวจพบมาก่อนใน จีนชื่อเชื้อ Stagonosporopsis pogostemonis มีลักษณะสปอร์ ดังแสดงในภาพที่ 6 ภาพที่ 5 นักศึกษาคณะนวัตกรรมเกษตรที่ไปฝึกงานที่ มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว ภาพที่ 6 แสดงลักษณะสปอร์ของเชื้อ Stagonosporopsis pogostemonis ในปี 2567 Assoc. Prof. Dr. Xiang Yu Zeng. จาก Department of Plant Pathology Guizhou University มาบรรยายเกี่ยวกับ “เทคนิคการจำแนกสสปีชีส์เชื้อราสาเหตุโรคพืชด้วย AI” ภาพที่ 7 ภาพที่ 7 หลักฐานแสดงรายชื่อการร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ 2.5 มีการจัดกิจกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านการปฏิบัติระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติจากการจัดโครงการพัฒนาทักษะภาษอังกฤษให้กับนักศึกษาของวิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร มีนักศึกษาของทั้ง 2 คณะ เข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย (ภาพที่ 8) ภาพที่ 7 หลักฐานแสดงรายชื่อการร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECKการตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่           มหาวิทยาลัยรังสิต โดยสถาบันภาษาอังกฤษ ได้จัดให้มีการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาเป็นประจำทุกปี ซึ่งในแต่ละปี มีนักศึกษาของคณะนวัตกรรมเกษตรเข้ารับการทดสอบ RSU2 -Test มีผลการทดสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ในระดับ A2 กับ B2 ภาพที่ 5 ภาพที่ 5 แสดงคะแนนทดสอบมาตรฐานภาษาอังกฤษ RSU2-Test ของคณะนวัตกรรมเกษตร ในแต่ละปี ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice           ในส่วนของวิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร ซึ่งมี 3 หลักสูตร และทั้ง 3 หลักสูตรได้มีการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ให้กับนักศึกษา คณะนวัตกรรมเกษตร นอกเหนือจากการจัดโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีโครงการพัฒนาทักษะภาจีนและภาษญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบัณฑิต ในการไปฝึกงานที่จีนและญี่ปุ่น คณะเทคโนโลยีอาหาร มีโครงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับ Toyo College of Food Technology เป็นประจำทุกปี ส่วนการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในนามวิทยาลัย ให้นักศึกษาของทั้ง 3 หลักสูตรได้เข้าร่วม แต่ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จมากกว่านี้ ผู้ถ่ายทอดบทเรียนขอเสนอ ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น ควรจัดให้มีพื้นที่ หรือห้อง ที่มีสื่อหรือกิจกรรมการเรียนการสอนที่น่าสนใจ แนะนำแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซด์ที่ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อแก้ปัญหาทักษะการฟัง ควรมีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อโซเชียล เพื่อให้มีอัตราส่วนของนักศึกษานานาชาติที่สนใจได้มีโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้ให้มากกว่านี้ และเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษครบทั้ง 3 ด้าน

กิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษกับบัณฑิตรุ่นใหม่ Read More »

WORLD ANTI-CORRUPTION CONFERENCE

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.6/1 WORLD ANTI-CORRUPTION CONFERENCE ผู้จัดทำโครงการ​ อ.เชฎฐ คำวรรณ และ นายกิตติศักดิ์ แก้วใส คณะนิติศาสตร์ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           สถาบันต่อต้านการทุจริต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มีบทบาทสำคัญในการศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในสังคมไทย พบว่าในประเทศไทยเป็นปัญหาที่หยั่งรากลึกและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในหลายด้าน สาเหตุของการทุจริตมีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับปัจจัยต่างๆ เช่น: วัฒนธรรมอุปถัมภ์: การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าหลักการและความถูกต้อง                                                                                                    ระบบราชการที่ซับซ้อน: ขั้นตอนการดำเนินงานที่ยุ่งยากและขาดความโปร่งใสเปิดโอกาสให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์                                                                                                การบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ: การขาดประสิทธิภาพในการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิด             ค่านิยมที่ผิดเพี้ยน: การยอมรับการทุจริตในวงกว้างและการขาดจิตสำนึกสาธารณะ                         ผลกระทบของการทุจริต: เศรษฐกิจ: ทำให้การลงทุนลดลง, การจัดสรรทรัพยากรไม่เป็นธรรม, และการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว สังคม: สร้างความเหลื่อมล้ำ, บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันต่างๆ, และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การเมือง: ทำให้การบริหารประเทศขาดประสิทธิภาพ, บั่นทอนความเป็นประชาธิปไตย, และสร้างความไม่มั่นคงทางการเมือง ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ เสริมสร้างความโปร่งใส: เปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย                                       พัฒนาระบบราชการ: ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ                     บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิด                   ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง: ส่งเสริมจิตสำนึกสาธารณะและสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ยอมรับการทุจริต  ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน: เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการทุจริต ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อื่น ๆ (โปรดระบุ)      https://sabaideethailand.com/2024/10/22/rsu-108/                  https://seapublicpolicy.org/work/thailandr2r/  https://www.youtube.com/watch?v=lszQYdbxlPM    https://www.biztosuccess.com/archives/115617             วิธีการดำเนินการ           มหาวิทยาลัยรังสิตได้ร่วมกับ ISI (International Sociological Association) จัดการประชุม World Anti-Corruption Conference 2024 ในวันที่ 22 ตุลาคม 2567 จริงค่ะ การประชุมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้และกระตุ้นการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตในระดับโลก 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน บทสรุปประเด็นสำคัญ: สรุปประเด็นหลักที่ถูกนำเสนอและอภิปรายในการประชุม                          ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: ข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมเพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายและแนวทางการต่อต้านการทุจริต ความร่วมมือและเครือข่าย: การสร้างความร่วมมือและเครือข่ายระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ การเผยแพร่ความรู้: การเผยแพร่บทความวิจัย, รายงานการประชุม, และสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่         ด้วยกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ International Strategy Institute (ISI) หรือสถาบันกลยุทธ์ระหว่างประเทศ จัดงานเสวนาวิชาการต่อต้านคอร์รัปชันระดับโลก 2024  (World Anti-Corruption Conference 2024 : “Transforming Trust, Eradicate Corruption : A Global Unity for Integrity”) ภายในงาน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิตและอดีตประธานรัฐสภา คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต Mr. CY. Cheah ประธานสถาบันกลยุทธ์ระหว่างประเทศ และ Datuk Seri Shamshun Baharin Mohd Jamil ผู้อำนวยการทั่วไปของศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินแห่งชาติ ให้เกียรติร่วมงาน จัดขึ้น ณ ห้องประชุม 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต                                                                   นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาวิชาการในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ “EMPOWERING SMES IN THE AGE OF GLOBALISATION: STRATEGIES TO COMBAT CORRUPTION” / “CROSS-BORDER ANTI-CORRUPTION EFFORTS IN ASIA PACIFIC: ENHANCING REGIONAL COOPERATION”/ “STRENGTHENING ANTI-CORRUPTION LEGISLATION AND JUDICIAL INDEPENDENCE: BUILDING ROBUST LEGAL FRAMEWORK” และ “LEVERAGING TECHNOLOGICAL SOLUTIONS TO DETECT AND PREVENT CORRUPTION” ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice            การพัฒนา World Anti-Corruption Conference ควรเน้นที่การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยสามารถใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และการประชุมแบบมีส่วนร่วม รวมถึงการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ เช่น UN และธนาคารโลก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและกลยุทธ์ในการต่อต้านการทุจริต นอกจากนี้ควรมีการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความรับผิดชอบในปฏิบัติการทั่วโลก

WORLD ANTI-CORRUPTION CONFERENCE Read More »

กิจกรรมเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากลผ่านโครงการการทูตสู่ชุมชน

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KRไม่ระบุ (4.1.6/1) กิจกรรมเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากลผ่านโครงการการทูตสู่ชุมชน ผู้จัดทำโครงการ​ ดร.จิระโรจน์ มะหมัดกุล สถาบันการทูตและการต่างประเทศ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​            โครงการ “การทูตสู่ชุมชน” มีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียน (ASEAN) และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดนาวง รวมถึงให้นักศึกษาสถาบันการทูตและการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน ผ่านการปฏิสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ประเด็นปัญหาที่พบ คือ นักเรียนระดับประถมศึกษามีทักษะภาษาอังกฤษที่จำกัด ทำให้ต้องออกแบบกิจกรรมที่เข้าถึงง่ายและสนุกสนาน ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้  ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทักษะภาษาอังกฤษทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา ทักษะการทำงานเป็นทีมข้ามวัฒนธรรมระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อื่น ๆ (โปรดระบุ) ความรู้จากหลักสูตร IRD101 Southeast Asia’s Politics, Economy and Culture และความรู้จากรายวิชา IRD331 ASEAN Studies ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)  เจ้าของความรู้/สังกัด อาจารย์และนักศึกษาคณะการทูตและการต่างประเทศ อื่น ๆ (ระบุ) ประสบการณ์ของนักศึกษาและอาจารย์ที่ดำเนินโครงการ การถ่ายทอดความรู้จากนักศึกษาไปสู่นักเรียน การทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ วิธีการดำเนินการ นักศึกษาแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ วางแผนกิจกรรมล่วงหน้า โดยนักศึกษาไทยและต่างชาติร่วมกันกำหนดแนวทางการสอนและลำดับการดำเนินกิจกรรม จัดกิจกรรมที่โรงเรียนวัดนาวง โดยแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มและเข้าร่วมกิจกรรมฐานความรู้ที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษและอาเซียน ใช้กิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน เช่น เกมการฟัง พูด อ่าน เขียน และเกมทายคำศัพท์ นักศึกษาทำงานร่วมกันในการดูแลฐานกิจกรรมและให้คำแนะนำนักเรียน หลังกิจกรรม นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติร่วมกันประเมินผลและสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม จัดการประเมินผลความพึงพอใจและการเรียนรู้ของนักเรียนหลังจบกิจกรรม  2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน นักเรียนโรงเรียนวัดนาวงได้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 6 ฐาน ได้แก่ ฐานการฟัง (Listening), ฐานการพูด (Speaking), ฐานการอ่าน (Reading), ฐานการเขียน (Writing), ฐานคำศัพท์ (Vocabulary) และฐานความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ASEAN นักศึกษาสถาบันการทูตฯ ได้ฝึกฝนการถ่ายทอดความรู้ และเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานร่วมกันในบริบทระหว่างประเทศ นักศึกษาไทยและต่างชาติได้ทำงานเป็นทีมในการจัดกิจกรรมร่วมกัน ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน และการประเมินผล นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้เป็นอย่างดี และเกิดความสนใจต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้น กิจกรรมบางอย่างซับซ้อนเกินไปสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา จำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมมากขึ้น การสื่อสารระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติในบางกรณีต้องใช้เวลาปรับตัว   3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK ผลการประเมินโครงการจากนักเรียนมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ 65 จาก 5.00 แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมได้รับการตอบรับที่ดี นักเรียนให้คะแนนความสำคัญของโครงการ 79 และเห็นว่าควรจัดโครงการนี้ในปีต่อๆ ไป (4.92) นักเรียนร.ร.วัดนาวงได้รับประโยชน์จากกิจกรรมรวมถึงการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนและการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียน นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนมาในวิชา IRD101 Southeast Asia’s Politics, Economy and Culture และ IRD331 ASEAN Studies กับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาไทยและต่างชาติช่วยส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกันและการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม  บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ การใช้กิจกรรมที่เน้นการเล่นและการแข่งขันช่วยเพิ่มความสนใจของนักเรียน นักเรียนระดับประถมศึกษายังมีทักษะภาษาอังกฤษที่จำกัด ทำให้ต้องปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับของพวกเขา การทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาไทยและต่างชาติช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเรียนรู้การทำงานแบบสากล ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice ควรจัดเตรียมงบประมาณสำหรับโครงการบริการวิชาการในปีต่อไป เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยใช้สื่อที่เข้าใจง่ายขึ้น เสริมกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ส่งเสริมให้นักศึกษาใช้ทักษะด้านการทูตและการต่างประเทศในบริบทการสอนและการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรม เพิ่มกิจกรรมที่ช่วยให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติเข้าใจการทำงานเป็นทีมข้ามวัฒนธรรมมากขึ้น เช่น เวิร์กช็อปก่อนเริ่มกิจกรรมและการสะท้อนผลหลังจบโครงการ

กิจกรรมเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากลผ่านโครงการการทูตสู่ชุมชน Read More »

ICC x LSM Logistics Management

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 1.2.1 และ KR 4.1.6/1 ICC x LSM Logistics Management ผู้จัดทำโครงการ​ Mr. Fudong Luo และ ดร.ชนะเกียรติ สมานบุตร วิทยาลัยนานาชาติจีน หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           ในปัจจุบัน การบริหารโลจิสติกส์และการสื่อสารทางธุรกิจ โดยเฉพาะในภาษาจีน มีบทบาทสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศ การขาดความเข้าใจด้านโลจิสติกส์และความแตกต่างทางวัฒนธรรมอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน โครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาไทยและจีนได้เรียนรู้และฝึกทักษะร่วมกันผ่านรายวิชา Logistics Management ของทั้งสองคณะ โดยนักศึกษาบริหารธุรกิจได้พัฒนาทักษะภาษาจีนและความเข้าใจธุรกิจจีน ขณะที่นักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติจีนได้เรียนรู้การบริหารโลจิสติกส์ไทย เสริมทักษะภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย กิจกรรมนี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถบูรณาการความรู้ เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในสภาพแวดล้อมข้ามวัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายที่เป็นประโยชน์ต่ออนาคตทางอาชีพ ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้  ข้อมูลคำศัพท์พื้นฐานในวิชาชีพโลจิสติกส์ การสื่อสารและการทำงานข้ามวัฒนธรรม การเรียนรู้โครงสร้างคลังสินค้าและกระบวนการปฏิบัติงาน การสร้างสรรค์และออกแบบคลังสินค้า ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อื่น ๆ (โปรดระบุ) คลังความรู้ที่ทำการศึกษาด้วยตนเอง วิธีการดำเนินการ ให้นักศึกษาจากทั้ง 2 วิชาจาก 2 คณะ (จีนและไทย) ได้ทำความรู้จักกันในครั้งแรกเพื่อสร้างความคุ้นเคย น.ศ.คณะบริหารธุรกิจ วิชา Lsm302 การจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง จำนวน 52 คน น.ศ.ว.นานาชาติจีน วิชา ICM222 การจัดการโลจิสติกส์ จำนวน 90 คน นักศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 142 คน ถูกจัดกลุ่มแบ่งออกเป็น 15 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีสมาชิกประมาณ 10 คน โดยคละกลุ่มนักศึกษาจีน กับ นักศึกษาไทย หลังจากแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ให้นักศึกษาทำกิจกรรม ( เกมส์เติมคำศัพท์โลจิสติกส์ ) เพื่อช่วยนักศึกษาได้รู้จักกันในบรรยากาศที่เป็นกันเองพร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานด้านโลจิสติกส์ นำนักศึกษาเยี่ยมชมคลังสินค้าจำลอง เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างคลังสินค้า อุปกรณ์ที่ใช้ และกระบวนการปฏิบัติงานของโลจิสติกส์ ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มจับฉลากเลือกประเภทของคลังสินค้าที่ต้องออกแบบ แต่ละกลุ่มทำงานร่วมกันเพื่ออกแบบคลังสินค้าตามโจทย์ที่ได้รับ นักศึกษาแต่ละกลุ่มนำเสนอแนวคิดและแผนการออกแบบคลังสินค้าของตน 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน           เดิมมีแผนพานักศึกษาไปศึกษาดูงานที่คลังสินค้าของ CP แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากเหตุการณ์โศกนาฎกรรมไฟไหม้รถทัวร์ที่ผ่านมา จึงปรับเปลี่ยนเป็นการเยี่ยมชมคลังสินค้าจำลองที่มหาวิทยาลัยรังสิตแทน อย่างไรก็ตาม คลังสินค้าจำลองดังกล่าวมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้การสาธิตและการฝึกปฏิบัติจริงไม่สามารถทำได้อย่างเต็มรูปแบบ และนักศึกษาอาจไม่ได้สัมผัสกับกระบวนการทำงานในสถานที่จริงอย่างครบถ้วน นักศึกษาชื่นชอบกิจกรรม และ สนใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น กระบวนการเรียนรู้มีความแปลกใหม่ทำให้นักศึกษารู้สึกสนุก และ ได้รับเนื้อหาที่สอดคล้องในโลกการทำงานจริง นักศึกษาหลายคนมองว่ากิจกรรมนี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างของการเรียนในห้องเรียนโดยเฉพาะของการฝึกปฏิบัติจริง 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินงานผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยนักศึกษาได้รับโอกาสในการลงมือปฏิบัติและแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างสาขาวิชาต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การตรวจสอบผลการดำเนินการ นักศึกษามีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยเฉพาะด้านการจัดการคลังสินค้า สามารถวิเคราะห์และออกแบบพื้นที่จัดเก็บสินค้า วางแผนเส้นทางการเคลื่อนย้าย และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับระบบคลังสินค้า การทำงานเป็นกลุ่มช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการทำงานร่วมกันในบริบทข้ามวัฒนธรรม การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ นักศึกษาได้ทดลองออกแบบคลังสินค้าโดยอิงจากแนวคิดที่เรียนมา และสามารถนำเสนอผลงานในลักษณะที่เป็นมืออาชีพ ความท้าทายในกิจกรรม เช่น พื้นที่จำกัดของคลังสินค้าจำลอง ทำให้นักศึกษาต้องคิดวิเคราะห์และปรับตัวเพื่อให้สามารถดำเนินการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารและการทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาไทยและจีนช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและพัฒนาทักษะการทำงานในสภาพแวดล้อมสากล สรุปและอภิปรายผล รวมถึงบทสรุปความรู้ที่ค้นพบใหม่ นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่างองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์และทักษะด้านภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานระหว่างประเทศ ความรู้ที่ค้นพบใหม่ ได้แก่ การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้า และแนวทางในการปรับตัวเมื่อเผชิญกับข้อจำกัดของสถานที่หรือทรัพยากร กระบวนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมแบบนี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ยืนยันว่าโครงการสามารถบรรลุเป้าหมายของการจัดการความรู้ (Knowledge Management) และช่วยให้นักศึกษาได้รับทักษะที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้อย่างแท้จริง   ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice จากผลลัพธ์ของโครงการ พบว่านักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินโครงการในอนาคตประสบความสำเร็จและสอดคล้องกับ Key Result มากขึ้น ข้อเสนอแนะในการพัฒนาเพิ่มเติม ได้แก่ ขยายโอกาสในการฝึกปฏิบัติในสถานที่จริง ควรจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในคลังสินค้าหรือสถานประกอบการโลจิสติกส์จริง เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นกระบวนการทำงานที่สมบูรณ์และสอดคล้องกับโลกธุรกิจ เพิ่มการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรม นำซอฟต์แวร์โลจิสติกส์ เช่น ระบบบริหารคลังสินค้า (WMS) หรือเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรม พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เชิงโต้ตอบ ออกแบบกิจกรรมที่มีความท้าทายและต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น เช่น การวางแผนกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ หรือการแก้ไขปัญหาภาวะฉุกเฉินในการบริหารคลังสินค้า เสริมสร้างความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม สนับสนุนให้มีการทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาไทยมากขึ้น โดยอาจเพิ่มกิจกรรมที่ต้องใช้การเจรจาต่อรองหรือการสื่อสารทางธุรกิจที่เป็นภาษาจีนและภาษาไทย การประเมินผลและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีแบบประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะจากนักศึกษาและอาจารย์ผู้สอน เพื่อนำมาปรับปรุงกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต ข้อเสนอแนะเหล่านี้จะช่วยให้โครงการสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความพร้อมให้กับนักศึกษาในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นใจ

ICC x LSM Logistics Management Read More »

ICC x YUFE x ORM การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเชิงสร้างสรรค์

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 1.2.1 และ KR 4.1.6/1 ICC x YUFE x ORM การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เชิงสร้างสรรค์ ผู้จัดทำโครงการ​ ดร.กัญจน์นิตา สุเชาว์อินทร์ ดร.สมิตา กลิ่นพงศ์ พจ.พรพรรณ ทรัพย์เอี่ยม และพจ.ณัฏฐา มูลศาลา วิทยาลัยนานาชาติจีน หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           การสื่อสารทางภาษามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของมหาวิทยาลัยรังสิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีนักศึกษาต่างชาติศึกษาอยู่ร่วมกัน จำนวนมากจำเป็นต้องพัฒนาทักษะทางภาษาเพื่อให้สามารถสื่อสารและเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในสังคมที่มีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม การพัฒนาทักษะการสื่อสารจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงเพื่อการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้นแต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อสำหรับโอกาสในอนาคตของนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้  ความรู้ด้านการใช้ภาษาจีน และภาษาไทย การเรียนรู้ภาษาจากเจ้าของภาษาทำให้สามารถใช้ภาษาที่เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียนรู้ในการสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าของภาษาในบรรยากาศที่เป็นมิตร และไม่เป็นทางการจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสาร การเรียนรู้ภาษาที่ควบคู่ไปกับการเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างกันจะช่วยให้ทั้งนักศึกษาจีน และไทยสามารถเข้าใจ และเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) คลังความรู้ที่ทำการศึกษาด้วยตนเอง วิธีการดำเนินการ ICC ประสานไปทางคณะบริหารเพื่อเชิญชวน นักศึกษาไทยในโครงการ YUFE (โครงการ 2 ปริญญา Yunnan University of Finance and Economics) และ ORM (แพทย์แผนจีน) มาทำกิจกรรมการเรียน ภาษาต่างประเทศเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 4 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง รวม 8 ชั่วโมง ในคาบเรียนวิชา ICT104 จัดกิจกรรมเล่นเกมส์เพื่อละลายพฤติกรรม ให้นักศึกษาจับกลุ่มกันเพื่อเรียนรู้ภาษาของกันและกัน ให้นักศึกษาจีนสอนภาษาจีนให้แก่นักศึกษาไทย และนักศึกษาไทยสอนภาษาไทยให้นักศึกษาจีนภายใต้หัวข้อที่กำหนด และออกมานำเสนอร่วมกัน หลังจบคลาสเรียนให้นักศึกษาแลกเปลี่ยน CONTACT ซึ่งกันและกันตามความสมัครใจ เพื่อทำกิจกรรมที่สนใจร่วมกันต่อไป 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน           เดิมตั้งใจให้นักศึกษา YUFE และ ORM เข้ามาร่วมกิจกรรมในวิชา ICT104 ตลอดภาคการศึกษา แต่นักศึกษาไทยมีตารางกิจกรรมค่อนข้างแน่นจึงทำให้การจัดกิจกรรมได้เป็นครั้งคราวขาดความต่อเนื่อง นักศึกษาทั้งสองกลุ่มได้ร่วมทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมในตอนเริ่มต้น ซึ่งช่วยให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายและ  เปิดใจมากในการใช้ภาษาต่างประเทศร่วมกันมากขึ้น การจับกลุ่มเพื่อเรียนรู้ภาษาซึ่งกันและกันทำให้นักศึกษาจีน และไทยได้มีโอกาสสอนภาษาและอธิบายวิธีการใช้ภาษาที่เป็นกันเองซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้ เกิดการแลกเปลี่ยน CONTACT นำมาซึ่งการกระตุ้นให้มีการติดต่อ และสร้างความสัมพันธ์ที่ยาวนานในอนาคต  3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK           กิจกรรมในครั้งนี้ช่วยให้นักศึกษาทั้ง 2 ประเทศเปิดใจ และทำความรู้จักกันได้ง่ายขึ้นในบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเองรวมถึงช่วยเสริมสร้างทักษะภาษาต่างประเทศระหว่างนักศึกษาทั้งสองกลุ่ม เพิ่มความเข้าใจในการสื่อสารที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ยังช่วยส่งเสริมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม และภาษาที่แตกต่างกัน ทำให้เหล่านักศึกษาเข้าใจซึ่งกันและกันจนนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงานร่วมกันในอนาคต ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice อาจารย์ผู้ประสานงานโครงการ YUFE และ ORM ต้องมีความเข้าใจและเห็นพ้องที่จะส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม ผู้สอนต้องมีความเข้าใจในภาษา และวัฒนธรรมที่หลากหลาย และยินดีสร้างสรรค์ นักศึกษาทั้ง2ฝ่ายต้องเห็นประโยชน์การดำเนินกิจกรรมร่วมกัน

ICC x YUFE x ORM การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเชิงสร้างสรรค์ Read More »

การบูรณาการความร่วมมือระหว่างคณะ/วิทยาลัย/หน่วยงาน เพื่อพัฒนาความเป็นสากลและการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR ไม่ระบุ (4.1.6/1) การบูรณาการความร่วมมือระหว่างคณะ/ วิทยาลัย/หน่วยงาน เพื่อพัฒนาความเป็นสากลและการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ ผู้จัดทำโครงการ​ รศ. ดร. ทศนัย ชุ่มวัฒนะ และบุคลากรสำนักงานนานาชาติทุกท่าน สำนักงานนานาชาติ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           จากวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยรังสิตที่ต้องการจะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ และผู้นำทางด้านความเป็นสากล (Internationalization) ร่วมกับนโยบายของผู้บริหารที่มุ่งเน้นการวางแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ  ซึ่งหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือ ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization) เพื่อการเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการพัฒนาคุณภาพของบัณฑิตให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ           จากประเด็นความท้าทายในเรื่องของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทยในปี 2559 จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยรังสิตต้องมีการกำหนดกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ.2565-2569 ทางด้านการพัฒนาความเป็นสากล ซึ่งจะทำให้เกิดการยกระดับมาตรฐานของการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาให้มีความรู้ ทักษะ ความสามารถในการรับมือและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงและความหลากหลายทั้งในบริบทของประเทศและบริบทโลกได้           สำนักงานนานาชาติ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายพันธกิจด้านการพัฒนาความเป็นสากลจากอธิการบดี รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยรังสิต  จึงได้สร้างความร่วมมือระหว่างวิทยาลัย คณะ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดให้มีกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาชาวต่างชาติให้ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม (Cross Cultural) หน่วยงานจึงจัดทำโครงการ RSUnival ขึ้นมาในปีการศึกษาที่ 2567 ซึ่งกิจกรรม RSUnival จะเป็นเวทีให้นักศึกษาไทยและต่างชาติได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมและภาษาต่างประเทศ รวมถึงมีประสบการณ์ซึ่งกันและกันและสืบสานประเพณีไทยงานสงกรานต์สืบไป ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้            ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญจากกิจกรรม RSUnival งานสงกรานต์ ที่นอกจากความสนุกสนานและความสำเร็จแล้ว ยังได้มอบความรู้และบทเรียนที่สำคัญหลายประการ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมในอนาคตได้  โดยสรุปเป็นประเด็นสำคัญดังนี้ การส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างวัฒนธรรม: กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติมีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรง เช่น การเล่นน้ำสงกรานต์ การแสดงทางวัฒนธรรม หรือ International Food Festival เป็นต้น ช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างวัฒนธรรม ลดอคติ และสร้างมิตรภาพ การจัดกิจกรรมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทย ช่วยเผยแพร่ความงดงามและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยให้นักศึกษาต่างชาติได้รู้จักและเข้าใจมากขึ้น การบริหารจัดการกิจกรรม: การวางแผนและเตรียมงานอย่างเป็นระบบ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของกิจกรรม ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น งบประมาณ สถานที่ กิจกรรม บุคลากร และการประชาสัมพันธ์ การประเมินผลกิจกรรม ช่วยให้เห็นจุดเด่น จุดด้อย และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมในครั้งต่อไป การสร้างความร่วมมือ: ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เป็นสิ่งสำคัญในการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ วิทยาลัยดนตรี และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล้วนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม RSUnival การมีส่วนร่วมของนักศึกษา ช่วยให้กิจกรรมมีความหลากหลาย สนุกสนาน และตรงกับความต้องการของนักศึกษามากขึ้น การใช้กิจกรรมเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้: กิจกรรม RSUnival งานสงกรานต์ เป็นมากกว่ากิจกรรมสันทนาการ แต่ยังเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา และการทำงานร่วมกัน การบูรณาการกิจกรรมเข้ากับการเรียนการสอน ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเกิดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมหาวิทยาลัย: กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมหาวิทยาลัย ดึงดูดนักศึกษาต่างชาติ และส่งเสริมความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัย ความรู้และบทเรียนเหล่านี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักศึกษา  และบรรลุเป้าหมายของมหาวิทยาลัย  ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)เจ้าของความรู้/สังกัด  สำนักงานนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต วิธีการดำเนินการ ประชุมหารือในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างวิทยาลัย/คณะ/หน่วยงานต่างๆ โดยหน่วยงานได้ติดต่อประสานงานไปยังวิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ วิทยาลัยดนตรี วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติจีน ศูนย์สุวรรณภูมิศึกษา สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม สำนักงานสิทธิประโยชน์ สำนักงานวิสด้อมมีเดีย ฝ่ายสื่อสารองค์กร และฝ่ายการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อวางแผนการดำเนินงานกิจกรรม RSUnival ร่วมกัน จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมและงบประมาณ กิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นในปีการศึกษาที่ 2567 ระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน 2567 จัดขึ้นบริเวณหน้าอาคารอาทิตย์อุไรรัตน์ ตึก1 โดยมอบหมายการปฏิบัติงานให้แต่ละภาคส่วนดังนี้ International Food Festival จัดโดยวิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ การแสดงดนตรีและการจัดบูทจำหน่ายสินค้า จัดโดยสำนักงานสิทธิประโยชน์ International Costume and Performance Day จัดโดยวิทยาลัยศิลปศาสตร์ International Music Festival จัดโดยวิทยาลัยดนตรี การแข่งขัน “มวยทะเล” จัดโดยสำนักงานสิทธิประโยชน์ พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงวัฒนธรรมพื้นเมือง จัดโดยศูนย์สุวรรณภูมิศึกษาและสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม การแสดงขบวนแห่กลองยาวและการแสดงนานาชาติ จัดโดยวิทยาลัยนานาชาติ คณะบริหารธุรกิจ และสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม Songkran Festival with EDM จัดโดยวิทยาลัยนานาชาติ การแสดงนานาชาติ โดย วิทยาลัยนานาชาติ การแสดงนานาชาติจีน โดย วิทยาลัยนานาชาติจีน International Fair การแสดงของนักศึกษาและชุมชนหลักหก ประสานงานโดยสำนักงานสิทธิประโยชน์ วงดนตรีบัวแก้วเกษร ประสานงานโดยสำนักงานสิทธิประโยชน์ งบประมาณโครงการ รับผิดชอบโดยสำนักงานนานาชาติ งานประชาสัมพันธ์ รับผิดชอบโดยสำนักงานวิสด้อมมีเดียและฝ่ายสื่อสารองค์กร รายละเอียดรายจ่ายงบประมาณโครงการ (ที่ตั้งไว้ในระบบงบประมาณ) ตามตารางที่ 1 ตารางที่1 ลำดับ รายการ หน่วย ราคา/หน่วย (บาท) ยอดรวม (บาท) 1 ฝ่ายสื่อสารองค์กร 1 6,851.00 6,851.00 2 Wisdom Media 1  3,600.00  3,600.00 3 สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม 1 88,000.00 88,000.00 4 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ 1 9,625.00 9,625.00 5 วิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ 1 3,000.00 3,000.00 6 วิทยาลัยศิลปศาสตร์ 1 13,500.00 13,500.00 7 วิทยาลัยดนตรี 1 18,000.00 18,000.00 8 วิทยาลัยนานาชาติ 1 14,000.00 14,000.00 9 วิทยาลัยนานาชาติจีน 1 5,000.00 5,000.00 รวมทั้งหมด 161,576.00 รายละเอียดรายจ่ายงบประมาณโครงการ (ค่าใช้จ่ายจริง) ตามตารางที่2 ตารางที่2 ลำดับ รายการ หน่วย ราคา/หน่วย (บาท) ยอดรวม (บาท) 1 ฝ่ายสื่อสารองค์กร 1  6,849.00  6,849.00 2 Wisdom Media 1 3,600.00 3,600.00 3 สถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม 1  87,951.00  87,951.00 4 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ 1 9,865.00 9,865.00 5 วิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ 1  3,018.00  3,018.00 6 วิทยาลัยศิลปศาสตร์ 1 13,480.00 13,480.00 7 วิทยาลัยดนตรี 1 11,890.00 11,890.00 8 วิทยาลัยนานาชาติ 1 14,000.00 14,000.00 9 วิทยาลัยนานาชาติจีน 1  5,451.90  5,451.90 รวมทั้งหมด 156,104.90 ยอดเงินอนุมัติ 161,576.00 บาท ยอดเงินค่าใช้จ่ายจริง 156,105.50 บาท ยอดเงินคงเหลือ 6,180.40 บาท 3.ดำเนินกิจกรรมตามกำหนดการดังรูปภาพที่ 1 ภาพกำหนดการงาน “RSUnival” 4. สรุปผลกิจกรรมและผลประเมินความพึงพอใจ ผลการดำเนินงานกิจกรรม RSUnival มีกิจกรรมภายในงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและสร้างความคุ้นเคยกันระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ สืบสานประเพณีไทยและเผยแพร่วัฒนธรรมไทย สร้างความสนุกสนานและรื่นเริงให้กับนักศึกษา โดยมีกิจกรรมหลากหลายด้าน เช่น การแสดงทางวัฒนธรรม: การแสดงจากนักศึกษาไทยและต่างชาติ การละเล่นพื้นบ้าน: สะบ้าบ่อน ไทยทรงดำ การออกร้านจำหน่ายอาหาร: อาหารไทยและอาหารนานาชาติ การแสดงดนตรี: ดนตรีสดจากวงดนตรีนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต ผลลัพธ์ความสำเร็จจากกิจกรรม RSUnival           ภาพรวมของกิจกรรมถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งคนไทยและต่างชาติรวมมากกว่า 300 คน สามารถจัดกิจกรรมได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ นอกจากนี้กิจกรรมต่างๆภายในงานยังได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเล่นน้ำสงกรานต์ การแสดงวัฒนธรรมและการแข่งขันมวยทะเล กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ และเผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี ผลประเมินความพึงพอใจ           มีจำนวนผู้ตอบแบบประเมิน 157 คน คิดเป็นร้อยละ 52 ของผู้เข้าร่วมโครงการ สรุปผลการประเมินงานได้ดังแผนภูมิรูปภาพ 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน 2.1 ผลการดำเนินการกิจกรรม RSUnival กิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาชาวต่างชาติได้ และยังช่วยส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ความเป็นสากลให้มหาวิทยาลัยมากขึ้น 2.2 การนำไปใช้หรือการลงมือปฏิบัติจริง ช่วยให้เข้าใจกระบวนการทำงานเป็นทีมทำให้เกิดสหวัฒนธรรมภายในองค์กรและดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน สามารถนำประสบการณ์ไปพัฒนาและต่อยอดการทำงานหรือการจัดกิจกรรมอื่นๆในอนาคตได้ 2.3 อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน – ปัญหาการสื่อสารภายใน เนื่องจากต้องทำงานกับทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย บางครั้งอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและการบริหารจัดการเวลาที่ไม่ตรงกัน ส่งผลต่อการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและล่าช้าในบางครั้ง จึงจัดประชุมเพื่อหารือและหาข้อตกลงก่อนดำเนินงานร่วมกัน 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ จำนวนและความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมในมหาวิทยาลัยรังสิต กิจกรรมได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างดี จึงทำให้มีการจัดงานอย่างต่อเนื่องในปี 2568 งานโครงการ กิจกรรม ตอบโจทย์ตามเป้าหมายที่ระบุไว้ใน ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization)  ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice ความสำเร็จตาม Key Result วัตถุประสงค์ (Objectives): สร้างและรวบรวมองค์ความรู้จากกิจกรรม RSUnival เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการจัดงานในอนาคต เพื่อสร้างฐานข้อมูลองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนากิจกรรม RSUnival อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์จากกิจกรรม RSUnival เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่นักศึกษาและบุคลากรสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับกิจกรรม RSUnival พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการจัดการความรู้สำหรับกิจกรรม RSUnival เพื่อสร้างระบบการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรม RSUnival ผลลัพธ์หลัก (Key Results): จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรม RSUnival ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สร้างฐานข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรม RSUnival

การบูรณาการความร่วมมือระหว่างคณะ/วิทยาลัย/หน่วยงาน เพื่อพัฒนาความเป็นสากลและการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ Read More »

การพัฒนาภาษาอังกฤษจากการบูรณาการเรียนการสอนผ่านกิจกรรม

รางวัลดีเด่น ปีการศึกษา 2564 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาภาษาอังกฤษจากการบูรณาการ การเรียนการสอนผ่านกิจกรรม ผู้จัดทำโครงการ​ ปาริฉัตร แก้กลาง สำนักงานนานาชาติ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           การพัฒนาภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ ภายใต้โครงการ P2A Virtual Mobility โดยการนำกิจกรรม P2A Virtual Journey มาบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนในรายวิชา RSU150/RSU180 Creative Management การจัดการเชิงสร้างสรรค์           เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปแลกเปลี่ยนยังต่างประเทศ การเรียนการสอน และการดำเนินกิจกรรม ทางสำนักงานนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงจัดตั้งโครงการ P2A Virtual Mobility ตั้งแต่ปีการศึกษาที่ 1/2563 โดยมีชื่อกิจกรรมว่า P2A Virtual Journey มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาสมรรถนะด้านภาษาของบัณฑิตไปสู่ระดับความเป็นสากล และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่นักศึกษาไทยและต่างประเทศ โดยการนำกิจกรรมดังกล่าว ไปบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยระหว่างประเทศ ซึ่งรูปแบบของกิจกรรม เป็นกิจกรรมการเรียนรู้เสมือนจริง ผ่าน Facebook Group หรือโปรแกรม Zoom รองรับกลยุทธ์ทางด้านการศึกษาในยุค New Normal ณ ปัจจุบัน ซึ่งอาจารย์ผู้สอน เห็นควรว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาอย่างมาก จึงนำกิจกรรมมาสอดแทรกการเรียนการสอนในรายวิชา RSU150/RSU180 Creative Management การจัดการเชิงสร้างสรรค์ จากสถาบัน Gen.Ed มหาวิทยาลัยรังสิต ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)  ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ KM Rangsit University     (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase)  เจ้าของความรู้/สังกัด วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี วิธีการดำเนินการ สำรวจค่านิยมการใช้สื่อสังคมในแต่ละประเทศ จากการสำรวจผู้ใช้สื่อ social ในแต่ละประเทศ พบว่าหลายประเทศนิยมใช้ Facebook ในการสร้างเครือข่าย จึงนำมาใช้เป็น Platform ในการจัดกิจกรรม P2A Virtual Journey สร้าง Platform การจัดกิจกรรมผ่านสื่อสังคม Facebook Group และ Facebook Fanpage ในนาม P2A Virtual Mobility เนื่องจาก Facebook Group สามารถจำกัดปริมาณคนเข้าถึงได้ เป็น private group ทำให้สะดวกแก่การนำมาใช้ในระบบการศึกษา หรือการจัดกิจกรรมออนไลน์ และ Facebook Fanpage ไม่จำกัดปริมาณคนเข้าถึง สะดวกแก่การนำมาใช้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลกิจกรรม และการถ่ายทอดสดออนไลน์  หลังจากที่ได้ Platform ที่เป็นรูปธรรมแล้ว จึงดำเนินการประสานงานภายในกับอาจารย์ สถาบัน Gen.Ed สถาบันส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สถาบันภาษาอังกฤษ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติจีน ฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักงาน Wisdom Media และศูนย์ RSU Cyber University เพื่อวางแผนกิจกรรมร่วมกัน และหามหาวิทยาลัยพันธมิตรในต่างประเทศที่มีความสนใจ และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ ระหว่างวันที่ 17 และ 26 พฤศจิกายน 2564 และ วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ก็ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยพันธมิตรทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ Universitas Islam Indonesia, Indonesia และ  Universiti Malaya, Malaysia มหาวิทยาลัย จาก 10 ประเทศอาเซียน สร้างรูปแบบ และแนวทางการจัดกิจกรรม หลังจากที่ได้กำหนดการที่ชัดเจนแล้ว จึงเริ่มต้นกิจกรรม โดยใช้ชื่อเรื่องว่า Career in the next 10 year โดยแนวทางการจัดกิจกรรม สรุปได้ดังนี้ ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มละ 4-5 คน ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนใหม่ แต่ละกลุ่มต้องประกอบด้วย นักศึกษาอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และ P2A Ambassador จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต  แบ่งกลุ่มเรียบร้อย ให้นักศึกษาทุกคนแนะนำตัวทำความรู้จักกันบน Facebook Group: P2A Virtual mobility และจัดตั้งแชทกลุ่ม ผ่าน LINE หรือ WhatsApp เพื่อปรึกษาหารือในการทำคลิปวีดิโอกลุ่มร่วมกัน เกี่ยวกับอาชีพที่คาดว่าจะมีขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งนักศึกษาสามารถทำงานนี้ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ เพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์ แต่ละกลุ่มจะต้องส่งผลงานดังนี้ – กำหนดให้ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ประกอบด้วย 1) แสดงเทคนิคที่ใช้สำหรับการปฏิบัติงานร่วมกัน และ 2) คลิปวิดีโอกลุ่ม มีความยาวไม่เกิน 5 นาที และสมาชิกทุกคนได้ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในคลิปวิดีโอนั้น โดยบรรยายเนื้อหาที่สอดคล้องกับหัวเรื่อง Career in the next 10 year โดยมีหัวข้อย่อยให้เลือกทำคลิปวิดีโอ 2 ข้อ ได้แก่ 1. The Technology and tools that will be needed in the next 10 years 2. The skills that will be needed in the next 10 years ซึ่งนักศึกษาจะได้ความรู้เพิ่มเติมมาจากการเข้าร่วมรับฟังการบรรยายในแต่ละหัวข้อจากวิทยากรพิเศษทั้ง 3 ประเทศ ผ่านกิจกรรมสัมมนาในงานนี้ – ส่งคลิปวิดีโอลง Google Drive ภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เพื่อส่งต่อให้คณะกรรมการทั้ง 3 ประเทศพิจารณาคัดเลือกมา 5 คลิปวิดีโอที่ตรงตามเกณฑ์ตัดสินที่กำหนดไว้ เพื่อนำคลิปที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอในวันประกาศรางวัล วันที่ 1 ธันวาคม 2564 โดยให้ผู้ชมเป็นผู้ตัดสินใจ เลือกคลิปวิดิโอที่น่าสนใจที่สุดมา 1 คลิป ผ่านการโหวตคัดเลือกบนลิ้งค์ google form เพื่อค้นหากลุ่มผู้ชนะในกิจกรรม “รับของรางวัล คือ E-Certificate” ประเมินวัดผลการจัดกิจกรรมพบว่าอาจารย์และนักศึกษาทั้งจากมหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยพันธมิตรเข้าร่วมกิจกรรมแล้วพึงพอใจในกิจกรรมนี้ จึงส่งผลให้มีกิจกรรมนี้ต่อเนื่องในทุกปีการศึกษา 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน 2.1 ผลการดำเนินการ กิจกรรมประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งกับนักศึกษาและอาจารย์ และมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง 2.2 การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง การนำกิจกรรมมาประยุกต์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางด้านภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศข้ามประเทศได้ผ่านการจัดกิจกรรมเสมือนจริง ทดแทนการเดินทางไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถทำได้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 2.3 อุปสรรค์หรือปัญหาในการทำงาน ปัญหาในการบริหารเวลา เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยระหว่างประเทศ ซึ่งมีกำหนดการของการเรียนต่างกัน กิจกรรมระหว่างวันที่ 17 และ 26 พฤศจิกายน 2564 และ วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ที่กำหนดขึ้นเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต ได้กำหนดสอบปลายภาค ของปีการศึกษาที่ 1/2564 แต่ก็ต้องกำหนดตามนี้เพื่อให้ตารางเวลาการทำกิจกรรมของทั้ง 3 ประเทศดำเนินการร่วมกันได้ หากนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมติดสอบ ให้นักศึกษาตามงานจากเพื่อนในกลุ่มนอกรอบ เนื่องจากเป็นงานกลุ่ม นักศึกษาสามารถปรึกษาหารือกันนอกรอบได้ตลอด จนกว่ากิจกรรมจะสิ้นสุด ปัญหาการสื่อสารภายใน เนื่องจากมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานและวิทยาลัยที่ไม่ตรงกัน ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าใจผิดในรายละเอียดของกิจกรรม แก้ปัญหาด้วยการสร้างกลุ่ม Admin ผ่าน Line group เพื่อการประสานงานที่ถูกต้อง และรับทราบโดยทั่วกัน แก่นักศึกษาไทยและต่างชาติ ปัญหาผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านโปรแกรม Zoom มีจำนวนมากเกินไป แก้ปัญหาด้วยการ Live สดผ่าน Zoom ใช้ Facebook Fanpage: P2A Virtual Mobility ในการ Live  เพื่อรองรับผู้ชมจำนวนมากได้ และสามารถประชาสัมพันธ์กิจกรรมสู่สาธารณะได้ ความสามารถทางด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยยังต้องพัฒนาเพิ่มเติม จึงแนะนำให้นักศึกษาไทยสื่อสารกับเพื่อนต่างชาติระหว่างดำเนินกิจกรรมให้มากขึ้น เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์จริง สร้างความคุ้นชินในการใช้ภาษาอังกฤษ และยังเพิ่มทักษะด้านการพัฒนาภาษาอังกฤษ ในเรื่องการฟัง พูด อ่าน และ เขียน ผ่านการสร้างสรรค์และนำเสนอผลงาน 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ จำนวนและความพึงพอใจของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจากทั้ง 3 ประเทศที่เข้าร่วม มหาวิทยาลัยพันธมิตรเห็นควรให้มีโครงการและกิจกรรมดังกล่าวเป็นประจำทุกปีการศึกษา กิจกรรมนี้ตอบโจทย์แผนยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ (Internationalization) ในเรื่องของการพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิตไปสู่ความเป็นสากลที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพภาษาอังกฤษของนักศึกษาและบุคลากร ในเรื่องของทักษะภาษาอังกฤษ ได้แก่ การฟัง (Listening) การพูด (Speaking) การอ่าน (Reading) และ การเขียน (Writing) เป็นต้น การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่           จากการจัดกิจกรรม P2A Virtual Mobility พบว่านักศึกษาและบุคลากรกล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารมากขึ้นในชีวิตประจำวัน เพราะได้ทดลองใช้ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงจากชาวต่างชาติ และยังสามารถนำไปต่อยอดการปฏิบัติงานในอนาคตได้ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมออนไลน์เหล่านี้ นอกจากจะได้พัฒนาภาษาอังกฤษแล้วยังช่วยให้นักศึกษาและบุคลากรได้เรียนรู้การปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นและการเข้าสังคมนานาชาติ ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice           ควรจะมีระบบมาสนับสนุนในการเก็บข้อมูลการทำกิจกรรมด้านนานาชาติ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความเป็นสากลแก่นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยรังสิต ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรังสิต ปี 2565-2569

การพัฒนาภาษาอังกฤษจากการบูรณาการเรียนการสอนผ่านกิจกรรม Read More »

ทำอย่างไรให้นักศึกษาไทยและต่างชาติมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านกิจกรรมการบูรณาการทางวิชาการในรายวิชา

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2566 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.3 ทำอย่างไรให้นักศึกษาไทยและต่างชาติมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านกิจกรรมการบูรณาการทางวิชาการในรายวิชา ผู้จัดทำโครงการ​ อ.อำพร พัวประดิษฐ์ อ.อุษณีย์ มะลิสุวรรณ และ อ.ศรีสองรัก พรหมวิทักษ์ วิทยาลัยนานาชาติ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติมีโอกาสค่อนข้างจำกัดในการทำกิจกรรมแบบมีปฏิสัมพันธ์กัน (Interactive activity) เพื่อพัฒนาทักษะในการสื่อสารและการเรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ในขณะที่กิจกรรมที่มีอยู่ก็มักเป็นไปในลักษณะพัฒนาตนเองโดยเฉพาะ และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนน้อย อาทิเช่น การไปแลกเปลี่ยนนักศึกษา ซึ่งต้องอาศัยความสนใจอย่างเข้มข้นจริงจัง ความมั่นใจในตนเอง ความสามารถในการสื่อสารและสถานภาพทางเศรษฐกิจ หรือการเข้าร่วมสัมมนา มักเป็นลักษณะ one way communication  ปราศจาก engagement การมีส่วนร่วมในการสื่อสารแสดงความคิดเห็น เนื่องจากข้อจำกัดทางภาษา (Language barrier) จึงนำไปสู่แนวคิดในการจัดทำกิจกรรมเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ของนักศึกษาสองกลุ่มนี้ โดยการบูรณาการวิชาการในรายวิชาของหลักสูตรไทย และหลักสูตรนานาชาติร่วมกัน  วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนานาชาติผ่านกิจกรรมในห้องเรียน เช่น การถกเถียงระดมความคิดการวิเคราะห์และแก้ปัญหา ตลอดจนเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรมต่าง ๆ ร่วมกันความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ Integration: การบูรณาการการจับคู่บูรณาการรายวิชาที่เหมาะสมโดยผู้สอนทั้งสองฝ่ายสมัครใจและต้องการพัฒนาทั้งตัวผู้สอนเองและตัวนักศึกษา เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นสากล (Internationalization) ผู้สอนสามารถออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับแนวทางของวิชาตนเอง เช่น การสัมภาษณ์คนไข้, การเล่นเกมส์, การต่อ Lego การ discussion ด้านวัฒนธรรม Communication: การสื่อสารทำอย่างไรให้นักศึกษาไทยมีจุดเริ่มต้นในการกล้าพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติในลักษณะที่สามารถเข้าใจกันได้ โดยไม่คาดหวังความถูกต้องของโครงสร้างทางภาษา 100% ส่วนนักศึกษาต่างชาติหัดพูดทักทายเป็นภาษาไทย Personality: บุคลิกภาพทำอย่างไรให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้บุคลิกภาพที่มีมิติทางวัฒนธรรมของแต่ละผ่าย เพื่อให้เข้าใจลักษระการตอบสนองจากการสื่อสารผ่านวัจนภาษา (verbal communication) และอวัจนภาษา (non-verbal communication) ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explecit Knowledge) : ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ KM Rangsit University (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase) เจ้าของความรู้/สังกัด หลากหลาย ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) : เจ้าของความรู้/สังกัด อ.อำพร พัวประดิษฐ์  อ.อุษณีย์  มะลิสุวรรณ อ.ศรีสองรัก พรหมวิทักษ์ วิทยาลัยนานาชาติ  วิธีการดำเนินการ 1. วิธีการดำเนินการ   ดำเนินการตามขั้นตอน plan, do, check, act ดังนี้ แสวงหาความร่วมมือจากผู้สอนทั้งหลักสูตรไทยและนานาชาติและจับคู่รายวิชา แบ่งกลุ่มทำงานนักศึกษาที่มีส่วนผสมระหว่าง Thai และ non-Thai อย่างเหมาะสม เตรียมกิจกรรมที่เหมาะสม ไม่ยาก หรือซับซ้อนและสนุก เตรียมใจนักศึกษาทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติต้องมีความเข้าใจบุคลิกภาพของนักศึกษาไทยที่มักแสดงออกผ่านอวัจนภาษาในการสื่อสาร เช่น ยิ้มมากกว่าพูด นักศึกษาสรรหาเทคนิคเองเพื่อสร้างแรงจูงใจให้อีกฝ่ายแสดงออกมา เช่น การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ผู้สอนทำหน้าที่เป็น coach ดึงเอาความสามารถของนักศึกษาออกมาและกระตุ้นให้มีการ discussion, critical analysis, problem-solving, solution และpresentation 2. Prototype testing in an operational environment – DO ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน  อุปสรรคทางภาษา (Language barrier) ยังคงเป็นปัญหาหลักในตอนเริ่มต้นของนักศึกษาไทย แต่ถูกทะลายลงด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สนุกสนาน การไม่มีช่องว่างระหว่งวัยและความคิด ตัวกิจกรรมที่ไม่ซับซ้อนและเป็นเรื่องใกล้ตัวเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การ discussion ด้านวัฒนธรรม ทำให้ทั้งสองฝ่ายกล้าแสดงออกมากขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษาไทย  เวลาที่ใช้ดำเนินการประมาณ 2 ชั่วโมง/วัน เหมาะสมกับกิจกรรม ทุกคนตั้งใจทำงานให้บรรลุเป้าหมาย นักศึกษาไทยและต่างชาตินำเสนอหน้าชั้นร่วมกัน โดยฝ่ายแรกใช้ภาษาอังกฤษนำเสนออย่างง่าย ๆ เข้าใจได้ บางคนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี เป็นที่ชื่นชมของเพื่อนร่วมชั้น          3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคทางภาษา ผู้สอนทำหน้าที่เป็น coach ดึงความสามารถนักศึกษาออกมาพร้อมทั้งกระตุ้นให้กำลังใจ ไม่จับผิด ให้เป็นตัวของตัวเองและกล่าวยกย่องชมเชย การเตรียมความพร้อม ไม่ใช่เฉพาะสำหรับนักศึกษาเท่านั้น แต่รวมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือผู้สอนทั้งสองฝ่าย ผู้เรียน และเจ้าหน้าที่ เพื่อให้บรรยากาศของกิจกรรมน่าสนใจ ไม่น่ากลัว ทำให้นักศึกษาอยากเข้าร่วมเพราะสนุกและได้เพื่อนใหม่ นักศึกษาไทยสะท้อนเรื่องเวลาของกิจกรรมที่น้อยไป จึงนำไปสู่การเพิ่มเวลาจาก 3 ชั่วโมงเป็น 9 ชั่วโมง (3 วันไม่ต่อเนื่อง) ในครั้งต่อ ๆ ไป และอยากให้จัดกิจกรรมแบบนี้เพิ่มขึ้นอีก เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมที่สร้างรอยยิ้มร่วมกัน เช่น ขนมครก นักศึกษาพม่าเรียกว่า Husband and wife cake โดยอธิบายจากลักษณะของขนมที่มีสองฝาประกบบนล่าง ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice นักศึกษานานาชาติอยากให้เพิ่มความท้าทายและความน่าสนใจของกิจกรรมให้มากขึ้น กิจกรรมครั้งต่อ ๆ ไปจึงเน้น discuss เพื่อทำ business deal ร่วมกัน หรือออกแบบ design สินค้าร่วมกัน เพิ่มเวลากิจกรรมมากขึ้นในครั้งต่อไป โดยดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปีการศึกษา รวมรายวิชาที่เข้าร่วมทั้งสิ้นโดยประมาณ 10 รายวิชา จากวิทยาลัยนานาชาติ คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม  คณะรัฐศาสตร์  คณะเทคนิคการแพทย์

ทำอย่างไรให้นักศึกษาไทยและต่างชาติมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านกิจกรรมการบูรณาการทางวิชาการในรายวิชา Read More »

ส่งเสริมการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศ

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2565 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.3 ส่งเสริมการเรียนการสอนโดย ใช้ภาษาต่างประเทศ ผู้จัดทำโครงการ​ ดร.เครือวัลย์ คุ้มครอง (รองคณบดีฝ่ายบริหาร) คณะเทคนิคการแพทย์ ผู้ให้ความรู้ 1) ดร.อรนันท์ พรหมมาโน 2) ดร.อรอุมา สร้อยจิต คณะเทคนิคการแพทย์ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           เนื่องจากมีการปรับใช้แผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฉบับใหม่ สำหรับปีการศึกษา 2565 – 2569 ส่งผลให้มียุทธศาสตร์ใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือ การเสริมสร้างพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization) โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้           (1) เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากร มีความรู้ทักษะการสื่อสารและประสบการณ์ที่จะประสบความสำเร็จ ในสังคมนานาชาติและพัฒนาความสามารถเหล่านี้ ได้ด้วยตนเองผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้           (2) เพื่อให้มหาวิทยาลัยรังสิตได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นสากลจากองค์กร มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ เป็นการส่งเสริมการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศผ่านการจัดกิจกรรมความเป็นนานาชาติ (International Activity) เพื่อให้นักศึกษาต่างชาติมีโอกาสทำความรู้จัก พูดคุยกับนักศึกษาไทย ทำให้นักศึกษาไทยได้มีโอกาสฝึกทักษะทางภาษาอังกฤษ ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน  ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) : ส่งเสริมการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศผ่านการจัดกิจกรรมความเป็นนานาชาติ (International Activity)ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) : เจ้าของความรู้ วิธีการดำเนินการ 1. วิธีการดำเนินการ    1. ประชุมร่วม 5 คณะ เพื่อออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่าย    2. ประชุมทีมสอนรายวิชา RSU171 วิถีสุขภาพดีมีสุข เพื่อเลือกหัวข้อที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรม และจัดตาราง เรียนให้สอดคล้องกับวันเวลาที่จะดำเนินกิจกรรม    3. ออกแบบกิจกรรม และจัดทำแผนการสอนรายคาบ    4. จัดเตรียมสื่อช่วยสอน “กิจกรรมคัดกรองผู้บริจาคโลหิต” โดยมีภารกิจ :        1) นักศึกษาไทยสัมภาษณ์นักศึกษาต่างชาติ       2) นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติเรียนรู้คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต       3) นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติทำกิจกรรมต่อจิ๊กซอว์คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต       4) นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติเรียนรู้ประโยชน์ของส่วนประกอบของเลือดบริจาค       5) นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ เรียนรู้หมู่เลือดกับการให้เลือด    5. จัดกิจกรรม “กิจกรรมคัดกรองผู้บริจาคโลหิต” ดังกล่าว โดยแบ่งกลุ่มย่อยทำกิจกรรม 4 กลุ่ม vs อาจารย์พี่เลี้ยง 2 คนต่อกลุ่ม    6. นักศึกษาทั้ง 4 กลุ่ม ส่งตัวแทนทั้งนักศึกษาไทยและต่างชาติมานำเสนอความรู้เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตหน้าชั้นเรียน    7. นักศึกษาทำแบบประเมินกิจกรรมผ่าน ผ่าน Google Forms    8. ดร.อรนันท์ พรหมมาโน และ ดร.อรอุมา สร้อยจิต ถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศผ่านการจัดกิจกรรมความเป็นนานาชาติ ให้แก่บุคคลากรคณะเทคนิคการแพทย์ 2. ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน     จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม (นักศึกษาต่างชาต/นักศึกษาไทย) N = 81/26 คน     ข้อคำถาม                                                             ค่าเฉลี่ย                         ระดับความคิดเห็นความเหมาะสมของสถานที่                                                         4.48/4.68                               เห็นด้วยมากที่สุดความเหมาะสมของระยะเวลา                                                       4.15/4.32                                เห็นด้วยมากคุณภาพของอุปกรณ์เสียงและสื่อ                                                4.29/4.64                                เห็นด้วยมากที่สุดความรู้ความเข้าใจที่ได้จากกิจกรรม                                               4.21/4.44                                เห็นด้วยมากที่สุดความรู้ ไอเดีย ทักษะ หรือประสบการณ์ใหม่ที่ได้จากกิจกรรม               4.29/4.56                               เห็นด้วยมากที่สุดหัวข้อกิจกรรมน่าสนใจ                                                              4.24/4.60                               เห็นด้วยมากที่สุด     อุปสรรคหรือปัญหา      1. นักศึกษาไทยมีจำนวนน้อยและมาสาย ทำให้นักศึกษาต่างชาติบางส่วนต้องรอเพื่อทำกิจกรรมกับนักศึกษาไทย      2. นักศึกษาไทยมีความหลากหลาย มาจากหลายคณะ เช่น  คณะกายภาพบำบัดฯ  วิทยาลัยนิเทศศาสตร์  คณะบริหารธุรกิจ  คณะวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์  และวิทยาลัยศิลปะศาสตร์      3. นักศึกษาไทยไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ มี LANGUAGE BARRIER หากเป็นกิจกรรม DISCUSSION นักศึกษาต่างชาติ มักเป็นฝ่ายพูดเป็นส่วนใหญ่      4. นักศึกษาไทยบางส่วนไม่เข้าใจศัพท์เฉพาะ เกี่ยวกับการคัดกรองผู้บริจาคโลหิต  3. การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์นำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่    การตรวจสอบผลการดำเนินการ       ประเมินกิจกรรม ผ่าน Google Forms โดยนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรม    การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้       มีการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับบุคลากรในคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อประโยชน์ในการนำไปปรับใช้กับรายวิชาอื่นของคณะ    สรุปและอภิปรายผล       ผลการประเมินกิจกรรม เกือบทุกด้านอยู่ในระดับ เห็นด้วยมากที่สุด เช่น ความเหมาะสมของสถานที่, คุณภาพของอุปกรณ์เสียงและสื่อ, ความรู้ความเข้าใจที่ได้จากกิจกรรม, ความรู้ ไอเดีย ทักษะ หรือประสบการณ์ใหม่ที่ได้จากกิจกรรม และ หัวข้อกิจกรรมน่าสนใจ ส่วน ความเหมาะสมของระยะเวลา อยู่ในระดับ เห็นด้วยมากบทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่       1. ทำให้ทราบถึงแนวทางการจัดกิจกรรมความเป็นนานาชาติ (International Activity) เพื่อให้นักศึกษาต่างชาติมีโอกาสทำความรู้จัก พูดคุยกับนักศึกษาไทย ทำให้นักศึกษาไทยได้มีโอกาสฝึกทักษะทางภาษาอังกฤษ และนักศึกษาต่างชาติมีโอกาสได้เข้าใจเกี่ยวกับการบริจาคเลือด ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาไทย       2. ทำให้ทราบถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางแก้ปัญหา เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมความเป็นนานาชาติ (International Activity)  ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice ปรับแผนการสอน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ดูรูปภาพ/กิจกรรมเพิ่มเติมที่นี่

ส่งเสริมการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศ Read More »

Scroll to Top