ยุทธศาสตร์ที่ 4

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

กิจกรรมความร่วมมือระหว่างคณะการทูตและการต่างประเทศ (SDIS) มหาวิทยาลัยรังสิต กับ Faculty of Law and International Relations, Universiti Sultan Zainal Abidin (UniSZA)

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR  ไม่ระบุ กิจกรรมความร่วมมือระหว่างคณะการทูตและการต่างประเทศ (SDIS) มหาวิทยาลัยรังสิต กับ Faculty of Law and International Relations, Universiti Sultan Zainal Abidin (UniSZA) ผู้จัดทำโครงการ​ ดร.จิระโรจน์ มะหมัดกุล คณะการทูตและการต่างประเทศ 1. บริบทและความสำคัญ                ในบริบทของการอุดมศึกษายุคปัจจุบัน การพัฒนาความเป็นสากลถือเป็นภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย ทั้งในด้านคุณภาพการเรียนการสอน การสร้างเครือข่ายทางวิชาการ และการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาให้สามารถแข่งขันและทำงานในสังคมนานาชาติได้ อย่างไรก็ตาม นักศึกษาจำนวนมากยังมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ระหว่างประเทศค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะในด้านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การนำเสนอผลงานต่อผู้ฟังต่างชาติ การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการสร้างเครือข่ายกับนักศึกษาหรือคณาจารย์จากต่างประเทศ                คณะการทูตและการต่างประเทศจึงเห็นโอกาสสำคัญในการใช้กิจกรรมความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศเป็นกลไกในการผลักดันยุทธศาสตร์ความเป็นสากลของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านการพบปะ แลกเปลี่ยนวิชาการ และสร้างความสัมพันธ์อันดีในระดับนานาชาติ กิจกรรม SDIS x UniSZA จึงถูกริเริ่มขึ้นเพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง School of Diplomacy and International Studies (SDIS), Rangsit University กับ Universiti Sultan Zainal Abidin (UniSZA), Malaysia ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ) เพื่อส่งเสริมความเป็นสากลของคณะและมหาวิทยาลัยผ่านความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะการสื่อสารระดับนานาชาติและการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม เพื่อสร้างเครือข่ายทางวิชาการและมิตรภาพระหว่างนักศึกษาและคณาจารย์ของทั้งสองสถาบัน เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนางานวิจัย โครงงาน และการเรียนรู้ในระดับนานาชาติในอนาคต เพื่อวางรากฐานสำหรับความร่วมมือระยะยาว เช่น กิจกรรมร่วม การแลกเปลี่ยนนักศึกษา การวิจัยร่วม หรือการพัฒนาหลักสูตรในอนาคต ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) เจ้าของความรู้/สังกัด  คณาจารย์และผู้บริหารของคณะการทูตและการต่างประเทศ          รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้           แนวปฏิบัตินี้อาศัยทั้งความรู้เชิงนโยบายและความรู้จากประสบการณ์จริง โดยผสมผสานหลักการด้าน internationalization, student engagement, intercultural communication และ collaborative learning เข้ากับบริบทของคณะการทูตและการต่างประเทศ เพื่อออกแบบกิจกรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงการต้อนรับคณะผู้แทน แต่เป็นเวทีการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีเป้าหมาย นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างเครือข่ายกับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งเป็นการแปลงนโยบายความเป็นสากลให้เกิดผลในทางปฏิบัติ 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน ยุทธศาสตร์ที่ 4 โปรดระบุ KR เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization)  รายละเอียดตัวชี้วัด การดำเนินกิจกรรมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้สำเร็จตามแผน การมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ผลสะท้อนการเรียนรู้ของนักศึกษาในด้านทักษะการสื่อสาร การเปิดรับมุมมองใหม่ และการสร้างเครือข่าย การต่อยอดความร่วมมือในอนาคตระหว่างสองสถาบัน ขั้นตอนการดำเนินงาน วางแผนแนวคิดและกำหนดวัตถุประสงค์ของกิจกรรมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความเป็นสากลของมหาวิทยาลัย ประสานงานกับ Universiti Sultan Zainal Abidin (UniSZA) เพื่อกำหนดรูปแบบกิจกรรม วันเวลา และรายละเอียดการเยือน ออกแบบกิจกรรมให้เน้นการมีส่วนร่วมของนักศึกษา เช่น student presentations, academic exchange และ networking คัดเลือกและเตรียมความพร้อมนักศึกษาในการนำเสนอผลงานและเข้าร่วมกิจกรรม ดำเนินกิจกรรมจริง โดยต้อนรับคณะผู้แทนและจัดเวทีแลกเปลี่ยนทางวิชาการ   ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) บุคลากรผู้รับผิดชอบด้านวิชาการและการประสานงาน ห้องประชุม/ห้องจัดกิจกรรม อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ เช่น เครื่องเสียง โปรเจคเตอร์ และคอมพิวเตอร์ เอกสารประกอบกิจกรรมและสื่อประชาสัมพันธ์ งบประมาณสำหรับการต้อนรับ การจัดสถานที่ และการดำเนินกิจกรรมตามความเหมาะสม 3. การลงมือปฏิบัติ                คณะการทูตและการต่างประเทศได้ดำเนินการต้อนรับคณะผู้แทนจาก Universiti Sultan Zainal Abidin (UniSZA), Malaysia อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างนักศึกษาและคณาจารย์ของทั้งสองสถาบัน ภายในกิจกรรมมีการนำเสนอผลงานของนักศึกษา การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นทางวิชาการ และการสร้างเครือข่ายระหว่างนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาไทย                กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในสถานการณ์จริง ฝึกการสื่อสารในบริบทนานาชาติ เปิดรับมุมมองใหม่จากต่างประเทศ และได้รับแรงบันดาลใจในการต่อยอดการเรียน งานวิจัย และโครงการในอนาคต นอกจากนี้ กิจกรรมยังช่วยสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข ความแตกต่างด้านเวลาและรายละเอียดการประสานงานระหว่างสองสถาบัน แก้ไขโดยกำหนดผู้ประสานงานหลักและสื่อสารอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางที่ชัดเจน ความพร้อมของนักศึกษาในการสื่อสารและนำเสนอในบริบทนานาชาติ แก้ไขโดยเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ซักซ้อมการนำเสนอ และให้คำแนะนำด้านภาษาและเนื้อหา ข้อจำกัดด้านเวลาในการจัดกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้งสาระทางวิชาการและการสร้างเครือข่าย แก้ไขโดยออกแบบลำดับกิจกรรมให้กระชับ ชัดเจน และเน้นการมีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ 4. การตรวจสอบและวัดผล วิธีการวัดผลและประเมินผล ประเมินจากการบรรลุวัตถุประสงค์ของกิจกรรมตามแผนที่กำหนด ประเมินจากการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประเมินจากศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือในอนาคตระหว่างสองสถาบัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น กิจกรรมความร่วมมือระหว่าง SDIS และ UniSZA ดำเนินไปได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงในการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับนักศึกษาต่างชาติ นักศึกษาได้พัฒนาทักษะการสื่อสารระดับนานาชาติ การนำเสนอ และการสร้างเครือข่าย เกิดบรรยากาศของมิตรภาพ ความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม และความร่วมมือระหว่างสองมหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการต่อยอดความร่วมมือในอนาคต ในปัจจุบันได้ขยายไปสู่ความร่วมมือ โดยมีการบรรยายพิเศษออนไลน์ระหว่างกัน และมีความริเริ่มในการดำเนินการ Research Matching Grant ระหว่างทั้งสองสถาบัน การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ                เมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ พบว่ากิจกรรมสามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ความเป็นสากลของมหาวิทยาลัยได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะสากล และการสร้างเครือข่ายทางวิชาการระหว่างประเทศ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่ากิจกรรมไม่ได้หยุดอยู่เพียงการต้อนรับเชิงพิธีการ แต่สามารถสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่าและมีโอกาสขยายผลต่อไปได้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ การมีเป้าหมายชัดเจนและเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ความเป็นสากลของมหาวิทยาลัย ความร่วมมือที่ดีระหว่างคณะ ผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และมหาวิทยาลัยคู่ความร่วมมือ การออกแบบกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมจริงของนักศึกษา การเตรียมความพร้อมด้านเนื้อหา การนำเสนอ และการประสานงานอย่างเป็นระบบ การสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม 5. การปรับปรุงและพัฒนา แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เพิ่มกิจกรรมเชิงวิชาการที่ต่อเนื่อง เช่น workshop, joint seminar, student forum หรือ mini research dialogue พัฒนาระบบติดตามผลหลังจบกิจกรรม เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาในระยะยาว ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักศึกษาให้มากขึ้น ทั้งในบทบาทผู้นำเสนอ ผู้ดำเนินรายการ หรือผู้ประสานงาน พัฒนาสื่อและเอกสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นสากลของคณะและมหาวิทยาลัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน พัฒนาแนวปฏิบัตินี้ให้เป็นต้นแบบของการจัดกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศสำหรับคณะหรือหน่วยงานอื่นภายในมหาวิทยาลัย จัดทำคู่มือการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การประสานงาน การดำเนินกิจกรรม และการประเมินผล ส่งเสริมให้กิจกรรมลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการด้านความเป็นสากลประจำปีของคณะ ใช้ผลสำเร็จของกิจกรรมเป็นฐานในการพัฒนา MoU, mobility program, joint classroom หรือ collaborative research ในอนาคต สนับสนุนให้มีการรวบรวมองค์ความรู้และเผยแพร่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีของมหาวิทยาลัย 6. ข้อมูลประกอบ เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอยู่ใน Linkhttps://www.facebook.com/photo/?fbid=1415158467281525&set=pcb.1415158810614824

กิจกรรมความร่วมมือระหว่างคณะการทูตและการต่างประเทศ (SDIS) มหาวิทยาลัยรังสิต กับ Faculty of Law and International Relations, Universiti Sultan Zainal Abidin (UniSZA) Read More »

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

Business Pitching & Storytelling event “Big Dream Big Bucks Season 2

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.6/1 และ 4.2.1 Business Pitching & Storytelling event “Big Dream Big Bucks Season 2 “สู่การแข่งขันการตลาดดิจิทัลระดับประเทศ” ผู้จัดทำโครงการ​ อาจารย์อำพร พัวประดิษฐ์ อาจารย์อุษณีย์ มะลิสุวรรณ และ อาจารย์ศรีสองรัก พรหมวิทักษ์ วิทยาลัยนานาชาติ 1. บริบทและความสำคัญ                ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลปัจจุบัน การทำธุรกิจได้ก้าวเข้าสู่สภาวะที่ไร้พรมแดนอย่างสมบูรณ์แบบก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สร้างศักยภาพในการแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกันให้กลายเป็น “Creative Startup” ที่สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในตลาดโลก ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้แนวโน้มการดำเนินธุรกิจภายใต้บริบทความหลากหลายทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม                วิทยาลัยนานาชาติ เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะนักศึกษาตามแนวทางข้างต้น จึงมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ บูรณาการความเชี่ยวชาญจาก 3 ฝ่าย คือ วิทยาลัยนานาชาติ, วิทยาลัยการออกแบบ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกันในรูปแบบเชิงลึกให้แก่นักศึกษาไทยและนานาชาติ โดยนำนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ Business Pitching & Storytelling event “Big Dream Big Bucks Season 2” ในลำดับแรก จากนั้นวิทยาลัยนานาชาติได้ขยายผลโดยการส่งเสริมและผลักดันให้นักศึกษานานาชาติเข้าแข่งขันร่วมกับนักศึกษาไทย 750 ทีมจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในอีกโครงการหนึ่งคือ U-Power Marketing Campaign Challenge Season 8 (ปี 2568 ) จัดโดยสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI)                จากการเข้าร่วม U-Power Marketing Campaign Challenge Season 8 (ปี 2568) ในครั้งนี้ส่งผลให้ทีมนักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิตได้ผ่านการคัดเลือกจาก 750 ทีมที่มีคู่แข่งนักศึกษาไทยทั้งหมด749 ทีม เข้าสู่ 36 ทีม นำไปสู่การเข้ารอบสุดท้าย 14 ทีม และได้รับรางวัลชมเชย 10,000 บาท แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ยุทธศาสตร์ที่ 4: เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization) เพื่อเสริมสร้างทักษะความเป็นท้องถิ่นและสากลให้แก่นักศึกษาทั่วไทยและนานาชาติ ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/) ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้ การบูรณาการเรียนรู้ในรูปแบบ Academic Integration (นักศึกษาไทยและนานาชาติเรียนร่วมกัน) ควบคู่ไปกับระบบ Coaching โดยผู้เชี่ยวชาญ (The Trainer) เพื่อยกระดับทักษะการนำเสนอผลงานระดับสากลและการทำงานร่วมกันในสังคม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้ นำความรู้ด้านมาตรฐานธุรกิจสากล (Explicit) มาผสมผสานกับประสบการณ์การ Coaching ข้ามวัฒนธรรม (Tacit) เพื่อแก้ปัญหาการหางานของนักศึกษาต่างชาติ และสร้างพื้นที่ให้นักศึกษาไทยได้ฝึกภาษาจากการทำงานร่วมกับเพื่อนต่างชาติจริง ๆ ส่งผลให้บัณฑิตทุกคนมีความพร้อมในการก้าวสู่ตลาดงานระดับสากลได้อย่างมั่นใจ 2. การวางแผน ยุทธศาสตร์ยุทธศาสตร์ที่ 4: เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization) สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น  ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ เกณฑ์ของสภาวิชาชีพ รายละเอียดตัวชี้วัด สอดคล้องกับ 1.6/1 อัตราส่วนชาวต่างชาติต่อนักศึกษาไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมรายวิชาที่มีการทำ Academic integration สอดคล้องกับ 2.1 อัตราส่วนนักศึกษาไทยและนักศึกษานานาชาติปฎิบัติงานร่วมกันในวิชาการโครงการและกิจกรรม ตัวชี้วัดรอง (หากมีการวัดผลและประเมินผล ให้อธิบายรายละเอียดตัวชี้วัดโดยสรุป) นักศึกษาและวิทยากร อาจารย์และเจ้าหน้าที่ แบบแสดงความพึงพอใจ (Evaluate) ขั้นตอนการดำเนินงาน นักศึกษาจะได้รับโจทย์ในการนำเสนอธุรกิจดิจิทัลอาร์ตเพื่อหา Partner หรือ Investor มาร่วมลงทุนในธุรกิจ นักศึกษาจะได้รับการ Coaching ด้านการทำ Business Pitching จากวิทยากรและทีม The Trainer วิทยากรและทีม The Trainer แยกกลุ่ม Discussion เพื่อปรับปรุง Business Pitching ของนักศึกษาแต่ละกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอ Pitching Business Idea กลุ่มละ 5 นาที กรรมการตัดสินและมอบของรางวัลและเกียรติบัตร จัดเตรียมนักศึกษาเข้าสมัครและแข่งขัน U-Power Marketing Campaign Challenge Season 8 นักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติทำการแข่งขันกับทีมนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 750 ทีม ผ่านเข้ารอบ 30 ทีม และ 14 ทีม สุดท้ายและได้รับรางวัลชดเชย 10,000 บาท ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) ค่าWork shop ค่าวัสดุและอุปกรณ์จัดงาน ค่าของว่าง ค่าของรางวัล 3. การลงมือปฏิบัติ สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน ประชุมกับคณะทำงานเพื่อกำหนดรูปแบบงาน วัน เวลา และสถานที่ ประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นักศึกษาจะได้รับโจทย์ในการนำเสนอธุรกิจดิจิทัลอาร์ตเพื่อหา Partner หรือ Investor มาร่วมลงทุนในธุรกิจ นักศึกษาจะได้รับการ Coaching ด้านการทำ Business Pitching จากวิทยากรและทีม The Trainer วิทยากรและทีม The Trainer แยกกลุ่ม Discussion เพื่อปรับปรุง Business Pitching ของนักศึกษาแต่ละกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอ Pitching Business Idea กลุ่มละ 5 นาที กรรมการตัดสินและมอบของรางวัลและเกียรติบัตร ฝึกซ้อมนักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติเข้าแข่งขันร่วมกับนักศึกษาไทยทั้งประเทศ ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข ภาษาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสื่อสาร แต่สามารถใช้เทคโนโลยีลดอุปสรรคดังกล่าว 4. การตรวจสอบและวัดผล วิธีการวัดผลและประเมินผล ใช้แบบประเมินผล (Evaluation) เป็นเครื่องมือหลักในการติดตามและวัดความสำเร็จของการดำเนินงาน KPI หลัก (ความสอดคล้องทางยุทธศาสตร์): บรรลุตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่ 4 (Internationalization) โดยมีสัดส่วนนักศึกษาไทยและนักศึกษานานาชาติปฏิบัติงานร่วมกันในโปรเจกต์ (Academic Integration) คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรม KPI เชิงปริมาณ (จำนวนผู้เข้าร่วม): มีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นจำนวน 256 คน ประกอบด้วยนักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติ, วิทยาลัยการออกแบบ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ KPI เชิงคุณภาพ (Learning Outcomes): ร้อยละ 85 ของนักศึกษาที่เข้าร่วม มีทักษะการนำเสนอโครงการ Start-up เป็นภาษาอังกฤษในระดับ “ดีมาก” อ้างอิงจากคะแนนการ Pitching Business Idea โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นักศึกษาสามารถสร้างโมเดลธุรกิจ (Business Model) และนำเสนอผลงานได้จริง โดยร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมสามารถสื่อสารไอเดียธุรกิจดิจิทัลได้อย่างเป็นระบบและลดความตื่นเต้นในการนำเสนอต่อหน้าสาธารณะ (Public Speaking) ได้อย่างมีนัยสำคัญ นักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติเข้าแข่งขัน U-Power Marketing Campaign Challenge Season 8 กับนักศึกษาไทย 750 ทีม ทีมละ 5 คน ผ่านเข้ารอบ 5 คน ทั่วประเทศและได้รับรางวัลชมเชย 10,000 บาท ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ยกระดับทักษะการนำเสนอสู่ระดับสากล: นักศึกษาทุกคนได้ฝึกฝนทักษะการ Pitching และ Storytelling ผ่านการลงมือทำจริงและการ Coaching จากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้สามารถนำเสนอไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจ (Creative Startup) ที่น่าลงทุนได้ การได้รับรางวัลระดับประเทศ: รางวัลชมเชยจากการบ่มเพาะผ่านโครงการนี้ นักศึกษานานาชาติได้รับการผลักดันจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย โดยได้รับรางวัลชมเชย (บริษัทผงวุ้นตราโทรศัพท์ Agar Agar Powder) จากการแข่งขันรายการ U-Power Marketing Campaign Challenge Season 8 (ปี 2568) มูลค่า 10,000 บาท  การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ ด้านทักษะการนำเสนอ (Learning Outcome): นักศึกษาร้อยละ 94.81 บรรลุ Learning Outcome ตามที่ระบุไว้ โดยสามารถนำเสนอโครงการ Start-up เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งผลจากการ Coaching โดยผู้เชี่ยวชาญ (The Trainer) ช่วยให้นักศึกษาสามารถสื่อสาร Business Idea ได้อย่างเป็นระบบและลดความตื่นเต้นในการนำเสนอต่อหน้าสาธารณะได้อย่างมีนัยสำคัญ การสร้างโมเดลธุรกิจ: นักศึกษาทุกกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการสามารถสร้างโมเดลธุรกิจดิจิทัลอาร์ต (Business Model) และนำเสนอผลงานเพื่อหา Partner หรือ Investor ได้จริงตามโจทย์ที่ได้รับ จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม: มีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้นจำนวน 256 คน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในตัวชี้วัดเชิงปริมาณ การบูรณาการแบบ Academic Integration: บรรลุตัวชี้วัด KM1.6/1 และ KM4.2.1 โดยมีอัตราส่วนนักศึกษาไทยและนานาชาติปฏิบัติงานร่วมกันในโปรเจกต์ครบทุกกลุ่มกิจกรรม คิดเป็นค่าความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ที่ระดับ ดีมาก ความสำเร็จเชิงประจักษ์ (รางวัล): ผลลัพธ์จากการบ่มเพาะในโครงการนี้ ทำให้นักศึกษานานาชาติที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการ U-Power Marketing Campaign Challenge Season 8 (ปี 2568) สามารถคว้ารางวัลชมเชย มาได้ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการแข่งขันในระดับประเทศ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ เครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง จำนวนผู้เข้าร่วมงาน 5. การปรับปรุงและพัฒนา แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี จัดกิจกรรมในรูปแบบ Academic Integration โดยการนำนักศึกษาไทยและนักศึกษานานาชาติมาทำงานร่วมกันในโปรเจกต์ธุรกิจ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทักษะและทลายกำแพงทางภาษา ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 4 ในการเสริมสร้างความเป็นสากล (Internationalization) และการสร้างสังคมการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน เสนอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาจัดกลุ่มรายวิชาที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กัน มาจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Integrated Class หรือมีกิจกรรมโปรเจกต์ร่วมกันเป็นมาตรฐาน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะภาษาผ่านการทำงานจริงตั้งแต่ในห้องเรียน 6. ข้อมูลประกอบ เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอยู่ใน Link https://www.facebook.com/share/p/1DA2radhoS/https://www.facebook.com/share/p/1FjaKHLbGz/ ภาพกิจกรรม

Business Pitching & Storytelling event “Big Dream Big Bucks Season 2 Read More »

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

โครงการ Internationalization

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.3/1 โครงการ Internationalization ผู้จัดทำโครงการ​ นายปรีติ ปิยภัทร์ และ นางสาวภัทรินท์ จิระดำเกิง สถาบันภาษาอังกฤษ 1. บริบทและความสำคัญ ในปัจจุบันนักศึกษาไทยที่มหาวิทยาลัยรังสิตมีโอกาสฝึกภาษาอังกฤษกับอาจารย์และเพื่อนชาวไทยในชั้นเรียนเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังขาดโอกาสในการสนทนากับชาวต่างชาติในสถานการณ์จริง ส่งผลให้ประสบการณ์และความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษยังไม่เพียงพอ ในขณะเดียวกันนักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในวิทยาลัยนานาชาติบางส่วนอาจรู้สึกว้าเหว่ การมีโอกาสได้พบปะและพูดคุยกับเพื่อนจะเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้ แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ) แนวปฏิบัตินี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทย ทำให้มีประสบการณ์ในการใช้ภาษาอังกฤษในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษาต่างชาติ ทั้งได้ฝึกภาษาและได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนนักศึกษาที่มาจากวัฒนธรรมอื่น ในส่วนของรายวิชา ENL126 นักศึกษาต่างชาติที่มหาวิทยาลัยรังสิตได้มีโอกาสใช้เวลาว่างสนทนาเป็นภาษาอังกฤษกับนักศึกษาไทย ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทย เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญเป็นการช่วยไม่ให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว ช่วยสร้างความพึงพอใจในการใช้ชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรังสิต สำหรับรายวิชา ENL129 นักศึกษาไทยได้เรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกับนักศึกษาจากประเทศเวียดนาม ซึ่งมีบริบททางวัฒนธรรมและพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงกับนักศึกษาไทย จะช่วยลดความกังวลในการสื่อสาร ส่งเสริมความกล้าแสดงออก และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นในบริบทนานาชาติ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/) ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้        อื่น ๆ (โปรดระบุ) ทฤษฎี Willingness to Communicate (WTC) ของ Peter D. MacIntyre รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้ ทฤษฎี Willingness to Communicate (WTC) ของ Peter D. MacIntyre อธิบายเหตุผลและช่วงเวลาที่ผู้เรียนภาษาที่สองตัดสินใจพูดหรือไม่พูดภาษาเป้าหมาย ทฤษฎีนี้ชี้ให้เห็นว่าความตั้งใจที่จะสื่อสารได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งด้านจิตวิทยา ภาษา และสังคม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำงานร่วมกัน กรอบแนวคิดนี้นำเสนอในรูปของปิรามิด 6 ชั้น ไล่จากปัจจัยระยะยาวที่มีความคงที่มากกว่า (อยู่ด้านล่าง) ไปจนถึงปัจจัยเฉพาะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทันที (อยู่ด้านบน) แนวคิดสำคัญ WTC คือความตั้งใจที่จะพูดเมื่อมีโอกาสหมายถึงความพร้อมของผู้เรียนในการริเริ่มการสื่อสารด้วยภาษาที่สอง WTC ถูกกำหนดโดยปัจจัยระยะยาวและปัจจัยเฉพาะหน้าปัจจัยระยะยาว ได้แก่ บุคลิกภาพ แรงจูงใจ ทัศนคติ ความเชื่อมั่นในตนเอง และความสามารถทางภาษาปัจจัยเฉพาะหน้า ได้แก่ สถานการณ์ ณ ขณะนั้น หัวข้อสนทนาผู้ที่อยู่รอบข้าง และสภาพอารมณ์ของผู้เรียน โมเดลนี้รวมมุมมองทั้งด้านจิตวิทยาและภาษาศาสตร์เข้าด้วยกัน แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการสื่อสารเกิดจากการผสมผสานระหว่างความสามารถทางภาษา ความมั่นใจ แรงจูงใจ อารมณ์ และบริบททางสังคม เป้าหมายสูงสุดของ WTC คือการส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ภาษาที่สองอย่างเป็นธรรมชาติและโดยสมัครใจ ดังนั้นแนวทางการสอนควรมุ่งพัฒนาทั้งความสามารถทางภาษา ความมั่นใจ การลดความวิตกกังวล และทัศนคติเชิงบวก 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน ยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization) โปรดระบุ KR KR 4.1.3/1 รายละเอียดตัวชี้วัด ร้อยละของหลักสูตรไทยในระดับปริญญาตรีที่มีรายวิชาของหลักสูตรที่กำหนดให้นักศึกษาไทยกับชาวต่างชาติมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างน้อย 1 วิชาทุกชั้นปี ระหว่างชั้นปีที่ 2 ถึง ชั้นปีที่ 4   เป้าหมายของปีการศึกษา 2568 คือ ร้อยละ 15 ของวิชาในหลักสูตรของสถาบันภาษาอังกฤษ   ขั้นตอนการดำเนินงาน สำหรับรายวิชา ENL126: English in TED ประชุมเพื่อปรึกษากับ RSU Global โดย สถาบันภาษาอังกฤษ     1.1 ให้นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชา ENL126: English in TED เข้าร่วมกิจกรรมนี้ (กำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินคิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์)     1.2 กำหนดหัวข้อในการสนทนา     1.3 เตรียมความพร้อม และชี้แจงนักศึกษาก่อนทำกิจกรรม     1.4 ประเมินงานของนักศึกษา RSU Global เป็นฝ่ายหาและอบรมนักศึกษาต่างชาติ จัดหาสถานที่ในการทำกิจกรรม เตรียม Pre test และ Post test บันทึกการเข้าร่วมกิจกรรม และดำเนินการประเมินผลเพื่อพัฒนากิจกรรมนี้ในโอกาสต่อไป ประชุมคณาจารย์สถาบันภาษาอังกฤษเพื่อระดมความคิดเห็น โดยได้ข้อสรุปดังนี้     2.1 หัวข้อในการสนทนากับนักศึกษาต่างชาติ ให้เหมือนกับปีที่ผ่านมาคือ สนทนาตามหัวข้อที่ฝึกในห้องเรียนไปแล้ว เพื่อเป็นการทบทวนเนื้อหา และช่วยให้สนทนาได้คล่องขึ้น ไม่เกิดความเกร็งหรือเครียด     2.2 ก่อนเริ่มกิจกรรม ขอให้มีนักศึกษาต่างชาติเข้าไปในชั้นเรียนเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย และให้ข้อมูลที่สำคัญต่างๆ  เช่นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร วิธีการนัดสนทนา นักศึกษาจับกลุ่ม นัดไปสนทนากับนักศึกษาต่างชาติ เป็นเวลา10 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 30 นาที โดยครั้งแรกเป็นการทำ Pre test และสร้างความคุ้นเคย ครั้งสุดท้ายแต่ละกลุ่มบันทึกการสนทนาเป็นคลิปวิดิโอ ความยาว 5 นาที เพื่อส่งอาจารย์ผู้สอน นักศึกษาทำ Post test และประเมินกิจกรรมนี้โดยการตอบแบบสอบถาม อาจารย์ผู้สอนประเมินงานของนักศึกษา และให้คำแนะนำ ตัวแทนสถาบันภาษาอังกฤษประชุมร่วมกับ RSU Global เพื่อรับทราบผลการประเมินกิจกรรม และเตรียมตัวจัดกิจกรรมนี้ในภาคการศึกษาถัดไป สำหรับรายวิชา ENL129: English for Meetings จัดประชุมร่วมกับ University of Economics and Law (UEL) ผ่านโปรแกรม Zoom โดยสถาบันภาษาอังกฤษ เพื่อกำหนดรายละเอียดรายวิชา ได้แก่ จำนวนกลุ่มเรียน จำนวนนักศึกษา ตารางเรียน เกณฑ์การประเมินผล และรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ในช่วง 4 สัปดาห์แรกซึ่งนักศึกษาไทยเปิดภาคการศึกษาก่อนนักศึกษาเวียดนาม อาจารย์ผู้สอนเตรียมความพร้อมและชี้แจงรายละเอียดรายวิชาแก่นักศึกษาไทย พร้อมจัดกิจกรรมฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกับนักศึกษาต่างชาติที่มหาวิทยาลัยรังสิตเพื่อเสริมความมั่นใจในการสื่อสาร ตลอดภาคการศึกษา นักศึกษาจากทั้งสองประเทศเรียนในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom ทำงานกลุ่มร่วมกัน และส่งผลงานในรูปแบบวิดีโอผ่านกลุ่ม “P2A English Community” เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนและเพื่อนร่วมรายวิชารับชมผลงาน ทั้งนี้มีการส่งเสริมให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นใต้ผลงานของเพื่อนร่วมเรียน เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี อาจารย์ผู้สอนดำเนินการประเมินผลงานของนักศึกษา พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการทำงานร่วมกัน เมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษา นักศึกษาจากทั้งสองประเทศจะทำแบบประเมินรายวิชา เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของรายวิชานี้ในโอกาสต่อไป   ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) สำหรับรายวิชา ENL126: English in TED สถาบันภาษาอังกฤษจัดหาและเตรียมความพร้อมนักศึกษาชาวไทย RSU Global จัดหานักศึกษาต่างชาติ เตรียมสถานที่คือห้อง 7-101 และห้องโถงหน้าห้อง 7-101 และจัดหางบประมาณ สำหรับรายวิชา ENL129: English for Meetings สถาบันภาษาอังกฤษจัดหาบัญชีผู้ใช้งาน (user) สำหรับโปรแกรม Zoom ให้อาจารย์ผู้สอน 3. การลงมือปฏิบัติ สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน สำหรับรายวิชา ENL126: English in TED ตัวแทนสถาบันภาษาอังกฤษประชุมปรึกษางานกับผู้บริหาร RSU Global อาจารย์ผู้สอนแนะนำกิจกรรม และชี้ให้เห็นความสำคัญและกระตุ้นให้นักศึกษาไทยเข้าร่วม ตัวแทนนักศึกษาต่างชาติเข้าไปในชั้นเรียนเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย และให้ข้อมูลที่สำคัญต่างๆ  เช่นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร  วิธีการนัดสนทนา นักศึกษาไทยนัดเวลาสนทนากับนักศึกษาต่างชาติ โดยนัดหมายในเว็บไซต์ของ RSU Global นักศึกษาไทยจับกลุ่มตามที่กำหนดไปพบและสนทนากับนักศึกษาต่างชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการสร้างความคุ้นเคยและวัดระดับภาษาอังกฤษของตนเองด้วยการทำ Pre test นักศึกษาไทยสนทนากับนักศึกษาต่างชาติ ตามหัวข้อที่กำหนดเป็นครั้งที่ 2-9 โดยหัวข้อจะนำมาจากเนื้อหาของวิชา ENL126 ในการสนทนาครั้งสุดท้ายนักศึกษาไทยบันทึกวิดิโอการสนทนาสำหรับส่งอาจารย์เพื่อประเมินให้คะแนน และทำ Post test เพื่อวัดระดับภาอังกฤษของตนเอง นักศึกษาส่งวิดิโอการสนทนา อาจารย์ดูวิดิโอ ให้คะแนน และให้ feedback ตัวแทนสถาบันภาษาอังกฤษประชุมปรึกษางานกับผู้บริหาร RSU Global อภิปรายผลการประเมินกิจกรรมของนักศึกษา จุดเด่น และข้อที่ควรปรับปรุง เพื่อพัฒนากิจกรรมในครั้งต่อไป สำหรับรายวิชา ENL129: English for Meetings จัดประชุมร่วมกับ University of Economics and Law (UEL) ผ่านโปรแกรม Zoom เพื่อกำหนดรายละเอียดรายวิชา ในช่วง 4 สัปดาห์แรก อาจารย์ผู้สอนเตรียมความพร้อมและชี้แจงรายละเอียดรายวิชาแก่นักศึกษาไทย พร้อมจัดกิจกรรมฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกับนักศึกษาต่างชาติที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อเสริมความมั่นใจในการสื่อสาร ตลอดภาคการศึกษา นักศึกษาจากทั้งสองประเทศเรียนร่วมกันในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom ทำงานกลุ่ม และส่งผลงานวิดีโอผ่านกลุ่ม “P2A English Community” โดยส่งเสริมการแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ในการเรียนรู้ ทั้งนี้อาจารย์ผู้สอนประเมินผลงานและให้ข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง เมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษา นักศึกษาทำแบบประเมินรายวิชา เพื่อนำผลไปใช้ปรับปรุงและพัฒนารายวิชาในโอกาสต่อไป   ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข สำหรับรายวิชา ENL126: English in TED แม้ว่าที่ตั้งของ RSU Global จะเห็นได้ชัดเจน หาได้ง่าย แต่สำนักงาน (ห้อง 7-101) มีความคับแคบ จึงใช้ห้องโถงด้านหน้าทำให้มีเสียงรบกวน และไม่มีความเป็นส่วนตัว ไม่มีสมาธิ โดยเฉพาะตอนบันทึกวิดิโอการสนทนา แก้ปัญหาโดย: ย้ายไปสนทนาในห้อง 7-101 หรือบริเวณที่เงียบกว่า (ในอาคาร 7) วิดิโอบางชิ้นคุณภาพของการบันทึกไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ไม่สะดวกในการประเมิน แก้ปัญหาโดย: ชี้แจงวิธีบันทึกวิดิโอให้มีคุณภาพในกิจกรรมในภาคการศึกษาต่อไป นักศึกษาบางกลุ่มมีปัญหาในการนัดเวลาสนทนาเนื่องจากข้อมูลในระบบนัดเวลาซึ่งเป็นระบบออนไลน์มีบางส่วนที่ไม่ชัดเจน แก้ปัญหาโดย: ปรับปรุงข้อมูลในระบบนัดเวลาให้มีความชัดเจนมากขึ้น นักศึกษาบางส่วนไม่ให้ความสำคัญกับการตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินผลกิจกรรมนี้ แก้ปัญหาโดย: RSU Global ให้นักศึกษาประเมินในการเข้าร่วมสนทนาครั้งสุดท้าย และอาจารย์ผู้สอนย้ำให้นักศึกษาที่ยังไม่ได้ประเมินประเมินผลกิจกรรมด้วย           สำหรับรายวิชา ENL129: English for Meetings นักศึกษาบางคนประสบปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ส่งผลต่อการเรียนและการสื่อสารผ่านโปรแกรม Zoom แก้ปัญหาโดย: อัปโหลดสไลด์การเรียนการสอนให้นักศึกษาศึกษาย้อนหลัง นักศึกษาจากแต่ละประเทศใช้แอปพลิเคชันสื่อสารที่แตกต่างกัน ทำให้การประสานงานไม่สะดวก แก้ปัญหาโดย: กำหนดช่องทางการสื่อสารกลางสำหรับการทำงานกลุ่ม และปรับเลื่อนกำหนดส่งงาน (deadline) ให้เหมาะสม นักศึกษาบางรายขาดสมาธิในการเรียนออนไลน์ เนื่องจากเข้าร่วมเรียนจากสถานที่ไม่เหมาะสม แก้ปัญหาโดย: กำหนดแนวปฏิบัติและกติกาการเข้าเรียนออนไลน์ให้ชัดเจน 4. การตรวจสอบและวัดผล วิธีการวัดผลและประเมินผลสำหรับรายวิชา ENL126 และ ENL129 การประเมินอย่างเป็นทางการ: นักศึกษาตอบแบบสอบถาม การประเมินอย่างไม่เป็นทางการ: อาจารย์สนทนากับนักศึกษา อาจารย์ดูการทำกิจกรรมของนักศึกษา อาจารย์สังเกตจากงานของนักศึกษา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สำหรับรายวิชา ENL126: English in TED การประเมินผลอย่างเป็นทางการ: มีการประเมินผลโดยใช้แบบสอบถามเพื่อให้ทราบว่ากิจกรรมนี้ส่งเสริมการฝึกภาษาอังกฤษของนักศึกษาได้มากน้อยเพียงใด มีนักศึกษาตอบแบบสอบถาม 1,048 คน ผลการประเมินผลคือ 3.94 ถึง 4.27 จากคะแนนเต็ม 5 แสดงว่านักศึกษามีทัศนคติที่ดีต่อกิจกรรมนี้ มีความมั่นใจความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น มีโอกาสสื่อสารกับเพื่อนในกลุ่มมากขึ้น และได้มีปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษาต่างชาติ การประเมินผลอย่างไม่เป็นทางการ: นักศึกษาส่วนใหญ่สนใจทำกิจกรรมนี้ และสามารถสนทนากับนักศึกษาต่างชาติได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษของนักศึกษาต่างชาติบางคน และระดับภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยบางคน สังเกตได้ว่านักศึกษาส่วนใหญ่ไม่มีความเกร็งหรือเครียดในการทำกิจกรรมนี้ และสนทนากับนักศึกษาต่างชาติด้วยความเป็นกันเอง สำหรับรายวิชา ENL129: English for Meeting ผลลัพท์จากการประเมินอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ นักศึกษาส่วนใหญ่เห็นว่ารายวิชานี้มีคุณภาพอยู่ในระดับดีเยี่ยมและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารและการทำงานร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ อีกทั้งรายวิชายังมอบประสบการณ์ใหม่ และนักศึกษารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมกับนักศึกษาจากประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะให้เพิ่มการจัดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ โดยเน้นกิจกรรมสนทนา การสวมบทบาทหรือการนำเสนอหน้าชั้นเรียนแทนการส่งวิดีโอออนไลน์ เพื่อพัฒนาทักษะอื่นๆต่อไป  การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ: กำหนดให้นักศึกษาไทยกับชาวต่างชาติมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน อย่างน้อย 1 วิชาทุกชั้นปี ระหว่างชั้นปีที่ 2 ถึง ชั้นปีที่ 4 เป้าหมายของปีการศึกษา 2568 คือ ร้อยละ 15 ของวิชาในหลักสูตรของสถาบันภาษาอังกฤษ จากผลลัพธ์สรุปได้ว่าบรรลุเป้าหมาย  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ สำหรับรายวิชา ENL126: English in TED ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากในโลกปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เห็นความสำคัญในการฝึกสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ อาจารย์ผู้สอนได้มีการชี้แจงให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของกิจกรรมนี้ในการพัฒนาภาษาอังกฤษ ผู้บริหารของหน่วยงานเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนกิจกรรมเต็มที่ มีการวางแผนและเตรียมการที่ดี มีการนำความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้เกี่ยวข้องมาอภิปราย เพื่อพัฒนาปรับปรุงกิจกรรมในครั้งต่อไป สถาบันภาษาอังกฤษร่วมมือและประสานงานกับ RSU Global เป็นอย่างดี การสื่อสารระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพ มีการประชุม อภิปรายร่วมกัน มีการสร้างช่องทางสื่อสารระหว่างผู้เกี่ยวข้องการสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอน การสื่อสารกับนักศึกษาต่างชาติ และนักศึกษาไทย นักศึกษาต่างชาติซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรมนี้มีความสนใจ ตั้งใจ และจริงจังในการทำกิจกรรม รวมทั้งแสดงความเป็นมิตร และเป็นกันเองกับนักศึกษาไทย ที่ตั้งของ RSU Global มองเห็นได้ง่าย จึงสะดวกในการมาเข้าร่วมกิจกรรม สำหรับรายวิชา ENL129: English for Meetings นักศึกษาจากทั้งสองประเทศมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และตั้งใจพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนและการทำงานกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารของหน่วยงานให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินรายวิชาอย่างเต็มที่ ทั้งด้านนโยบายและทรัพยากรที่จำเป็น สถาบันภาษาอังกฤษมีความร่วมมือและประสานงานกับ University of Economics and Law (UEL) อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนและการดำเนินกิจกรรมร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น มีการเตรียมการล่วงหน้าอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาสะท้อนความคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงรูปแบบรายวิชาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในครั้งต่อไป 5. การปรับปรุงและพัฒนา แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี สำหรับรายวิชา ENL126: English in TED นักศึกษาต่างชาติฝึกทักษะในการสนทนาเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถนำการสนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกระตุ้นให้นักศึกษาไทยร่วมสนทนาให้มากที่สุด นักศึกษาไทยเตรียมพร้อมให้มากกว่านี้ก่อนการสนทนาในแต่ละครั้ง อำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่ที่ใช้ในการสนทนา อาจารย์ควรทำความเข้าใจถึงความสำคัญของกิจกรรม และโน้มน้าวใจให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอด้วยความเต็มใจตลอดทั้ง 10 สัปดาห์ หาวิธีช่วยให้นักศึกษาบันทึกวิดิโออย่างมีคุณภาพทั้งเรื่องความชัดเจนของเสียง กล้อง รวมถึงการตัดต่อ การทำคำบรรยาย  สำหรับรายวิชา ENL129: English for Meetings จัดเตรียมสื่อการเรียนการสอน เช่น สไลด์หรือเอกสารประกอบการเรียน เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาล่วงหน้าหรือย้อนหลัง รองรับปัญหาด้านสัญญาณอินเทอร์เน็ต กำหนดช่องทางการสื่อสารกลางสำหรับการทำงานกลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงาน และปรับความยืดหยุ่นของกำหนดส่งงานให้เหมาะสม กำหนดแนวปฏิบัติและกติกาการเข้าเรียนออนไลน์อย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมสมาธิ ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของนักศึกษา เพิ่มความหลากหลายและความทันสมัยของหัวข้อการอภิปราย (discussion) ให้สอดคล้องกับความสนใจของนักศึกษาทั้งสองประเทศ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมในห้องเรียน เพิ่มความหลากหลายของรูปแบบชิ้นงาน นอกเหนือจากการจัดทำวิดีโอ เช่น การนำเสนอสด หรือการอภิปรายกลุ่ม เพื่อพัฒนาทักษะที่หลากหลายของนักศึกษา แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน หน่วยงานที่จัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศอื่นๆ สามารถใช้เป็นแนวทางให้นักศึกษาได้สนทนากับนักศึกษาหรือชาวต่างชาติด้วยภาษานั้นๆ ในกรณีที่นำกิจกรรมนี้ไปใช้จะต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้าร่วมทุกฝ่าย จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า และถ้าเป็นกิจกรรมที่เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย มีการประสานงานและมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ต้องมีการประเมินผลกิจกรรม เช่นการประชุมอภิปรายผลการทำกิจกรรม การให้ผู้เข้าร่วมประเมินผลโดยการตอบแบบสอบถาม ตลอดจนการวิจัยอย่างเป็นระบบ 6. ข้อมูลประกอบ สำหรับรายวิชา ENL126: English in TED Link สำหรับรูปภาพ https://drive.google.com/drive/folders/1nAka2_2owen0Jk4N8UhWLBwXcouf_P2z Link สำหรับวิดิโอ https://drive.google.com/file/d/1dCs597BvfNB2nqDa2fT7wnbrq3F53vLd/view?usp=sharing  สำหรับรายวิชา ENL129: English for Meetings Link สำหรับรูปภาพ https://drive.google.com/drive/folders/1ZFbL9OIZiPzu7r38x8ENujHSv8DC1oZh?usp=sharing Link สำหรับวิดิโอhttps://drive.google.com/drive/folders/12y_gDO3826GsF34co27gOzyk7ib9kVwd?usp=sharing

โครงการ Internationalization Read More »

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

ประสบการณ์-ความรู้ การใช้บริการแพทย์แผนจีนและการดูแลสุขภาพตามวิถีชีวิตของนักศึกษาจีน

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR ไม่ระบุ ประสบการณ์-ความรู้ การใช้บริการแพทย์แผนจีนและการดูแลสุขภาพตามวิถีชีวิตของนักศึกษาจีน ผู้จัดทำโครงการ​ Mr.Zhixiong Zeng และ นางสาวณัฐพร แก้วภักดี วิทยาลัยนานาชาติจีน นางสาว ณัฐกฤตา เสรีทวีกุล วิทยาลัยแพทย์แผนตะวันออก (แพทย์แผนจีน) 1. บริบทและความสำคัญ เนื่องด้วยนักศึกษาจีนต้องเดินทางจากประเทศบ้านเกิดเพื่อมาศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยมักมีความกังวลด้านการรักษาพยาบาล เนื่องจากระบบการแพทย์ที่คุ้นเคยคือแพทย์แผนจีน ขณะที่ในประเทศไทย นักศึกษาบางส่วนยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานพยาบาลหรือคลินิกแพทย์แผนจีนที่สามารถเข้ารับบริการได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในการดูแลสุขภาพตนเองระหว่างการศึกษา                นอกจากนี้ ยังพบว่านักศึกษาจีนมีความรู้และประสบการณ์ด้านแพทย์แผนจีนในระดับที่แตกต่างกัน แต่ยังขาดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสื่อสารแนวคิดกับเพื่อนนักศึกษาไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาทั้งสองกลุ่ม แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ)     เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาจีนได้ถ่ายทอดความรู้และมุมมองเกี่ยวกับแพทย์แผนจีน เสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเอง พร้อมทั้งช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงแหล่งบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสมได้อย่างมั่นใจ ลดความกังวลเมื่อเจ็บป่วย และส่งเสริมการสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาจีนและนักศึกษาไทย อันจะนำไปสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/)      ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้                      อื่น ๆ (โปรดระบุ) ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแพทย์แผนจีน เช่น หลักการรักษา การดูแลสุขภาพเบื้องต้น สมุนไพร     และการแพทย์ทางเลือก ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) เจ้าของความรู้/สังกัด ประสบการณ์การใช้บริการแพทย์แผนจีนและการดูแลสุขภาพตามวิถีชีวิตของนักศึกษาจีน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้                การบูรณาการความรู้ทั้งสองประเภทช่วยเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดความกังวลของนักศึกษาจีนเมื่อเจ็บป่วย ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักศึกษาต่างวัฒนธรรม อันนำไปสู่การพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมและเอื้อต่อการใช้ชีวิตของนักศึกษานานาชาติในมหาวิทยาลัย. 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน ยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล (Internationalization) ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565 – 2569 อื่นๆ โปรดระบุ   Academic Integration  รายละเอียดตัวชี้วัดเพื่อส่งเสริมการพัฒนาความเป็นสากลให้แก่นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยรังสิต                       ขั้นตอนการดำเนินงาน เตรียมความพร้อมและชี้แจงวัตถุประสงค์ชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมให้แก่นักศึกษาจีนและนักศึกษาไทย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านแพทย์แผนจีน และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาทั้งสองกลุ่ม จัดกิจกรรมสร้างความคุ้นเคย (Ice Breaking)นำนักศึกษาจีนและนักศึกษาไทยมาทำความรู้จักกันผ่านกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง ลดความเกร็ง และส่งเสริมการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม แบ่งกลุ่มและมอบหมายหน้าที่แบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มย่อย โดยให้มีทั้งนักศึกษาจีนและนักศึกษาไทยอยู่ร่วมกันในแต่ละกลุ่ม พร้อมมอบหมายบทบาทหน้าที่ เช่น ผู้สัมภาษณ์/ซักถามข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลและแบ่งปันประสบการณ์ (นักศึกษาจีน) ผู้บันทึกข้อมูล ผู้นำเสนอผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเก็บข้อมูลให้นักศึกษาไทยสอบถามนักศึกษาจีนเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ด้านแพทย์แผนจีน เช่น การรักษาเบื้องต้น สมุนไพร การดูแลสุขภาพตามวิถีจีน รวมถึงประสบการณ์การเข้ารับบริการทางการแพทย์นักศึกษาจีนถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ที่ตนมี เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม สรุปและนำเสนอผลการเรียนรู้แต่ละกลุ่มสรุปประเด็นความรู้ที่ได้รับและนำเสนอเป็นรูปแบบวิดิโอสัมภาษณ์ เพื่อให้ทุกกลุ่มได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง และเปิดโอกาสให้ซักถามเพิ่มเติม สะท้อนผลและประเมินกิจกรรมเปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมสะท้อนความคิดเห็น สิ่งที่ได้เรียนรู้ และประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรม เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินกิจกรรมในครั้งต่อไป ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) -อุปกรณ์มือถือหรือไอแพด                                                                                                    3. การลงมือปฏิบัติ สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน เตรียมความพร้อมและชี้แจงวัตถุประสงค์ชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมให้แก่นักศึกษาจีนและนักศึกษาไทย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านแพทย์แผนจีน แบ่งกลุ่มและมอบหมายหน้าที่แบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มย่อย โดยให้มีทั้งนักศึกษาจีนและนักศึกษาไทยอยู่ร่วมกันในแต่ละกลุ่ม พร้อมมอบหมายบทบาทหน้าที่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเก็บข้อมูลให้นักศึกษาไทยสอบถามนักศึกษาจีนเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ด้านแพทย์แผนจีน เช่น การรักษาเบื้องต้น สมุนไพร การดูแลสุขภาพตามวิถีจีน รวมถึงประสบการณ์การเข้ารับบริการทางการแพทย์นักศึกษาจีนถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ที่ตนมี เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม สรุปและนำเสนอผลการเรียนรู้แต่ละกลุ่มสรุปประเด็นความรู้ที่ได้รับและนำเสนอเป็นรูปแบบวิดิโอสัมภาษณ์ ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข -ปัญหาสำคัญที่พบระหว่างการดำเนินกิจกรรม คือ เรื่องภาษาในการสื่อสาร เนื่องจากนักศึกษาจีนที่เดินทางเข้ามาศึกษาในประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในชั้นปีที่ 1 จึงยังไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ขณะเดียวกันนักศึกษาไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมก็เพิ่งเริ่มเรียนภาษาจีน ทำให้การสื่อสารระหว่างกันอาจเกิดความติดขัด ไม่เข้าใจตรงกัน หรือใช้เวลามากในการอธิบายข้อมูล ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในช่วงแรกเป็นไปอย่างค่อนข้างจำกัด                                                                                  -เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้ดำเนินการส่งเสริมให้นักศึกษาทั้งสองกลุ่มมีโอกาสพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น โดยเน้นบรรยากาศที่เป็นกันเอง ไม่เคร่งเครียด เพื่อสร้างความมั่นใจในการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการใช้เครื่องมือช่วยแปลภาษา เช่น แอปพลิเคชันแปลภาษา หรือการสื่อสารด้วยภาษากลาง (ภาษาอังกฤษ) และภาษากาย เพื่อช่วยให้การสื่อสารมีความเข้าใจตรงกันมากขึ้น 4. การตรวจสอบและวัดผล วิธีการวัดผลและประเมินผล -การประเมินผลการดำเนินกิจกรรมใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของนักศึกษา การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักศึกษาจีนและนักศึกษาไทย รวมถึงการสอบถามความพึงพอใจและข้อเสนอแนะหลังการเข้าร่วมกิจกรรม โดยพิจารณาจากระดับการมีส่วนร่วม ความเข้าใจเนื้อหา และความสามารถในการสื่อสารระหว่างกัน นอกจากนี้ยังมีการให้แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจและการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้  ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น -นักศึกษาจีนสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านแพทย์แผนจีนให้แก่นักศึกษาไทยได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันนักศึกษาไทยมีความเข้าใจเกี่ยวกับแพทย์แผนจีนและการดูแลสุขภาพในมุมมองวัฒนธรรมจีนมากขึ้น นักศึกษาทั้งสองกลุ่มมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีขึ้น กล้าแสดงออกและสื่อสารระหว่างกันมากขึ้น อีกทั้งนักศึกษาจีนมีความมั่นใจในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย ลดความกังวลเมื่อเจ็บป่วย  การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ -ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยนักศึกษาสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ด้านแพทย์แผนจีนได้จริง เกิดความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม และมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาจีนและนักศึกษาไทย ตัวชี้วัดความสำเร็จ ได้แก่ ระดับการมีส่วนร่วมของนักศึกษา ความเข้าใจในเนื้อหา ความพึงพอใจต่อกิจกรรม และการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มอยู่ในระดับดี ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ -ความสำเร็จของแนวปฏิบัตินี้เกิดจากการออกแบบกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ บรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นกันเองและเอื้อต่อการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม การสนับสนุนจากอาจารย์และผู้ดูแลกิจกรรม รวมถึงการใช้เครื่องมือช่วยสื่อสารและการทำงานเป็นกลุ่มที่หลากหลาย ซึ่งช่วยให้นักศึกษาสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กิจกรรมบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 5. การปรับปรุงและพัฒนา แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี -ควรเตรียมคำศัพท์และสื่อช่วยแปลภาษาเพื่อแก้ไขอุปสรรคด้านการสื่อสาร ส่งเสริมให้นักศึกษาจีนและนักศึกษาไทยได้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความคุ้นเคยมากขึ้น รวมถึงจัดทำสื่อสรุปความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้านแพทย์แผนจีนและสถานพยาบาล เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ได้จริง และนำข้อเสนอแนะจากการประเมินผลไปปรับปรุงกิจกรรมในครั้งต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน -ควรกำหนดให้มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา 6. ข้อมูลประกอบ https://drive.google.com/file/d/1y-NQnk0Har5JdCDqUd_bBWdFbTyWoRiE/view?usp=drivesdk https://drive.google.com/file/d/1EraoelgvwDh98aqK1_jdGim3_AQB2S3H/view?usp=drivesdk https://drive.google.com/file/d/1f2LOOfFy9TesY3K7_zqB1jpZune8I-3v/view?usp=drivesdk https://drive.google.com/file/d/1-yOBrS_R-iN9iB-1RJTpNavbpKtq_MZM/view?usp=drivesdk https://drive.google.com/file/d/18aaNLaoHEa4L2DJj7znd_EzQ6-CkJ6k1/view?usp=drivesdk https://drive.google.com/file/d/1K-Do6Gaer465pLIzDqGRJhGdZ6Ep0a5f/view?usp=drivesdk https://drive.google.com/file/d/1vosKhX5RMFHOwV3CDHHPLwh0oEknFvae/view?usp=drivesdk

ประสบการณ์-ความรู้ การใช้บริการแพทย์แผนจีนและการดูแลสุขภาพตามวิถีชีวิตของนักศึกษาจีน Read More »

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

โครงการประกวดการนำเสนอผลงานออกแบบด้วยภาษาอังกฤษ ครั้งที่ 1 2567 The 1st Design & DIY Presentation Contest 2025

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.3 โครงการประกวดการนำเสนอผลงานออกแบบด้วยภาษาอังกฤษ ครั้งที่ 1 2567 – The 1st Design & DIY Presentation Contest 2025 ผู้จัดทำโครงการ​ ผศ. ชินภัศร์ กันตะบุตร วิทยาลัยการออกแบบ 1. บริบทและความสำคัญ การพัฒนาคุณภาพบัณฑิตของนักศึกษาวิทยาลัยการออกแบบ มหาวิททยาลัยการออกแบบ ด้านทักษะภาษาอังกฤษ และการลื่อสาร นับเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 การส่งเสริมทักษะในการนำเสนองานออกแบบด้วยภาษาอังกฤษ มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะให้นักศึกษาสื่อสารอธิบายงานออกแบบ อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ด้วยภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงถูกต้อง จะเป็นการพัฒนาศักยภาพในการทำงานร่วมกับบริษัทหรือกลุ่มนักออกแบบในระดับนานาชาติได้ ทั้งนี้การจัดโครงการประกวดการนำเสนอผลงานออกแบบด้วยภาษาอังกฤษครั้งที่ 2 นี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ 1 และ 2 มีพื้นที่ได้แข่งขันจากการฝึกฝนและพัฒนนาตนเอง และเป็นการบูรณาการแลกเปลี่ยนความรู้ของนักศึกษาระหว่างคณะต่าง ๆ ได้แก่ วิทยาลัยการออกแบบ คณะดิจิทัลอาร์ท คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และวิทยาลัยนานาชาติ   แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ) 1 เพื่อเการส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาตนเอง ด้านการนำเสนอผลงานออกแบบด้วยภาษาอังกฤษในที่สาธารณะ 2 เพื่อเป็นกิจกรรมร่วมกันระหว่างนักศึกษาไทยและต่างชาติ ในการสะสม e portfolio เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในงานออกแบบและงาน DIY เพื่อสนับสนุนการทำงานเป็นทีมและความร่วมมือระหว่างอาจารย์และนักศึกษาจากคณะต่าง ๆ ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้ ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/)      ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้ การสร้างทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษา          67-สถาบันภาษาอังกฤษ-ดร.มงคล โสดาจันทร์-ยุทธ4.pdf – Google ไดรฟ์ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) เจ้าของความรู้/สังกัด  วิทยาลัยการออกแบบ อื่น ๆ (ระบุ) ได้รับคำแนะนำจาก รศ. สุชาดา นิมมานนิตย์ และอาจารย์สุพัตรา ตู้จินดา รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้ การสร้างทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อที่จะได้เกิดความมุ่งมั่นในการพัฒนาความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งในระหว่างที่เรียน และหลังจากส าเร็จการศึกษาแล้ว การสร้างสภาพแวดล้อมการเดินทางไปต่างเมืองต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียนให้แก่นักศึกษาเพื่อความเป็นนานาชาติ การสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษา ให้นักศึกษารู้จักคิดย้อนกลับในสิ่งที่เรียน และให้สามารถแสวงหาแนวทางในการพัฒนาภาษาอังกฤษจากการท ากิจกรรม การสร้างความสนุกสนานในการท ากิจกรรมภาษาอังกฤษ สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรระหว่างนักศึกษาด้วยกันและนักศึกษากับคณาจารย์ 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน ยุทธศาสตร์ที่     4   โปรดระบุ KR 4.1.3 ร้อยละของหลักสูตรที่มีการบูรณาการภาษาไทยและภาษาต่างประเทศร่วมกันในกิจกรรมทางวิชาการ   สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ รายละเอียดตัวชี้วัด ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 4 หลักสูตร จาก 5 หลักสูตร ของวิทยาลัยการออกแบบ ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 60% ของนักศึกษาในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการออกแบบ มีความร่วมมือระหว่างคณะ 3 คณะ ตัวชี้วัดรอง (หากมีการวัดผลและประเมินผล ให้อธิบายรายละเอียดตัวชี้วัดโดยสรุป) ผลประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ มีความพึงพอใจในระดับดีขึ้นไป                     ขั้นตอนการดำเนินงาน ตั้งงบประมาณ แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน และคณะกรรมการตัดสินการประกวด ส่งจดหมายเชิญคณะต่างแบใบแต่งตั้งและกำหนดการ จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน และประชุมคณะกรรมการตัดสินการประกวด วางแผนงาน ประชาสัมพันธ์งานและการสมัคร การเตรียมความพร้อมให้นักศึกษา จัดประชุมเจ้าหน้าที่ จัดงานตามกำหนดการ ประเมินและปรับปรุงโครงการ ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) รายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้ เงินรางวัล อันดับ 1 (1 รางวัล)                จำนวน 6,000   บาทเงิน.เงินรางวัล อันดับ 2 (1 รางวัล)          จำนวน 5,000   บาทเงินรางวัล อันดับ 3 (1 รางวัล)                จำนวน 4,000   บาทเงินรางวัลชมเชย (1 รางวัล)                    จำนวน 3,000    บาทเงินรางวัลมหาชน POPULAR VOTE (1 รางวัล)           จำนวน 3,000   บาท ค่าของที่ระลึก จำนวน 3,000 บาท ค่าจัดทำใบประกาศนียบัตร จำนวน 3,200   บาท ค่าจัดทำโปสเตอร์ จำนวน 400    บาท ค่าอาหารว่าง จำนวน 2,400 บาท                                              รวมทั้งสิ้น               จำนวน 30,000  บาท 3. การลงมือปฏิบัติ สรุปสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน คณะกรรมการตัดสินกำหนดกติกาในการแช่งขัน และเกณฑ์การให้คะแนน คณะกรรมการดำเนินงาน 2.1 ร่างกำหนดการ 2.2 ร่างเกณฑ์ผู้เข้าร่วมแข่งขัน 2.3 จัดทำโปสเตอร์เพื่อประชาสัมพันธ์        และ Application Google Form สำหรัยผู้สมัคร     2.4  การใช้งบงบประมาณ  เงินรางวัล ของที่ระลึก และค่าจัดทำเกียรติบัตร     2.5  จัดหาพีกรทีพูดภาษาอังกฤษได้ และนัดซ้อม 3   การเตรียมความพร้อมของนักศึกษา      3..1การเตรียมผลงานออกแบบของนักศึกษา ให้นักศึกษาเลือกผลงานออกแบบในชั้นเรียนวิชาออกแบบซึ่งผ่านคำแนะนำและการพัฒนาจากอาจารย์ผู้สอนมาแล้ว 3..2 การเตรียม Script ที่ใข้ในการนำเสนอผลงาน – ใช้ AI ช่วยสร้าง Template ของ Scripts งานออกแบบประเภทต่าง ๆ – ใช้ AI ในการสร้าง Engaging Opening Line and Closing Line 3..3 การเตรียมความพร้อมให้กศึกษา เรื่องการออกเสียง (Pronunciation) โดยการสอบซ้อมกับอาจารย์     ในหัวข้อย่อยได้แก่ – Consonants & Vowels – Words Stress/ – Schwa Sound and Linking Sound – Sentence Stress: Content words and Grammar words – Intonation: Falling tone and Rising tone และการผีกตนเองด้วยเทคนิค Shadowing โดยใช้ฟังค์ชั่นในโปรแกรม Microsoft Word เลือก Review / Read Aloud Speech เปิดเล่นเสียงของ Script แล้วพูดออกเสียงไปดัวยพร้อมกัน เจ้าหน้าที่ ส่งปรินท์ โปสเตอร์ รวบรวมไฟล์ชองผู้เข้าร่วมแข่งขัน เตรียมแฟ้มให้กับคณะกรรมการ     เตรียมคอมพิวเตอร์สำหรับรวมคะแนน  ยืมป้ายรางวัลจากคณะศิลปศาสตร์ เตรียมเกมให้นักศึกษาเล่นใน     ช่วงกรรมการคิดคะแนน  เตรียมของว่างสำหรับคณะกรรมการตัดสิน และผู้เข้าร่วมประกวด ซ้อมคิวงานก่อนวันงานจริง   ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข เนื่องด้วยเป็นนักศึกษาปีที่ 1 หรือ 2 ผลงานออกแบบยังไม่น่าสนใจ แก้ปัญหาให้นักศึกษาสามารถใช่งานออกแบบจากที่ทำในรายวิขาเพราะได้ผ่านคำแนะนำจากอาจารย์ปผู้สอนแล้ว ภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยส่วนใหญ่อ่อนมาก แก้ปัญหาด้วย การเตรียม Template ในลักษณะงานต่าง ๆ และการใช้ AI ช่วยตรวจทานบทนำเสนอ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษชองนักศึกษาไทยและต่างชาติมีความแตกต่างกันมาก แก้ปัญหาด้วยการให้ค่าน้ำหนักในการตัดสินด้านการสร้างผลงานออกแบบมากขึ้น 4. การตรวจสอบและวัดผล วิธีการวัดผลและประเมินผล ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 4 หลักสูตร จาก 5 หลักสูตร ของวิทยาลัยการออกแบบ ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 60% ของนักศึกษาในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการออกแบบ มีความร่วมมือระหว่างคณะ 3 คณะ ผลประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ มีความพึงพอใจในระดับดีขึ้นไป  ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 4 หลักสูตร ผู้เข้าร่วมโครงการคิดเป็นร้อยละ 92.10 ของนักศึกษาในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการออกแบบ มีความร่วมมือระหว่างคณะ 3 คณะ ผลประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในระดับดีมากคือ 4.62  การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวชี้วัด ผลการดำเนินงานที่ได้ 1. ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 4 หลักสูตร จาก 5 หลักสูตร ของวิทยาลัยการออกแบบ 2. ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 60% ของนักศึกษาในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการออกแบบ 3. มีความร่วมมือระหว่างคณะ 3 คณะ 4. ผลประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ มีความพึงพอใจในระดับดีขึ้นไป 1. มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 4 หลักสูตร 2. ผู้เข้าร่วมโครงการคิดเป็นร้อยละ 92.10 ของนักศึกษาในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการออกแบบ 3.มีความร่วมมือระหว่างคณะ 3 คณะ 4. ผลประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในระดับดีมากคือ 4.62  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้ประสบความสำเร็จ การที่โครงการทำในรายวิขา COD 104 ภาษาอังกฏษเพื่อการออกแบ ใช้ผลงานออกแบบจากวิชาอื่น ความร่วมมือจากคณะต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ 5. การปรับปรุงและพัฒนา แนวทางการปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี การจัดงานในครั้งนี้ วันที่ทำการแช่งขัน ไปอยู่ท้ายเทอมมากไป ทำให้นักศึกษาเข้าร่วมน้อยเพราะติดงาน Final Project การจัดงานสำหรับปีหน้า ครั้งที่ 2 ควรจัดก่อนปิดสงกรานต์ แนวทางในการขยายผลในวงกว้างหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติหรือมาตรฐานในการทำงาน      ในปีการศึกษาต่อไป วิทยาลัยการออกแบบจะประชาสัมพันธ์โครงการให้นักศึกษาจากหลายคณะเข้าร่วมเพิ่มขึ้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความเป็นสากลให้แก่นักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยรังสิต 6. ข้อมูลประกอบ รูปภาพกิจกรรม

โครงการประกวดการนำเสนอผลงานออกแบบด้วยภาษาอังกฤษ ครั้งที่ 1 2567 The 1st Design & DIY Presentation Contest 2025 Read More »

pexels-photo-6532373-6532373.jpg

การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านการเรียนการสอนกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR4.1.3, 4.1.6/1, 4.2.1 การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านการเรียนการสอน กิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้จัดทำโครงการ​ ผศ. ดร. ศนิ บุญญกุล, รศ. นันทชัย ทองแป้น, ผศ. อนันตศักดิ์ วงศ์กำแหง และ รศ. ดร. ณัฐพล ถนัดช่างแสง วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ 1. บริบทและความสำคัญ ในศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ และนวัตกรรมทางการแพทย์ ได้ส่งผลให้การผลิตกำลังคนด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) และเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ซึ่งเป็นศาสตร์บูรณาการระหว่างวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อระบบสาธารณสุขและอุตสาหกรรมการแพทย์ระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้แนวโน้มการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับความเป็นสากลของการศึกษา (Internationalization of Higher Education) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตที่มีสมรรถนะสากล (Global Competence) สามารถทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม มีทักษะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม มีความเข้าใจในมาตรฐานสากล และสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับนานาชาติได้ สอดคล้องกับแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ที่เน้นทักษะสำคัญ ได้แก่ การคิดเชิงวิเคราะห์และนวัตกรรม (Critical and Innovative Thinking) การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน (Communication and Collaboration) ความสามารถด้านดิจิทัล (Digital Literacy) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)        อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์บริบทการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรในสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ พบว่ายังคงมีสภาพปัญหาและความท้าทายหลายประการ ที่ควรได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านประสบการณ์และการเรียนรู้ในบริบทนานาชาติของนักศึกษา ความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาในมิติความเป็นสากล การแข่งขันของสถาบันอุดมศึกษาในระดับภูมิภาคและระดับโลก โอกาสในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์                สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์มีลักษณะเป็นสาขาที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามสถาบันและข้ามประเทศในการพัฒนานวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ การสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และอุตสาหกรรมในต่างประเทศจึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและการเรียนรู้ของนักศึกษาและบุคลากร         จากบริบทดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต จะต้องริเริ่มและพัฒนา แนวปฏิบัติดี “ด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านการเรียนการสอน กิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ” เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยแนวปฏิบัติดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการ ส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับนานาชาติของนักศึกษา พัฒนาศักยภาพอาจารย์และบุคลากรให้สามารถทำงานในเครือข่ายวิชาการระดับโลก สร้างความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และนวัตกรรมกับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ ยกระดับคุณภาพบัณฑิตให้มีสมรรถนะสากลและสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับนานาชาติ         ซึ่งการพัฒนาแนวปฏิบัตินี้จึงไม่เพียงเป็นการตอบสนองต่อแนวโน้มของการศึกษาระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนด กลยุทธ์ด้านความเป็นสากลของวิทยาลัยให้มีทิศทางที่ชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา บุคลากร และองค์กรในระยะยาว อันจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ในเวทีนานาชาติต่อไป นอกเหนือไปจากนั้นจากนั้นจากบริบทและความสำคัญดังที่กล่าวข้างต้นยังมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565–2569 ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเด็นยุทธศาสตร์หลัก โดยการดำเนินแนวปฏิบัติด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศจึงสามารถสนับสนุนและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแบบบูรณาการในหลายมิติ ดังนี้ การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต (Excellence in Education) การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษา (Bilingual) เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติ ร่วมกับการพัฒนากิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยการเรียนการสอน และกิจกรรมเหล่านี้ได้ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับสากล การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างนวัตกรรมงานวิจัย (Innovative Research and Development)         สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา และการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการแพทย์ ส่งเสริมการทำวิจัยร่วมระหว่างนักวิจัยไทยและต่างประเทศ เพิ่มโอกาสในการได้รับทุนวิจัยและการเผยแพร่ผลงานในระดับนานาชาติ โดยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนักศึกษาผ่านกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพในอนาคต การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล(Internationalization)         เนื่องจากยุทธศาสตร์นี้มีเป้าหมายในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยรังสิตมีความเป็นสากลและได้รับการยอมรับจากองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยส่งเสริมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานระหว่างประเทศ รวมถึงการพัฒนากิจกรรมที่ทำให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานร่วมกันในกิจกรรมทางวิชาการและโครงการต่าง ๆ ดังนั้นแนวปฏิบัติด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความเป็นสากลของมหาวิทยาลัยให้เกิดผลในระดับคณะและหลักสูตรอย่างเป็นรูปธรรม การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (Image and Reputation Management)         การสร้างกิจกรรมและเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรให้มีศักยภาพในการทำงานระดับโลก จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่การเพิ่มการรับรู้และการยอมรับในระดับนานาชาติ การสร้างชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยผ่านผลงานนักศึกษาและงานวิจัย และการเพิ่มโอกาสในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการสร้างความโดดเด่นและชื่อเสียงทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ จากบริบทและความสำคัญที่กล่าวมา แนวปฏิบัติเรื่อง “การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต” สามารถกำหนด เป้าหมายของการจัดทำแนวปฏิบัติ ได้ในหลายมิติ ทั้งด้านคุณภาพการศึกษา ศักยภาพบุคลากร และการพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย โดยสรุปประเด็นได้ดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรสู่ความเป็นสากล     เพื่อยกระดับกระบวนการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในบริบทนานาชาติ ผ่านการการเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติและกิจกรรมความร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ เช่น การเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษาและโครงการแลกเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ กิจกรรมวิชาการนานาชาติ และการทำวิจัยร่วม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านภาษา การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการทำงานในสภาพแวดล้อมสากล ยกระดับคุณภาพการผลิตบัณฑิตให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ     แนวปฏิบัตินี้มุ่งพัฒนานักศึกษาให้มี Global Competency และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกันในทีมสหสาขาวิชา การเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (International Academic Integration) และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของบัณฑิตในการทำงานในอุตสาหกรรมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพในระดับโลก เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยระหว่างประเทศ     เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และองค์กรในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาหลักสูตรร่วม การทำวิจัยร่วม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ อันนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในระดับนานาชาติ เพิ่มความพึงพอใจและประสบการณ์การเรียนรู้ของนักศึกษา     การจัดกิจกรรมและโครงการในระดับนานาชาติจะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้สัมผัสวัฒนธรรมและระบบการศึกษาที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ และเพิ่มความพึงพอใจต่อประสบการณ์การศึกษาในมหาวิทยาลัย เพิ่มศักยภาพและความพร้อมของบุคลากรทางการศึกษา     เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์และบุคลากรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ การวิจัย และการจัดการเรียนการสอนในบริบทนานาชาติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายทางวิชาการกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เสริมสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ           การดำเนินกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มการยอมรับของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในระดับสากล ทั้งในด้านการศึกษา การวิจัย และความร่วมมือทางวิชาการ ส่งผลต่อการสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของสถาบัน ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้  ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้☑ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)❒ ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้      (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/)     ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้                                                                               ☑ อื่น ๆ (โปรดระบุ) ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต และดำริของ ดร.อาทิตย์ และ ดร.อรรถวิทย์ อุไรรัตน์ ยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์   แบบรายงานผลการดำเนินงาน QA ของวิทยาลัย (SAR) และแบบรายงาน PDCA ของโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง                             ❒ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)❒ เจ้าของความรู้/สังกัด                                                                                      ☑ อื่น ๆ (ระบุ)  เป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การทำงาน ในระดับคณะและวิทยาลัย        รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้     การจัดทำรายงานแนวปฏิบัติที่ดีเรื่อง “การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต” อาศัยองค์ความรู้และประเด็นสำคัญจากหลายมิติ ทั้งด้านการจัดการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ แนวคิดการพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21 (21st Century Education) แนวคิดการสร้างความเป็นสากลของสถาบันอุดมศึกษา (Internationalization of Higher Education) แนวคิดการพัฒนาทักษะวิชาชีพผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ แนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านเครือข่ายความร่วมมือ (Academic Networking) แนวคิดการบริหารจัดการโครงการตามวงจรคุณภาพ (PDCA)     ซึ่งจากทั้ง 5 แนวคิดข้างต้น สามารถสร้างโมเดล BME-RSU Internationalization Knowledge Management Framework เพื่อใช้เป็นกลไกในการบูรณาการการพัฒนาความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ Curriculum International Integration เป็นการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนแบบสองภาษา รวมถึงการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ (Academic Integration) Global Mobility and International Experience เป็นการส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ระดับนานาชาติ เช่น การแลกเปลี่ยนนักศึกษา การฝึกงาน และการศึกษาดูงานในต่างประเทศ International Research Collaboration เป็นการสร้างเครือข่ายการวิจัยระดับนานาชาติ การตีพิมพ์ผลงานวิจัยในฐานข้อมูลสากล และการเข้าร่วมแข่งขันนวัตกรรมระดับนานาชาติ Professional and Academic Networking เป็นการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะวิชาชีพของนักศึกษาและบุคลากร โดยกลไกทั้งสี่ด้าน4 ด้านนี้ดำเนินการผ่านกระบวนการ Knowledge Management (KM) ได้แก่ การสร้างองค์ความรู้ (Knowledge Creation) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) และการถ่ายทอดและต่อยอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer๗) ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานักศึกษาให้มี Global Competency และสามารถทำงานในบริบทนานาชาติได้ โดยสามารถสรุปโมเดลได้ดังแผนภาพ 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)☑ยุทธศาสตร์ที่ 4      โปรดระบุ KR 4.1.3, 4.1.6/1, 4.2.1,   รายละเอียดตัวชี้วัด เอกสารประกอบ:  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565-2569  (ฉบับปรุง พ.ศ. 2567-2569)          โดยในการวางแผนในการจัดโครงการหรือกิจกรรมแต่ละกิจกรรมของวิทยาลัยวิศวรรมชีวการแพทย์ ถูกออกแบบให้มีความสอดคล้องบูรณาการและตอบโจทย์ในหลายตัวชี้วัด                                            ขั้นตอนการดำเนินงาน     วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการจัดทำแผนกิจกรรมพัฒนานักศึกษาประจำปีการศึกษาทุกๆปี การวางแผนงานเป็นไปตามประเด็นยุทธศาสตร์ของวิทยาลัย ดังนี้ ประเด็น ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล(Internationalization) ซึ่งบูรณาการร่วมกับ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต (Excellence in Education)  ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างนวัตกรรมงานวิจัย (Innovative Research and Development) และยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (Image and Reputation Management) โดยมีคณบดีและกรรมการบริหารวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดนโยบายโดยมี รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบด้านการเรียนรู้และกิจกรรมแบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (International Academic Integration) การรับนักศึกษาแลกเปลี่ยน การอบรมทางวิชาชีพในต่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานและสถาบันในต่างประเทศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษเป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านกิจการนักศึกษาและประสานงานกับรองฯ วิชาการและวิเทศสัมพันธ์ในการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเป้นผู้รับผิดชอบในเรื่องของการวิจัยร่วมกับสถาบันในต่างประเทศ การเข้าร่วมเสนอผลงานทางวิชาการและวิจัยของคณาจารย์และนักศึกษาในระดับนานาชาติ รวมถึงการเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ โดยในทุกภาคส่วนได้มีการทำงานแบบบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในสังคมโลก ได้แก่ทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Communication and Collaboration)  ความสามารถด้านภาษาและการสื่อสารในบริบทนานาชาติรวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) งบประมาณจากมหาวิทยาลัยเป็นไปตามงบประมาณที่จัดสรรในแต่ละโครงการ โดยรายละเอียดดังเอกสารแนบใน PDCA งบประมาณจากแหล่งทุนอื่น เช่นจากกระทรวงการต่างประเทศ โครงการทุนความร่วมมือในเครือข่ายระดับนานาชาติ                                             3. การลงมือปฏิบัติ ทางวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ ซึ่งยึดมั่นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยปรับให้สอดคล้องกับบริบทของวิทยาลัยและความต้องการของนักศึกษา บุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) โดยมีรายละเอียดดังนี้ หลักสูตรการเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษา (Bilingual) เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติ         เนื่องจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้ดำริริเริ่มให้มีการเรียนการสอนแบบสองภาษา และรับนักศึกษาต่างชาติมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562  ดังนั้นรายวิชาทุกรายวิชาที่เปิดทำการเรียนการสอน ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1-4 จะมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ 1 กลุ่ม ในทุกรายวิชา โดยในการเรียนในกลุ่มภาษาอังกฤษ จะมีนักศึกษาไทยที่เลือกเข้าเรียนในกลุ่มนี้โดยความสมัครใจ ทำให้เกิดการ การเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (Academic Integration) และการพัฒนาทักษะทางภาษา นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมร่วมกันทำให้นักศึกษาไทยและต่างชาติได้มีการปฎิสัมพันธ์ผ่านการเรียนและกิจกรรมต่างๆ ของวิทยาลัยแบบพหุวัฒนธรรม (Multiculture) โดยจากสถิติจะเห็นได้ว่าจำนวนนักศึกษาต่างชาติขิงวิทยาลัยได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นซึ่งสะท้อนต่อความมีชื่อเสียงและการยอมรับของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ในระดับนานาชาติ  โดยสามารถสรุปสถิติจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เข้าศึกษาในวิทยาลัยตามรายปีได้ดังนี้ เอกสารประกอบ: KM-BME1_สรุปจำนวนนักศึกษาต่างชาติ และนักศึกษาแลกเปลี่ยน การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ทางวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มุ่งเน้นในการพัฒนาบัณฑิตให้มีความเท่าทันโลก ซึ่งภาเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการสื่อสาร โดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ที่ระบุให้นักศึกษาในระดับปริญญาตรี มีผลสอบภาษาอังกฤษแบบ CEFR ไม่ต่ำกว่าระดับ B1 แต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาในวิทยาลัยมีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษที่มีความหลากหลาย ทางวิทยาลัยจึงได้มีโครงการพัฒนาภาษาอังกฤษเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ก่อนที่จะไปฝึกงานต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ CEFR ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า B1 ซึ่งจากผลดำเนินงานพบว่านศ. ระดับปริญญาตรีของวทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มีผลสอสอบภาษาอังกฤษ CEFR ในระดับไม่ต่ำกว่า B1 เป็นจำนวน 100% เอกสารประกอบ: KM-BME2_ผลสอบCEFR67 โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ         จากการที่วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการจัดเรียนการสอนแบบสองภาษา และรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงมีการทำวิจัยอย่างเข้มข้นโดยคณาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทำให้นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างชาติที่เป็นเครือข่ายของมหาวิทยาลัยรังสิตมีความสนใจเดินทางมาแลกเปลี่ยน และทำวิจัยเพิ่มเติมที่วิทยาลัย ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมีชื่อเสียงและการยอมรับของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตในระดับนานาชาติ                 ในด้านการแลกเปลี่ยนอาจารย์และบุคลากร ทางวิทยาลัยมีกลไกในการสนับสนุนให้บุคลากรมีการเพิ่มพูนประสบการณ์ณ. สถาบันในต่างประเทศที่เป็นเครือข่าย ดังนั้นภายใต้โครงการ Erasmus+ ICM programme: staff mobility กับมหาวิทยาลัย Jönköping University  ประเทศสวีเดน ได้มีการแลกเปลี่ยนอาจารย์เพื่อไปสอนและเพิ่มพูนประสบการณ์ที่มหาวิทยาลัย Jönköping University ในการนี้ รศ. ดร. ณัฐพล ถนัดช่างแสง รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมได้เดินทางไปสอนเป็นระยะเวลา สามสัปดาห์ในเดือนตุลาคม 2022 และ ผศ.ดร. ศนิ บุญญกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมประชุม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนในการเดินทางทั้งหมดจากโครงการ Erasmus+ICM Programme และผลสืบเนื่องจากโครงการนี้ ทางวิทยาลัยได้มีการแต่งตั้ง Associate Professor Kent Eine Salomonsson เป็นศาสตรจารย์วุฒิคุณของวิทยาลัย                ในปี 2026 นี้ทางวิทยาลัย ร่วมกับ University of Skövde  ประเทศสวีเดน กำลังอยู่ในระหว่างขอยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับทุนสนับสนุนภายใต้โครงการ Erasmus+ ICM programme: staff and student mobility ประจำปี 2026 นอกเหนือไปจากนั้นทางวิทยาลัยอยู่ในระหว่างพัฒนาหลักสูตรภาคฤดูร้อนร่วมกับ School of Engineering, University of Skövde  เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่มีศักยภาพ เดินทางไปศึกษาระยะสั้นในช่วงภาคฤดูร้อนที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ                    เอกสารประกอบ: KM-BME3_JUErasmus+ICM, KM-BME4_คำสั่งแต่งตั้งBME_ProfKent                4. การพัฒนางานวิจัยเพื่อการเผยแพร่และแข่งขันในระดับนานาชาติ                ด้วยยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้มุ่งเน้นและส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาพัฒนางานวิจัยและแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ โดยมีกลไกขับเคลื่อนด้วยระบบสนับสนุนต่างๆ ทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำวิจัยให้มีความทันสมัย ทำให้บุคลากรและนักศึกษามีการเผยแพร่งานวิจัยทั้งในรูปการประชุมวิชาการ ตีพิมพ์ผลงานวิจัย และการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปรากฏเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้แก่จำนวนผลงานวิจัยที่มีการตีพิมพ์ในสารสารระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากรายงานการสืบค้นข้อมูลผ่านGoogle Scholar ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522- 2568 พบว่ามีงานวิจัยจากคณาจารย์และนักศึกษาตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Scorpus เป็นจำนวนทั้งสิ้น 168 ผลงาน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีจำนวนผลงานตีพิมพ์เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี           สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ มีดังนี้ รศ.ดร.ณัฐพล ถนัดช่างแสง ได้นำผลงาน นวัตกรรมผิวหนังเทียมจากเครื่องพิมพ์ชีวภาพ เข้าร่วมประกวดที่งาน Kaohsiung International Invention & Design EXPO (KIDE 2023)ประเทศไต้หวัน ในระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2566 โดยได้รับ 2 รางวัลเหรียญทอง พร้อมเกียรติบัตร ดังนี้คือ Gold Medal for Invention และ 2. Hong Kong Special Award ในปี 2568 ทางวิทยาลัยได้สนับสนุนให้คณาจารย์และนักศึกษาส่งผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ประกวดระดับนานาชาติในงาน “The 8th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2025” ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และได้รับรางวัลดังนี้คือ รางวัลเหรียญทอง (Gole Medal) และ 2. รางวัล NRTC Special Awards งาน “2026 Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition; IPTEx2026” ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ มกราคม 2569 ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเวทีระดับนานาชาติที่จัดแสดงและประกวดนวัตกรรมกว่า 800 ผลงาน จากนักประดิษฐ์และนักวิจัยทั่วโลก รวม 23 ประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายและผลักดันสิ่งประดิษฐ์สู่การใช้งานจริง โดยทีมนักศึกษาจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้ร่วมนำเสนอและแข่งขันประกวดนวัตกรรม และได้รับรางวัลเหรียญทอง เอกสารประกอบ: KM-BME5_สรุปวิจัยนวัตกรรมBME-RSU ณัฐพล               5. โครงการพัฒนาบุคลากรทางวิศวกรรมชีวการแพทย์ในระดับนานาชาติ การพัฒนาบุคลากรด้านเครื่องมือแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขลาว ภายใต้ทุนสนับสนุน Grand Duchy-Luxembourg ในปี 2013 สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (ก่อนปรับมาเป็นวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตในปี 2018) ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขประเทศลาวได้ทำโครงการความร่วมมือ “โครงการฝึกอบรมบุคลากรด้านเครื่องมือแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขลาวในประเทศไทย (Academic Training of MOH Technical Staff in Thailand in the Domain of Medical Equipment)” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ “Lao-Luxembourg Health Initiatives Support Programme (LAO/017)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเทคนิคของกระทรวงสาธารณสุขลาว โดยเป็นการสร้างบุคลากรที่สามารถดูแล ซ่อมบำรุง และบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลของลาว โดยในโครงการนี้ทางสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้จัดการฝึกอบรมสามหลักสูตรได้แก่ Bachelor of Science Program,  Mini MBA Program และ Biomedical Instrumentation Technician Certificate Training  ให้แก่บุคลากรจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ซึ่งโครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนทั้งหมดจาก  Lux-Development ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของรัฐบาลลักเซมเบิร์ก โดยมีผู้สำเร็จการศึกษา รวมทั้งสิ้น 25 คน ผลสืบเนื่องจากการฝึกอบรมดังกล่าว ได้เกิดเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาบุคลากรระหว่างประเทศ โดยมีนักศึกษาที่จบในระดับปริญญาตรี ได้กลับมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโท 2563 และจบการศึกษาไปปี 2565 ผลสืบเนื่องจากโครงการนี้ ยังก่อให้เกิดความร่วมมือแบบไตรภาคี ได้แก่ประเทศไทย ประเทศฃลาว และประเทศญี่ปุ่น เพื่อวางแผนความร่วมมือต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากรทางวิศวกรรมคลินิกให้กับประเทศลาว โดยในวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2567 ทีมผู้บริหารจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ม. รังสิตและทีมวิศวกรคลินิกจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตไกประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางไปประชุมหาความร่วมมือ และการดำเนินงานทางด้านเครื่องมือแพทย์ ที่กระทรวงสธารณสุขลาว นครเวียงจันทร์ และโรงพยาบาลหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยได้รับทุนสนับสนุนในการเดินทางทั้งหมดจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตไก  ประเทศญี่ปุ่น เอกสารประกอบ: KM-BME6_Dutchy-Lux contract โครงการ TRICOLOR เพื่อการพัฒนาวิชาชีพวิศวกรชีวการแพทย์ไทยร่วมกับวิศวกรคลินิกประเทศญี่ปุ่น เนื่องด้วยวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิตได้มีร่วมมือกับโรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตไก ประเทศญี่ปุ่น จัดทำโครงการการพัฒนาความร่วมมือทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์นานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2562 ในโครงการที่มีชื่อว่า Establishment of Thai Biomedical

การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านการเรียนการสอนกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ Read More »

กิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษกับบัณฑิตรุ่นใหม่

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.6/1 กิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษกับบัณฑิตรุ่นใหม่ ผู้จัดทำโครงการ​ อ.ธนัชยา เกณฑ์ขุนทด รศ.ดร. บัญญัติ เศรษฐฐิติ อ.ประณต มณีอินทร์ ดร.อาทิตย์ พงษ์ทิพย์ และ อ.ธนกร พรมโคตรค้า วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร และเทคโนโลยีอาหาร หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           ในยุคปัจจุบันที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างประเทศ การมีความสารมารถในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้บัณฑิตสามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้จากแหล่งต่างๆทั่วโลกเสริมสร้างโอกาสในการทำงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีความต้องการบุคคลากรที่มีทักษะภาษาสูง นอกจากกนี้การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 เป็นโลกไร้พรมแดน องค์ความรู้ด้านต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกต่างก็ได้รับการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในยุคดิจิทัล การมีความรู้และความสามารถทางภาษาอังกฤษจะช่วยให้บัณฑิตสามารถปรับตัวและประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมการทำงานการใช้ชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ภาษาของชาติที่เป็นประเทศมหาอำนาจ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน จะได้รับความสนใจเรียนรู้กันทั่วโลก บัณฑิตจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาของชาติที่เป็นประเทศมหาอำนาจและการเรียนรู้ภาษาประจำชาติเพื่อคงความเป็นชาติไว้ หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย จึงกำหนดให้ประชาชนได้ศึกษาเล่าเรียนภาษาอังกฤษเป็น ภาษาต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องศึกษาภาษาไทยที่เป็นภาษาหลักของชาติไปด้วย เพื่อใช้สื่อสารกับคนในประเทศเดียวกัน และใช้ภาษาอังกฤษไว้ใช้สื่อสารกับคนต่างประเทศ เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้วัฒนธรรมสังคม และเศรษฐกิจที่เปิดเสรีมากขึ้น มีผลให้สถาบันการศึกษาต่างๆเกิดการตื่นตัวในการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศหลากหลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลีภาษาญี่ปุ่น แต่ภาษาอังกฤษยังคง เป็นที่ยอมรับและใช้เป็นภาษากลางของโลกสำหรับการติดต่อสื่อสารกับนานาประเทศเพื่อดำเนินกิจกรรมประเภทต่างๆ ทั้งในด้านการศึกษาการทำธุรกิจการลงทุน การท่องเที่ยวและการใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งยัง เป็นภาษาที่ใช้ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอีกด้วย แต่จากผลการทดสอบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษระดับชาติ พบว่า ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น การหาวิธีการ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยเพื่อให้มีคุณภาพทัดเทียมชาติอื่นๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต จุดมุ่งหมายในการจัดการเรียนรู้ภาษาทุกภาษา ย่อมต้องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารทั้ง 4 ทักษะ คือ ทักษะการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน ในการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ในฐานะภาษาต่างประเทศ ซึ่งการเรียนการภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศหรือใน ฐานะภาษาที่สองพบว่า ผู้เรียนภาษามักจะมีปัญหาในทักษะทางภาษา 4 ทักษะในลักษณะต่างๆกัน ปัญหาของผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศนั้น ผู้เรียนจะมีปัญหาในการฟังมากที่สุด อาจเป็นเพราะผู้เรียนเหล่านั้นมีโอกาสพบกับเจ้าของภาษาน้อย ดังนั้นพวกเขาจึงประสบปัญหาในการฟังบรรยายของเจ้าของภาษา ทักษะการฟังไม่ได้รับความสนใจเท่าเทียมกับทักษะ อื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดความไม่กล้าแสดงออกและทำให้หมดกำลังใจ การที่ผู้เรียนที่ไม่สามารถฟังภาษาต่างประเทศหรือ ภาษาที่สองได้เข้าใจ ถึงแม้จะได้ผ่านการเรียนวิชาการสนทนามาแล้วทั้งในชั้นระดับชั้นประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาหรือระดับอุดมศึกษา อาจเนื่องมาจากปัญหาที่เกี่ยวข้อง 3 ประการ คือ 1) ความยากลำบากในการจดจำรายละเอียดที่สำคัญของข้อความที่มีความยาวมาก ๆ 2) ความเร็วในการพูดที่มีข้อความที่ไม่ชัดเจน 3) ความไม่คุ้นเคยกับคำศัพท์ที่พูดหรือข้อความที่ได้ฟัง           ภาษาอังกฤษมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของคนไทย เพราะมีผลต่อการเรียนและการทำงานเป็นอย่างมาก ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีจะช่วยทำให้สามารถสืบค้นข้อมูลที่มีประโยชน์ทั่วโลกได้มากขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาส ในการได้งานที่ดีจึงเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการเรียนและการทำงานในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม นักศึกษาไทย ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ เนื่องมาจากไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน จึงทำให้ขาดความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ประกอบกับทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้เล็งเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ จึงได้จัดให้มีการสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานภาษาอังกฤษเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายยกระดับภาษาอังกฤษของระดับอุดมศึกษา ทั้งยังเป็นการเพิ่มความเป็นสากลให้แก่นักศึกษาและมหาวิทยาลัยรังสิต          ดังนั้น ทางคณะนวัตกรรมเกษตรได้จัดกิจกรรมการพัฒนาภาษาอังกฤษขึ้น ทั้งสิ้น 3 กิจกรรม ประกอบด้วย การสื่อสารภาษาอังกฤษ เบื้องต้น (Basic English for Communication) ภาษาอังกฤษเพื่อการนำเสนอและสัมมนา (English for Presentation and Seminar) และการเขียน resume ภาษาอังกฤษ (English Resume Writing) เพื่อฝึกฝนทักษะ ส่งเสริม และทบทวนการใช้ภาษาอังกฤษในด้านต่างๆ ของนักศึกษา อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนจบการศึกษาอีกด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าว ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ความรู้ที่เป็นประเด็นสาคัญที่นามาใช้: ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ หรือ Experiential Learning Theory (ELT) คือ ‘ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์’ บันไดวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning spiral ซึ่งประกอบไปด้วย Experiencing เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนลงมือทำกิจกรรมผ่านประสบการณ์ตรงทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เน้นความรู้สึกจากประสบการณ์จริง การลงมือทำ เน้นการเรียนรู้ที่นักศึกษาได้คิดเองทำเอง Reflecting เป็นขั้นตอนการสะท้อนความคิดจากประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม โดยที่ผู้เรียนนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้มาทบทวน คิดไตร่ตรอง ทำความเข้าใจในสิ่งที่ได้จากการสังเกต และการจดบันทึก Thinking เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนสรุปผลที่ได้จากการสะท้อนความคิด จากการสังเกตแล้วคิดไตร่ตรองจนสร้างเป็นแนวคิดของตนเอง Acting เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนนำแนวคิดที่ตนเองสร้างไปทดลองปฏิบัติในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งอาจนำไปใช้ในสถานการณ์ใหม่จนทำให้เกิดการหมุนเวียนเป็นวงจรการเรียนรู้ใหม่ ตามภาพที่ 1  ภาพที่ 1 แสดง วงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ Experiential Learning Theory (ELT)           การเรียนรู้จากประสบการณ์ Experiential Learning Theory (ELT) เป็นการลงมือทำจากความรู้ใหม่ที่ได้ แล้วเรียนรู้ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนควรปรับปรุง จากนั้นจะกลับเข้าสู่ขั้นตอนที่ 1 อีกครั้ง เป็นวงจรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ“เพราะโหมดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นซ้ำ จะขยายความเข้าใจของผู้เรียนได้ ผู้เรียนจะค้นพบว่าในทางปฏิบัติ จะเจอปัญหาอะไร และพบการประยุกต์ความรู้ใหม่ที่ทำได้หลากหลาย โดยการนำสิ่งที่เคยเรียนรู้ในสถานการณ์หนึ่งมาใช้ในอีกสถานการณ์หนึ่ง แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการที่วนซ้ำอย่างต่อเนื่องของวงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ (ได้แก่ experiencing, reflecting, thinking, และ acting) วงจรนี้ไม่ใช่วงกลมแต่เป็นบันไดวน เนื่องจากการเดินทางผ่านวงจรแต่ละครั้งจะกลับไปสู่ประสบการณ์ด้วยความเข้าใจใหม่ที่ได้จาก experiencing, reflecting, thinking, และ acting ดังนั้น บันไดวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จะช่วยอธิบายว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์นำไปสู่การพัฒนาได้อย่างไร ซึ่งถ้าหากในอนาคต ผู้เรียนได้เข้าไปรับประสบการณ์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาอีก ก็ให้หมุนวงจรกลับไปที่ขั้นแรก และทำต่อไปจนขั้นที่ 4 อีกครั้ง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)อื่น ๆ (โปรดระบุ) เจ้าของความรู้ นำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565-2569 มาตีความสู่การดำเนินงานความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)อื่น ๆ (ระบุ) เจ้าของความรู้ถอดความรู้กระบวนการจัดทาโครงการ หลังจากที่ได้ดาเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 วิธีการดำเนินการ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นเตรียมการ คณะอาจารย์เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาฯ ผู้รับผิดชอบ ประชุมเพื่อ วางแผนกำหนดการดำเนินงาน วางแผนแนวทางในการจัดกิจกรรม และจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ขั้นตอนที่ 2 ขั้นดำเนินงาน เขียนแผนโครงการฯ เพื่อขออนุมัติจัดทำ มอบหมายหน้าที่กับคณะทำงาน ในการจัดทำโครงการฯ เตรียมแผนและประชาสัมพันธ์โครงการฯ ดำเนินงานการประสานงานระหว่างคณะทำงาน เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมโครงการฯ จัดกิจกรรมตามแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ที่กำหนด5.1 การสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (English Communication in Everyday Life)5.2 ภาษาอังกฤษเพื่อการนำเสนอ (English for Presentations)5.3 การเขียน resume ภาษาอังกฤษ (English Resume Writing) สรุปผล ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาทักษาษาอังกฤษ ตาม วงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ Experiential Learning Theory (ELT)ขั้นที่ 1 Experiencing คือประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมเป็นการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพทางด้านนวัตกรรมเกษตร จึงได้กำหนดหัวข้อเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชสมุนไพร ในรายวิชา AIL327 โดยการทำยาดมสมุนไพร โดยอาจารย์แบ่งนักศึกษา ออกเป็นกลุ่ม คละความสามารถ จากนั้นอาจารย์จะเป็นจะเริ่มสอบถามนักศึกษาว่ารู้จักสมุนไพรชนิดใดบ้าง แต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร มีประโยชน์หรือสรรพคุณอย่างไร จากนั้น จะชักชวนให้นักศึกษา ทำการโคลนผลิตยาดมสมุนไพรโดยให้นักศึกษา เลือกส่วนผสมสมุนไพรที่นักศึกษาสนใจ พร้อมอธิบายเครื่องมืออุปกรณ์และส่วนผสมที่จำเป็นต้องใช้ในการทำยาดมสมุนไพร ขั้นตอนการทำ ในการใช้ส่วนประกอบของยาดมสมุนไพร ที่ใช้ในการฝึก ได้แก่ 1. สมุนไพรแห้งที่มีกลิ่นหอม เช่น กระวาน, กานพล, โป้ยกั๊ก, พริกไทยดำ, ลูกผักชี,อบเชย2. สารให้กลิ่นหอม ได้แก่ การบูร, เมนทอล, พิมเสน, น้ำมันยูคาลิปตัส3. ขวดสำหรับใส่ยาดมสมุนไพรอาจารย์เป็นผู้สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาในขณะส่งตัวแทนมารับอุปกรณ์ตลอดจนการวางแผนและลงมือทำ การชั่งตวงสูตรส่วนผสม เป็นการพัฒนาศัพท์เทคนิคทางด้านการเกษตร ในรายวิชา AIL327โดยในขั้นแรก อาจารย์เป็นผู้กำหนดสูตรส่วนผสม ดังนี้1.ตวงพิมเสนและการบูร อย่างละ 1 ช้อนชา2. ตวงเมนทอล 2 ช้อนชา ใส่ในขวดแก้วปากกว้างที่มีฝาปิด แล้วคนให้เข้ากัน จนกลายเป็นสารละลาย3. เทน้ำมันยูคาลิปตัส 3 มล. ลงไปผสมให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้4. นำกระวาน 1 ผล กานพลู 5 ดอก โป๊ยกั๊ก 1 ผล อบเชย 1 ช้อนชา ลูกผักชี พริกไทยดำ อย่างละ 1 ช้อนชา ใส่ชาผสม ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน5. ตักสมุนไพรในข้อ 4 ใส่ลงในขวดสำหรับใส่ยาดม แล้วเติมสารละลายในข้อ 3 ลงไปพอประมาณ แล้วปิดฝา เสร็จขั้นตอนพร้อมนำไปใช้ดมได้ ขั้นที่ 2 Reflecting คือการสะท้อนคิดจากการสังเกตโดยการฝึกให้นักศึกษาทุกคนอภิปรายผลที่ได้และความรู้สึกจากการลงมือทำยาดมสมุนไพรด้วยตนเองในครั้งแร ซึ่งอาจารย์จะคอยช่วยเสริมประเด็นในการอภิปราย ในประเด็นต่างๆ เช่น คำนึงถึงความสะอาดในการทำหรือไม่ อย่างไร เทคนิคการชั่งตวงส่วนผสม ลำดับขั้นตอนการเติมส่วนผสม ความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์จากนั้นตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาสรุปถึง “การทำยาดมสมุนไพร” ประเมินว่านักศึกษามีความรู้สึกกับผลงานยาดมสมุนไพรฝีมือหรือผลงานของตนเองอย่างไร มีจุดบกพร่องหรือมีข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร เพื่อให้นักศึกษาบันทึกผลที่เกิดขึ้น และสาเหตุของการเกิด เพื่อจะได้หาแนวทางแก้ไขในขั้นตอนต่อไป ขั้นที่ 3 Thinking การสร้างแนวคิดที่เป็นนามธรรมหลังจากที่แต่ละกลุ่มทำยาดมสมุนไพรเสร็จ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปวิธีการทำ และอัตราส่วนของสารผสม (พิมเสนและการบูร อย่างละ 1 ช้อนชา เมนทอล 2 ช้อนชา น้ำมันยูคาลิปตัส 3 มล. กระวาน 1 ผล กานพลู 5 ดอก โป๊ยกั๊ก 1 ผล อบเชย 1 ช้อนชา ลูกผักชี พริกไทยดำ อย่างละ 1 ช้อนชา)โดยให้นักศึกษา เขียน Flow chart ตามขั้นตอนของแต่ละกลุ่ม จากนั้นอาจารย์ประเมินความสามารถของนักศึกษาจากแบบบันทึกวิธีการทำยาหม่องสมุนไพร ขั้นที่ 4 Acting คือการทดลองปฏิบัตินักศึกษา ในแต่ละกลุ่มลงมือทำยาหม่องสมุไพรอีกรอบตามวิธีการที่ได้จากแนวคิดของกลุ่ม โดยกำหนดให้ทุกกลุ่มต้องเปลี่ยนสูตรส่วนผสมห้ามซ้ำกับรอบแรก จากนั้นให้นักศึกษาเสนอสูตรการทำยาหม่องสมุนไพรจากวัตถุดิบส่วนผสมที่มี หรือวัตถุดิบส่วนผสมอื่นที่นักศึกษาคิดว่าจะเป็นส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ของยาดมสมุนไพร อาจเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกมากในพื้นที่ หรือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม โดยใช้อุปกรณ์ ส่วนผสมเดิม โดยในขั้นตอนนี้ อาจารย์ใช้วิธีการสังเกตุพฤติกรรมของนักศึกษา และประเมินคุณภาพของยาดมสมุนไพรที่นักศึกษาลงมือทำ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากรอบแรกอย่างไร นักศึกษาได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดจากการทำครั้งแรกตรงจุดไหนบ้างและนำมาปรับปรุงในขั้นตอนนี้อย่างไร เพื่อทำให้คุรภาพของยาดมสมุนไพรมีคุณภาพดีขึ้น เช่นหอมขึ้น ไม่แฉะ ไม่หกเลอะเทอะ ใช้ง่ายและสะดวก 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการการนำไปใช้หรือการลงมือปฏิบัติจริงอุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน2.1 การพัฒนาทักษะด้าน การสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (English Communication in Everyday Life)จากการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ผ่านกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม โดยเชิญ ผศ.ดร.พนิตนาฏ ชูฤกษ์ เป็นวิทยากรอบรม ผลการดำเนินงาน ทักษะด้าน การสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (English Communication in Everyday Life) ผ่านกิจกรรมกลุ่ม การทำยาดมสมุนไพร โดยการดำเนินงานดังกล่าวเป็นการพัฒนาทักษะ ด้านการสื่อสาร นักศึกษาสามารถอธิบายส่วนผสม อุปกรณ์ ลำดับขั้นตอน การทำยาดมสมุนไพรได้ (ภาพที่ 2) ภาพที่ 2 หลักฐานแสดงกิจกรรมกลุ่มการทำยาดมสมุนไพร ในโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ 2.2 การพัฒนาทักษะการเขียน resume ภาษาอังกฤษ (English Resume Writing) เป็นการพัฒนาทักษะด้านการเขียนภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกคน ได้ฝึกเขียน Resume ภาษาอังกฤษ ภาพที่ 3 ตัวอย่างหลักฐานการเขียน Resume ภาษาอังกฤษ 2.3 ทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการนำเสนอ (English for Presentations)วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2024 นักศึกษาของคณะนวัตกรรมเกษตร ได้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในระดับนานาชาติที่ประเทศอินเดีย ในหัวข้อ In vitro biocontrol potential of natural substance combination against microbial plant diseases ภาพที่ 4 ภาพที่ 4 หลักฐานแสดงการนำเสนอผลงานวิจัยเป็นภาษาอังกฤษ 2.4 มีการทำ MOU กับมหาวิทยาลัยกุ้ยโจว สาธารณณัฐประชาชนจีนโดยในปี 2024 ทางหลักสูตรได้ทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ Guizhou University for Nationalities ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1951, โดยสังกัดรัฐบาลของมณฑลกุ้ยโจว,เป็นสถาบันการศึกษาเก่าแก่ที่สำคัญแห่งแรกของมณฑลกุ้ยโจว,รัฐบาลของมณฑลกุ้ยโจวและคณะกรรมการกิจการพลเรือนแห่งชาติร่วมกันสร้างขึ้น,และมหาวิทยาลัยกุ้ยโจ้วเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคณะเกษตรติดอันดับต้นๆของประเทศจีนโดยในความร่วมมือดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยกุ้ยโจว ได้มีการมานำเสนอผลงานวิจัยด้านโรคที่เกิดจากเชื้อราในพริก และการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ โดย Prof. Yong Wang ให้กับนักศึกษาคณะนวัตกรรมเกษตร และ ในช่วงระหว่าง วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 – 30 กรกฎาคม 2567 ทางหลักสูตรได้มีการส่งนักศึกษาของคณะ จำนวน 7 คน (ภาพที่ 5) ไปฝึกประสบการณ์การเรียนรู้ ณ มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยลักษณะงานที่นักศึกษาได้รับมอบหมาย อาทิ การเพาะเลี้ยงเชื้อ การคัดแยกเชื้อ การทดสอบกิจกรรมการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย การสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญของพืชสมุนไพร ซึ่งนักศึกษาของเราได้ค้นพบเชื้อราตัวใหม่ที่เป็นเชื้อราสาเหตุโรคในพริกที่ไม่เคยมีการระบาดและตรวจพบมาก่อนใน จีนชื่อเชื้อ Stagonosporopsis pogostemonis มีลักษณะสปอร์ ดังแสดงในภาพที่ 6 ภาพที่ 5 นักศึกษาคณะนวัตกรรมเกษตรที่ไปฝึกงานที่ มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว ภาพที่ 6 แสดงลักษณะสปอร์ของเชื้อ Stagonosporopsis pogostemonis ในปี 2567 Assoc. Prof. Dr. Xiang Yu Zeng. จาก Department of Plant Pathology Guizhou University มาบรรยายเกี่ยวกับ “เทคนิคการจำแนกสสปีชีส์เชื้อราสาเหตุโรคพืชด้วย AI” ภาพที่ 7 ภาพที่ 7 หลักฐานแสดงรายชื่อการร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ 2.5 มีการจัดกิจกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านการปฏิบัติระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติจากการจัดโครงการพัฒนาทักษะภาษอังกฤษให้กับนักศึกษาของวิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร มีนักศึกษาของทั้ง 2 คณะ เข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย (ภาพที่ 8) ภาพที่ 7 หลักฐานแสดงรายชื่อการร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECKการตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่           มหาวิทยาลัยรังสิต โดยสถาบันภาษาอังกฤษ ได้จัดให้มีการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาเป็นประจำทุกปี ซึ่งในแต่ละปี มีนักศึกษาของคณะนวัตกรรมเกษตรเข้ารับการทดสอบ RSU2 -Test มีผลการทดสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ในระดับ A2 กับ B2 ภาพที่ 5 ภาพที่ 5 แสดงคะแนนทดสอบมาตรฐานภาษาอังกฤษ RSU2-Test ของคณะนวัตกรรมเกษตร ในแต่ละปี ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice           ในส่วนของวิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร ซึ่งมี 3 หลักสูตร และทั้ง 3 หลักสูตรได้มีการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ให้กับนักศึกษา คณะนวัตกรรมเกษตร นอกเหนือจากการจัดโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีโครงการพัฒนาทักษะภาจีนและภาษญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบัณฑิต ในการไปฝึกงานที่จีนและญี่ปุ่น คณะเทคโนโลยีอาหาร มีโครงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับ Toyo College of Food Technology เป็นประจำทุกปี ส่วนการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในนามวิทยาลัย ให้นักศึกษาของทั้ง 3 หลักสูตรได้เข้าร่วม แต่ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จมากกว่านี้ ผู้ถ่ายทอดบทเรียนขอเสนอ ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น ควรจัดให้มีพื้นที่ หรือห้อง ที่มีสื่อหรือกิจกรรมการเรียนการสอนที่น่าสนใจ แนะนำแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซด์ที่ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อแก้ปัญหาทักษะการฟัง ควรมีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อโซเชียล เพื่อให้มีอัตราส่วนของนักศึกษานานาชาติที่สนใจได้มีโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้ให้มากกว่านี้ และเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษครบทั้ง 3 ด้าน

กิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษกับบัณฑิตรุ่นใหม่ Read More »

WORLD ANTI-CORRUPTION CONFERENCE

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 4.1.6/1 WORLD ANTI-CORRUPTION CONFERENCE ผู้จัดทำโครงการ​ อ.เชฎฐ คำวรรณ และ นายกิตติศักดิ์ แก้วใส คณะนิติศาสตร์ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           สถาบันต่อต้านการทุจริต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มีบทบาทสำคัญในการศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในสังคมไทย พบว่าในประเทศไทยเป็นปัญหาที่หยั่งรากลึกและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในหลายด้าน สาเหตุของการทุจริตมีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับปัจจัยต่างๆ เช่น: วัฒนธรรมอุปถัมภ์: การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าหลักการและความถูกต้อง                                                                                                    ระบบราชการที่ซับซ้อน: ขั้นตอนการดำเนินงานที่ยุ่งยากและขาดความโปร่งใสเปิดโอกาสให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์                                                                                                การบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ: การขาดประสิทธิภาพในการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิด             ค่านิยมที่ผิดเพี้ยน: การยอมรับการทุจริตในวงกว้างและการขาดจิตสำนึกสาธารณะ                         ผลกระทบของการทุจริต: เศรษฐกิจ: ทำให้การลงทุนลดลง, การจัดสรรทรัพยากรไม่เป็นธรรม, และการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว สังคม: สร้างความเหลื่อมล้ำ, บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันต่างๆ, และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การเมือง: ทำให้การบริหารประเทศขาดประสิทธิภาพ, บั่นทอนความเป็นประชาธิปไตย, และสร้างความไม่มั่นคงทางการเมือง ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ เสริมสร้างความโปร่งใส: เปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย                                       พัฒนาระบบราชการ: ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ                     บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิด                   ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง: ส่งเสริมจิตสำนึกสาธารณะและสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ยอมรับการทุจริต  ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน: เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการทุจริต ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อื่น ๆ (โปรดระบุ)      https://sabaideethailand.com/2024/10/22/rsu-108/                  https://seapublicpolicy.org/work/thailandr2r/  https://www.youtube.com/watch?v=lszQYdbxlPM    https://www.biztosuccess.com/archives/115617             วิธีการดำเนินการ           มหาวิทยาลัยรังสิตได้ร่วมกับ ISI (International Sociological Association) จัดการประชุม World Anti-Corruption Conference 2024 ในวันที่ 22 ตุลาคม 2567 จริงค่ะ การประชุมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้และกระตุ้นการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตในระดับโลก 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน บทสรุปประเด็นสำคัญ: สรุปประเด็นหลักที่ถูกนำเสนอและอภิปรายในการประชุม                          ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: ข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมเพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายและแนวทางการต่อต้านการทุจริต ความร่วมมือและเครือข่าย: การสร้างความร่วมมือและเครือข่ายระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ การเผยแพร่ความรู้: การเผยแพร่บทความวิจัย, รายงานการประชุม, และสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่         ด้วยกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ International Strategy Institute (ISI) หรือสถาบันกลยุทธ์ระหว่างประเทศ จัดงานเสวนาวิชาการต่อต้านคอร์รัปชันระดับโลก 2024  (World Anti-Corruption Conference 2024 : “Transforming Trust, Eradicate Corruption : A Global Unity for Integrity”) ภายในงาน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิตและอดีตประธานรัฐสภา คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต Mr. CY. Cheah ประธานสถาบันกลยุทธ์ระหว่างประเทศ และ Datuk Seri Shamshun Baharin Mohd Jamil ผู้อำนวยการทั่วไปของศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินแห่งชาติ ให้เกียรติร่วมงาน จัดขึ้น ณ ห้องประชุม 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต                                                                   นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาวิชาการในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ “EMPOWERING SMES IN THE AGE OF GLOBALISATION: STRATEGIES TO COMBAT CORRUPTION” / “CROSS-BORDER ANTI-CORRUPTION EFFORTS IN ASIA PACIFIC: ENHANCING REGIONAL COOPERATION”/ “STRENGTHENING ANTI-CORRUPTION LEGISLATION AND JUDICIAL INDEPENDENCE: BUILDING ROBUST LEGAL FRAMEWORK” และ “LEVERAGING TECHNOLOGICAL SOLUTIONS TO DETECT AND PREVENT CORRUPTION” ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice            การพัฒนา World Anti-Corruption Conference ควรเน้นที่การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยสามารถใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และการประชุมแบบมีส่วนร่วม รวมถึงการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ เช่น UN และธนาคารโลก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและกลยุทธ์ในการต่อต้านการทุจริต นอกจากนี้ควรมีการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความรับผิดชอบในปฏิบัติการทั่วโลก

WORLD ANTI-CORRUPTION CONFERENCE Read More »

กิจกรรมเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากลผ่านโครงการการทูตสู่ชุมชน

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KRไม่ระบุ (4.1.6/1) กิจกรรมเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากลผ่านโครงการการทูตสู่ชุมชน ผู้จัดทำโครงการ​ ดร.จิระโรจน์ มะหมัดกุล สถาบันการทูตและการต่างประเทศ หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​            โครงการ “การทูตสู่ชุมชน” มีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียน (ASEAN) และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดนาวง รวมถึงให้นักศึกษาสถาบันการทูตและการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน ผ่านการปฏิสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ประเด็นปัญหาที่พบ คือ นักเรียนระดับประถมศึกษามีทักษะภาษาอังกฤษที่จำกัด ทำให้ต้องออกแบบกิจกรรมที่เข้าถึงง่ายและสนุกสนาน ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้  ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทักษะภาษาอังกฤษทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา ทักษะการทำงานเป็นทีมข้ามวัฒนธรรมระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อื่น ๆ (โปรดระบุ) ความรู้จากหลักสูตร IRD101 Southeast Asia’s Politics, Economy and Culture และความรู้จากรายวิชา IRD331 ASEAN Studies ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)  เจ้าของความรู้/สังกัด อาจารย์และนักศึกษาคณะการทูตและการต่างประเทศ อื่น ๆ (ระบุ) ประสบการณ์ของนักศึกษาและอาจารย์ที่ดำเนินโครงการ การถ่ายทอดความรู้จากนักศึกษาไปสู่นักเรียน การทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ วิธีการดำเนินการ นักศึกษาแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ วางแผนกิจกรรมล่วงหน้า โดยนักศึกษาไทยและต่างชาติร่วมกันกำหนดแนวทางการสอนและลำดับการดำเนินกิจกรรม จัดกิจกรรมที่โรงเรียนวัดนาวง โดยแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มและเข้าร่วมกิจกรรมฐานความรู้ที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษและอาเซียน ใช้กิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน เช่น เกมการฟัง พูด อ่าน เขียน และเกมทายคำศัพท์ นักศึกษาทำงานร่วมกันในการดูแลฐานกิจกรรมและให้คำแนะนำนักเรียน หลังกิจกรรม นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติร่วมกันประเมินผลและสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม จัดการประเมินผลความพึงพอใจและการเรียนรู้ของนักเรียนหลังจบกิจกรรม  2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน นักเรียนโรงเรียนวัดนาวงได้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 6 ฐาน ได้แก่ ฐานการฟัง (Listening), ฐานการพูด (Speaking), ฐานการอ่าน (Reading), ฐานการเขียน (Writing), ฐานคำศัพท์ (Vocabulary) และฐานความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ASEAN นักศึกษาสถาบันการทูตฯ ได้ฝึกฝนการถ่ายทอดความรู้ และเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานร่วมกันในบริบทระหว่างประเทศ นักศึกษาไทยและต่างชาติได้ทำงานเป็นทีมในการจัดกิจกรรมร่วมกัน ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน และการประเมินผล นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้เป็นอย่างดี และเกิดความสนใจต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้น กิจกรรมบางอย่างซับซ้อนเกินไปสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา จำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมมากขึ้น การสื่อสารระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติในบางกรณีต้องใช้เวลาปรับตัว   3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK ผลการประเมินโครงการจากนักเรียนมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ 65 จาก 5.00 แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมได้รับการตอบรับที่ดี นักเรียนให้คะแนนความสำคัญของโครงการ 79 และเห็นว่าควรจัดโครงการนี้ในปีต่อๆ ไป (4.92) นักเรียนร.ร.วัดนาวงได้รับประโยชน์จากกิจกรรมรวมถึงการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนและการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียน นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนมาในวิชา IRD101 Southeast Asia’s Politics, Economy and Culture และ IRD331 ASEAN Studies กับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาไทยและต่างชาติช่วยส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกันและการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม  บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ การใช้กิจกรรมที่เน้นการเล่นและการแข่งขันช่วยเพิ่มความสนใจของนักเรียน นักเรียนระดับประถมศึกษายังมีทักษะภาษาอังกฤษที่จำกัด ทำให้ต้องปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับของพวกเขา การทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาไทยและต่างชาติช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเรียนรู้การทำงานแบบสากล ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice ควรจัดเตรียมงบประมาณสำหรับโครงการบริการวิชาการในปีต่อไป เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยใช้สื่อที่เข้าใจง่ายขึ้น เสริมกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ส่งเสริมให้นักศึกษาใช้ทักษะด้านการทูตและการต่างประเทศในบริบทการสอนและการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรม เพิ่มกิจกรรมที่ช่วยให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติเข้าใจการทำงานเป็นทีมข้ามวัฒนธรรมมากขึ้น เช่น เวิร์กช็อปก่อนเริ่มกิจกรรมและการสะท้อนผลหลังจบโครงการ

กิจกรรมเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากลผ่านโครงการการทูตสู่ชุมชน Read More »

ICC x LSM Logistics Management

รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR 1.2.1 และ KR 4.1.6/1 ICC x LSM Logistics Management ผู้จัดทำโครงการ​ Mr. Fudong Luo และ ดร.ชนะเกียรติ สมานบุตร วิทยาลัยนานาชาติจีน หลักการและเหตุผล/ความสำคัญ/ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้​           ในปัจจุบัน การบริหารโลจิสติกส์และการสื่อสารทางธุรกิจ โดยเฉพาะในภาษาจีน มีบทบาทสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศ การขาดความเข้าใจด้านโลจิสติกส์และความแตกต่างทางวัฒนธรรมอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน โครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาไทยและจีนได้เรียนรู้และฝึกทักษะร่วมกันผ่านรายวิชา Logistics Management ของทั้งสองคณะ โดยนักศึกษาบริหารธุรกิจได้พัฒนาทักษะภาษาจีนและความเข้าใจธุรกิจจีน ขณะที่นักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติจีนได้เรียนรู้การบริหารโลจิสติกส์ไทย เสริมทักษะภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย กิจกรรมนี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถบูรณาการความรู้ เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในสภาพแวดล้อมข้ามวัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายที่เป็นประโยชน์ต่ออนาคตทางอาชีพ ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้  ข้อมูลคำศัพท์พื้นฐานในวิชาชีพโลจิสติกส์ การสื่อสารและการทำงานข้ามวัฒนธรรม การเรียนรู้โครงสร้างคลังสินค้าและกระบวนการปฏิบัติงาน การสร้างสรรค์และออกแบบคลังสินค้า ประเภทความรู้และที่มาความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อื่น ๆ (โปรดระบุ) คลังความรู้ที่ทำการศึกษาด้วยตนเอง วิธีการดำเนินการ ให้นักศึกษาจากทั้ง 2 วิชาจาก 2 คณะ (จีนและไทย) ได้ทำความรู้จักกันในครั้งแรกเพื่อสร้างความคุ้นเคย น.ศ.คณะบริหารธุรกิจ วิชา Lsm302 การจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง จำนวน 52 คน น.ศ.ว.นานาชาติจีน วิชา ICM222 การจัดการโลจิสติกส์ จำนวน 90 คน นักศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 142 คน ถูกจัดกลุ่มแบ่งออกเป็น 15 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีสมาชิกประมาณ 10 คน โดยคละกลุ่มนักศึกษาจีน กับ นักศึกษาไทย หลังจากแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ให้นักศึกษาทำกิจกรรม ( เกมส์เติมคำศัพท์โลจิสติกส์ ) เพื่อช่วยนักศึกษาได้รู้จักกันในบรรยากาศที่เป็นกันเองพร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานด้านโลจิสติกส์ นำนักศึกษาเยี่ยมชมคลังสินค้าจำลอง เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างคลังสินค้า อุปกรณ์ที่ใช้ และกระบวนการปฏิบัติงานของโลจิสติกส์ ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มจับฉลากเลือกประเภทของคลังสินค้าที่ต้องออกแบบ แต่ละกลุ่มทำงานร่วมกันเพื่ออกแบบคลังสินค้าตามโจทย์ที่ได้รับ นักศึกษาแต่ละกลุ่มนำเสนอแนวคิดและแผนการออกแบบคลังสินค้าของตน 2.Prototype testing in an operational environment – DO  ผลการดำเนินการ การนำไปใช้ หรือการลงมือปฏิบัติจริง อุปสรรคหรือปัญหาในการทำงาน           เดิมมีแผนพานักศึกษาไปศึกษาดูงานที่คลังสินค้าของ CP แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากเหตุการณ์โศกนาฎกรรมไฟไหม้รถทัวร์ที่ผ่านมา จึงปรับเปลี่ยนเป็นการเยี่ยมชมคลังสินค้าจำลองที่มหาวิทยาลัยรังสิตแทน อย่างไรก็ตาม คลังสินค้าจำลองดังกล่าวมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้การสาธิตและการฝึกปฏิบัติจริงไม่สามารถทำได้อย่างเต็มรูปแบบ และนักศึกษาอาจไม่ได้สัมผัสกับกระบวนการทำงานในสถานที่จริงอย่างครบถ้วน นักศึกษาชื่นชอบกิจกรรม และ สนใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น กระบวนการเรียนรู้มีความแปลกใหม่ทำให้นักศึกษารู้สึกสนุก และ ได้รับเนื้อหาที่สอดคล้องในโลกการทำงานจริง นักศึกษาหลายคนมองว่ากิจกรรมนี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างของการเรียนในห้องเรียนโดยเฉพาะของการฝึกปฏิบัติจริง 3. Proven through successful mission operation, Objectives and Key Results for Knowledge Management – CHECK การตรวจสอบผลการดำเนินการ การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ สรุปและอภิปรายผล บทสรุปความรู้หรือความรู้ที่ค้นพบใหม่ โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินงานผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยนักศึกษาได้รับโอกาสในการลงมือปฏิบัติและแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างสาขาวิชาต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การตรวจสอบผลการดำเนินการ นักศึกษามีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยเฉพาะด้านการจัดการคลังสินค้า สามารถวิเคราะห์และออกแบบพื้นที่จัดเก็บสินค้า วางแผนเส้นทางการเคลื่อนย้าย และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับระบบคลังสินค้า การทำงานเป็นกลุ่มช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการทำงานร่วมกันในบริบทข้ามวัฒนธรรม การนำเสนอประสบการณ์การนำไปใช้ นักศึกษาได้ทดลองออกแบบคลังสินค้าโดยอิงจากแนวคิดที่เรียนมา และสามารถนำเสนอผลงานในลักษณะที่เป็นมืออาชีพ ความท้าทายในกิจกรรม เช่น พื้นที่จำกัดของคลังสินค้าจำลอง ทำให้นักศึกษาต้องคิดวิเคราะห์และปรับตัวเพื่อให้สามารถดำเนินการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารและการทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาไทยและจีนช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและพัฒนาทักษะการทำงานในสภาพแวดล้อมสากล สรุปและอภิปรายผล รวมถึงบทสรุปความรู้ที่ค้นพบใหม่ นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่างองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์และทักษะด้านภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานระหว่างประเทศ ความรู้ที่ค้นพบใหม่ ได้แก่ การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้า และแนวทางในการปรับตัวเมื่อเผชิญกับข้อจำกัดของสถานที่หรือทรัพยากร กระบวนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมแบบนี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ยืนยันว่าโครงการสามารถบรรลุเป้าหมายของการจัดการความรู้ (Knowledge Management) และช่วยให้นักศึกษาได้รับทักษะที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้อย่างแท้จริง   ข้อเสนอแนะในการดำเนินการในอนาคต หรือการดำเนินการเพื่อสามารถนำไปสู่การเป็น Good Practice จากผลลัพธ์ของโครงการ พบว่านักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินโครงการในอนาคตประสบความสำเร็จและสอดคล้องกับ Key Result มากขึ้น ข้อเสนอแนะในการพัฒนาเพิ่มเติม ได้แก่ ขยายโอกาสในการฝึกปฏิบัติในสถานที่จริง ควรจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในคลังสินค้าหรือสถานประกอบการโลจิสติกส์จริง เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นกระบวนการทำงานที่สมบูรณ์และสอดคล้องกับโลกธุรกิจ เพิ่มการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรม นำซอฟต์แวร์โลจิสติกส์ เช่น ระบบบริหารคลังสินค้า (WMS) หรือเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรม พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เชิงโต้ตอบ ออกแบบกิจกรรมที่มีความท้าทายและต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น เช่น การวางแผนกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ หรือการแก้ไขปัญหาภาวะฉุกเฉินในการบริหารคลังสินค้า เสริมสร้างความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม สนับสนุนให้มีการทำงานเป็นทีมระหว่างนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาไทยมากขึ้น โดยอาจเพิ่มกิจกรรมที่ต้องใช้การเจรจาต่อรองหรือการสื่อสารทางธุรกิจที่เป็นภาษาจีนและภาษาไทย การประเมินผลและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีแบบประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะจากนักศึกษาและอาจารย์ผู้สอน เพื่อนำมาปรับปรุงกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต ข้อเสนอแนะเหล่านี้จะช่วยให้โครงการสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความพร้อมให้กับนักศึกษาในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นใจ

ICC x LSM Logistics Management Read More »

 
Scroll to Top