“CAB-RSU บูรณาการกิจกรรมพัฒนานักศึกษาเพื่อสืบสานประเพณีสู่ขวัญข้าวของชาวนาไทย”
รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 5 : KR 5.1.2 “CAB-RSU บูรณาการกิจกรรมพัฒนานักศึกษาเพื่อสืบสานประเพณีสู่ขวัญข้าวของชาวนาไทย” ผู้จัดทำโครงการ อ.ธนัชยา เกณฑ์ขุนทด และ รศ.ดร.บัญญัติ เศรษฐฐิติ คณะนวัตกรรมเกษตร 1. บริบทและความสำคัญ ก่อนที่จะมีแนวปฏิบัตินี้ มีสภาพปัญหา ความท้าทาย หรือโอกาสในการพัฒนาอะไรบ้าง เหตุใดจึงต้องมีการริเริ่มแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมา วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ดำเนินโครงการพัฒนานักศึกษา “สานสัมพันธ์น้องพี่ CAB สืบสานประเพณีบายศรีสู่ขวัญ : ปลูกข้าววันแม่ เกี่ยวข้าววันพ่อ” มาอย่างต่อเนื่องกว่า 12 ปี (ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557) โครงการนี้ริเริ่มขึ้นจากสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ที่ส่งผลให้ “พิธีสู่ขวัญข้าว” และคติความเชื่อเรื่องพระแม่โพสพ ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ กำลังเลือนหายไปจากวิถีชีวิตเกษตรกรไทย ปัญหาสำคัญที่พบคือ จำนวนผู้ประกอบพิธี (หมอทำขวัญข้าว) ลดลงอย่างต่อเนื่องและขาดผู้สืบทอด หากไม่มีการรวบรวม บันทึก และจัดการองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวปราชญ์ชาวบ้าน (Tacit Knowledge) เช่น ขั้นตอนพิธีกรรม บทสวด และความหมายเชิงสัญลักษณ์ จะสูญหายไปอย่างถาวร โครงการนี้จึงนำกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) มาบูรณาการร่วมกับกิจกรรมพัฒนานักศึกษา เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสและสืบสานภูมิปัญญานี้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงคุณค่าของประเพณีเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ด้านการเคารพธรรมชาติและความมั่นคงทางอาหาร ประเด็นความท้าทายบางอย่างที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ 1. การสร้างการมีส่วนร่วมของนักศึกษาที่เป็นคนรุ่นใหม่ เนื่องจากนักศึกษาหรือเยาวชนมีความสนใจหรือทัศนคติแตกต่างจากรุ่นปู่ย่า คณะนวัตกรรมเกษตร วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดกิจกรรม “สานสัมพันธ์น้องพี่ CAB สืบสานประเพณีบายศรีสู่ขวัญ : ปลูกข้าววันแม่ เกี่ยวข้าววันพ่อ” ต่อเนื่องมากกว่า 12 ปี กิจกรรมดังกล่าวมีส่วนช่วยสร้างพื้นที่เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายและเกิดการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นจากรูปแบบผสมผสานกับการรับน้องใหม่ ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสกับพิธีการดังกล่าวทำให้เกิดความรู้สึกรักและภาคภูมิใจ 2.การเชื่อมโยงคุณค่าของประเพณีให้เข้ากับประเด็น SDGS ในยุคปัจจุบัน การทำกิจกรรมดังกล่าวต้องชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวกับแนวคิดและความเชื่อของประเพณีกับการพึ่งพาธรรมชาติ การเคารพธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของคนกับธรรมชาติ การทำเกษตรแบบยั่งยืนในสภาวะที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงถึงความมั่นคงทางอาหาร การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำนาต้องมีจุดที่สมดุลระหว่างแบบเก่ากับแบบใหม่ เพราะถ้าหากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นแบบใหม่ ใช้เทคโนโลยีทั้งหมด อาจได้ประโยชน์ความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ แต่ขาดความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังนั้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำนาควร เช่นการส่งเสริมการทำนาแปลงใหญ่ ควรมีการส่งเสริมการทำพิธีเรียกขวัญข้าวควบคู่ไปด้วยเพื่อเป็นการรักษาเอกลักษณ์ของประเพณีสู่ขวัญข้าวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และโครงสร้างการผลิตทางการเกษตร ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการลดบทบาทของพิธีสู่ขวัญข้าวในวิถีชีวิตของเกษตรกรชาวนาไทยในปัจจุบัน ดังนั้น การนำประเพณีดังกล่าวมาผสานกับกิจกรรมรับน้องใหม่จึงเป็นการถ่ายทอดและอนุรักษ์องค์ความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมดังกล่าว เพื่อให้เยาวนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าและความสำคัญของประเพณี ฯ เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ต้องรักษาให้สามารถคงอยู่และปรับตัวได้ในบริบทของสังคมร่วมสมัยพร้อมทั้งสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ดั้งเดิมกับองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อให้ประเพณีดังกล่าวสามารถดำรงอยู่และปรับตัวได้อย่างเหมาะสมในบริบทของสังคมร่วมสมัยและในอนาคตประเด็นต่างๆเหล่านี้ จะช่วยเสริมให้ประเพณีมีความสำคัญและมีคุณค่าควรแก่การสืบสานต่อไปในอนาคต แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไร (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจ) เป้าหมายของแนวปฏิบัตินี้คือ การเพิ่มความพึงพอใจของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ โดยประเมินระดับความพึงพอใจ ในระดับมากถึงมากที่สุด ในด้านต่างๆได้แก่ ความพึงพอใจด้านกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้อง อาจารย์และบุคลากร ความพึงพอใจด้านพิธีรับขวัญน้องใหม่ ความพึงพอใจด้านการมีส่วนร่วมสืบสานประเพณีสู่ขวัญข้าว ความพึงพอใจด้านความรู้เชิงวิชาการ “การเสวนาวิชาการ” ความพึงพอใจด้านความพร้อมของสถานที่จัดงาน ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/) ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้ อื่น ๆ (โปรดระบุ) ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) เจ้าของความรู้/สังกัด ความรู้ที่สำคัญที่นำมาใช้และกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process) แนวปฏิบัตินี้มุ่งเน้นการสกัดความรู้ที่ฝังลึก (Tacit Knowledge) จากตัวบุคคล (แม่ครูเจ้าพิธี/ปราชญ์ชาวบ้าน) ให้ออกมาเป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) โดยมีการดำเนินงานดังนี้: การสกัดความรู้ (Knowledge Extraction): ถอดองค์ความรู้จากแม่ครูเจ้าพิธี ทั้งในส่วนของ “บทเรียกขวัญข้าว” ที่ใช้ทั้งในขั้นตอนการปลูกและเก็บเกี่ยว และรายละเอียดของ “เครื่องบวงสรวง” (เช่น กรวยก้นแหลม ขนมห่อ ข้าวต้มมัด หมากพลู) การรวบรวมและจัดเก็บ (Knowledge Storage): บันทึกองค์ความรู้ เทคนิคการดำนา การเพาะกล้า และพิธีกรรม จัดทำเป็นชุดความรู้เพื่อใช้ถ่ายทอดให้นักศึกษาทุกชั้นปี การถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer): ส่งผ่านความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านและคณาจารย์ สู่นักศึกษาผ่าน “การลงมือปฏิบัติจริง” และ “กิจกรรมเสวนาวิชาการ” แบบครบวงจร (ตั้งแต่เทคโนโลยีการผลิตไปจนถึงการแปรรูป) บทเรียกขวัญข้าว หรือคำเรียกขวัญข้าวที่แม่ครูใช้ในพิธี ทุกปี มีคำว่า ดังนี้ “แม่โพศรี แม่โพสพ แม่นพดารา เชิญมาเถิดแม่มา มาทำมาหากินในฟื้นแผ่นดินนี้ ขอให้ลูกนี้เป็นเศรษฐีชาวนา ขอให้เป็นพ่อค้าบ้านนอก ขอให้วัวควายเต็มคอก คุ้มแอก คุ้มไถ คุ้มไร่ คุ้มนา คุ้มเคราะห์ คุ้มโศก คุ้มโรคโรคา คุ้มนก คุ้มหนู คุ้มปู คุ้มปา คุ้มงู คุ้มเหี้ย อย่าให้เพลี้ยกินนา อ้ายหนอนอัปรีย์อย่าให้มีเข้ามา สัพพะโภสาวินาสันติ” บทเรียกขวัญดังกล่าวใช้ทั้งในขั้นตอนการปลูกข้าวและเกี่ยวข้าว การวางแผนและตัวชี้วัดความสำเร็จ (Plan & KPIs) เป้าหมาย: เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรม และสร้างความพึงพอใจระดับมาก-มากที่สุด แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (Image and Reputation Management) โปรดระบุ KR5.1.2 จำนวนกิจกรรม/โครงการระดับชาติหรือนานาชาติ ที่มุ่งเน้น การส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษา การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม โดยความ ร่วมมือกับองค์กรภายนอก/บุคคลภายนอก ที่ก่อให้เกิดคุณค่า/มูลค่าเพิ่มแก่สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน สอดคล้องตามตัวชี้วัดอื่น ตัวชี้วัดประกันคุณภาพ (ด้านศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทย) รายละเอียดตัวชี้วัด ตัวชี้วัดหลัก: สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (KR5.1.2) การส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษา การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์กรภายนอก เชิงปริมาณ: จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 100 คน (นักศึกษา บุคลากร ชุมชน และเครือข่ายต่างประเทศ) เชิงคุณภาพ: ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 00 ขึ้นไป (ร้อยละ 80 ขึ้นไป) ขั้นตอนการดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 1 ขั้นเตรียมการ คณะอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาฯ ผู้รับผิดชอบ ประชุมเพื่อวางแผนกำหนดการดำเนินงาน วางแผนแนวทางในการจัดกิจกรรม และจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ขั้นตอนที่ 2 ขั้นดำเนินงาน เขียนแผนโครงการฯ เพื่อขออนุมัติจัดทำ มอบหมายหน้าที่กับคณะทำงาน ในการจัดทำโครงการฯ เตรียมแผนและประชาสัมพันธ์โครงการฯ ดำเนินงานการประสานงานระหว่างคณะทำงาน เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมโครงการฯ จัดกิจกรรมตามแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ที่กำหนด กิจกรรมวันปลูกข้าววันแม่ (ช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี) กิจกรรมวันเกี่ยวข้าววันพ่อ (ช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี) สรุปผล ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินโครงการฯ ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) ลำดับ รายการ ยอดรวม (บาท) 1 ค่ค่าเดินทาง (2 รอบ ปลูกข้าวกับเกี่ยวข้าว) 29,000 2 ค่าวัสดุและอุปกรณ์จัดกิจกรรม บายศรี เครื่องบูชา 5,800 3 ค่าประชาสัมพันธ์/จัดทำเอกสาร 1,000 4 ค่าเตรียมดิน/ต้นกล้าสำหรับปลูกข้าว 5,000 5 ค่าอาหารกลางวัน/ว่าง/อาหารเย็น 24,672 6 ค่าวิทยากร (แม่ครูเจ้าพิธี) รวม 4,800 70,272 3. การลงมือปฏิบัติ การลงมือปฏิบัติจริงแบบบูรณาการ (Do) ดำเนินการอย่างเป็นระบบผ่าน 5 กิจกรรมหลัก ที่เชื่อมโยงวิถีเกษตรเข้ากับวงจรชีวิตนักศึกษา: การเพาะกล้าข้าวและการปักดำในกิจกรรมปลูกข้าววันแม่ ในช่วงเดือนสิงหาคม : ถ่ายทอดเทคนิคการดำนาจากเกษตรกรต้นแบบ เรียนรู้การจัดการน้ำและดินตามสภาพพื้นที่ พิธีสู่ขวัญข้าวและบายศรีสู่ขวัญน้องใหม่: บูรณาการการรับน้องเชิงสร้างสรรค์เข้ากับพิธีกรรมทางวัฒนธรรม คณาจารย์ผูกแขนรับขวัญ สร้างความผูกพัน การเสวนาวิชาการ: แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านข้าวแบบครบวงจรจากอธิการบดี ผู้บริหาร และปราชญ์ชาวบ้าน กิจกรรมเกี่ยวข้าววันพ่อ : จัดช่วงเดือน ธันวาคม นักศึกษาลงมือเกี่ยวข้าวด้วยเคียวแบบโบราณ พร้อมจัดเตรียมเครื่องบูชาแม่โพสพอย่างถูกต้องตามหลักประเพณี การร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอก : ในเวทีเสวนาวิชาการ ได้รับเกียรติจาก คุณไอรินทร์ อมรสินศิรรัฐ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก ให้เกียรติมากล่าวต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาพร้อมทั้งร่วมพิธีสู่ขวัญข้าวและเกี่ยวข้าวร่วมกับผู้บริหารและนักศึกษา และในส่วนของ พิธีเรียกขวัญข้าว ได้รับความอนุเคราะห์จาก นายอิสรายศ บุญเพิ่ม ครูโรงเรียนบ้านเขาเพิ่ม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครนายก โทรศัพท์ 0959061083 เป็นผู้ทำพิธี เรียกขวัญข้าว ประเพณีสู่ขวัญข้าวเป็นอีกประเพณีหนึ่งของชาวนาที่มีคุณค่ามากในมิติทางสังคม ทำให้หลายๆภาคส่วนพยายามอนุรักษ์และสืบสานต่อในหลายๆชุมชน วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นสถาบันการศึกษาเอกชน ที่มีวิทยาลัยนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร ที่มีทั้งคณะนวัตกรรมและคณะเทคโนโลยีอาหาร ที่บูรณาการองค์ความรู้ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ มีส่วนช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษาซึ่งเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้มีโอกาสในการสืบสานประเพณีโบราณนี้ไว้ ไม่ว่าจะมีส่วนช่วยสืบสานในทางตรงหรือทางอ้อม ก็ถือว่านักศึกษาหรือเยาวชนมีโอกาสได้เห็น ได้เข้าใจ ได้เรียนรู้ เพราะ พิธีสู่ขวัญขวัญข้าว ซึ่งถือเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวนา มีความสบายใจ ที่ได้ขอขมาและไหว้แม่โพสพ หากไม่ได้รับการ บันทึกและสืบสานต่อพิธีกรรมสู่ขวัญข้าวอาจจะเลือนหายไปจากชุมชนชาวนา ผู้ให้ข้อมูลจึงเห็นควรอนุรักษ์และสืบสานให้เป็นเอกลักษณ์ ในแต่ละชุมชนที่มีการปลูกข้าว เพื่อให้พิธีกรรมสู่ขวัญข้าวยังคงอยู่ และให้นักศึกษาได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในกิจกรรมพิธีกรรมสู่ขวัญข้าว ไม่ว่าจะมีส่วนร่วมในการเตรียมงาน เตรียมเครื่องบูชาหรือของเซ่นไหว้ มีส่วนร่วมในการเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าว ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีผู้ชมเข้าถึงได้อย่างมากมาย ซึ่งถือว่าเป็น Soft Power ปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างทาง รวมถึงแนวทางในการแก้ไข ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ด้านสถานที่จัดกิจกรรม : ระยะทางไกล (ม.รังสิต ถึง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี) จำนวนห้องน้ำไม่เพียงพอ หาสถานที่ที่ใกล้ ที่มีความพร้อมด้านสถานที่แปลงนา ที่พัก ห้องน้ำ ที่เพียงพอกับจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ด้านพิธีการ: แม่ครูเจ้าพิธีให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติและที่มาของประเพณีเรียกขวัญข้าว หาแม่ครูเจ้าพิธีหมอเรียกขวัญข้าวที่มีประสบการณ์ 4. การตรวจสอบและวัดผล ดำเนินการประเมินผลแบบ 360 องศา (แบบสอบถาม การสังเกต การสัมภาษณ์) ผลการดำเนินงานสะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้: บรรลุตัวชี้วัดเชิงปริมาณ: มีผู้เข้าร่วมถึง 190 คน (สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 คน) ประกอบด้วย ผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ชุมชน และนักศึกษาแลกเปลี่ยน/ศาสตราจารย์จากประเทศญี่ปุ่น บรรลุตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ: ผู้ตอบแบบประเมิน (ร้อยละ 63.16) มีความพึงพอใจเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 82.40 โดยเฉพาะความพึงพอใจด้านการมีส่วนร่วมสืบสานประเพณี (ร้อยละ 85.83) และด้านพิธีรับขวัญน้องใหม่ (ร้อยละ 83.33) ความสำเร็จต่อเนื่อง (ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ตามเกณฑ์รางวัลดีเด่น): โครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องมาถึง 12 รอบ (12 ปีการศึกษา) ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความยั่งยืนของกระบวนการและคุณค่าที่องค์กรได้รับ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น 1) จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 190 คน แบ่งเป็น คำนวณร้อยละผู้ตอบแบบประเมิน ข้อ 1 *100/จำนวนกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรมวันปลูกข้าววันแม่ ผู้บริหาร คณะอาจารย์ และบุคลากร จำนวน 20 คน นักศึกษา จำนวน 100 คน กิจกรรมวันเกี่ยวข้าววันพ่อ ผู้บริหาร คณอาจารย์ และบุคลากร จำนวน 20 คน นักศึกษา จำนวน 50 คน มีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม 120 คนจาก 190 คน คิดเป็นร้อยละ 16 ความพึงพอใจ ข้อที่ 1 ประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ ก) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มากที่สุด 63 คน ข) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มาก 35 คน ค) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก ปานกลาง 22 คน ง) ผลประเมินจากผู้เข้าร่วมโครงการ คิดเป็นร้อยละ 81.66 ความพึงพอใจ ข้อที่ 2 ความพึงพอใจด้านการมีส่วนร่วมสืบสานประเพณีสู่ขวัญข้าว คำนวณผลประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการที่เลือกระดับมาก – มากที่สุด ข้อ (2-6) *100/จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ตอบแบบประเมิน ก) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มากที่สุด 68 คน ข) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มาก 35 คน ค) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก ปานกลาง 17 คน ง) ผลประเมินจากผู้เข้าร่วมโครงการ คิดเป็นร้อยละ 85.83 ความพึงพอใจข้อที่ 3 ความพึงพอใจด้านกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้อง อาจารย์และบุคลากร ก) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มากที่สุด 62 คน ข) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มาก 34 คน ค) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก ปานกลาง 24 คน ง) ผลประเมินจากผู้เข้าร่วมโครงการ คิดเป็นร้อยละ 80 ความพึงพอใจข้อที่ 4 ความพึงพอใจด้านพิธีรับขวัญน้องใหม่ ก) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มากที่สุด 64 คน ข) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มาก 36 คน ค) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก ปานกลาง 20 คน ง) ผลประเมินจากผู้เข้าร่วมโครงการ คิดเป็นร้อยละ 83.33 ความพึงพอใจข้อที่ 5 ด้านความรู้เชิงวิชาการ “การเสวนาวิชาการ” ก) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มากที่สุด 60 คน ข) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก มาก 38 คน ค) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือก ปานกลาง 22 คน ง) ผลประเมินจากผู้เข้าร่วมโครงการ คิดเป็นร้อยละ 81.67 การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ ค่าเป้าหมายที่ตั้ง ผลการดำเนินงานที่ได้ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 100 คน มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 190 คน ร้อยละของผู้ตอบแบบประเมิน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มีจำนวนผู้ตอบแบบประเมิน 120 คิดเป็นร้อยละ 63.16 ความพึงพอใจจากการเข้าร่วมโครงการด้านต่างๆเฉลี่ย มากกว่าร้อยละ 80 ความพึงพอใจจากการเข้าร่วมโครงการด้านต่างๆเฉลี่ย ข้อที่ 1-5 ร้อยละ 82.40 5. การปรับปรุงและพัฒนา ปัจจัยความสำเร็จ: การนำข้อเสนอแนะจากวงรอบปีก่อนๆ มาแก้ไขอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) การแบ่งงานให้นักศึกษาทุกชั้นปีมีส่วนร่วม และการเปิดโอกาสให้ชุมชนและศิษย์เก่าเข้ามามีบทบาท การแก้ไขปัญหา: มีการปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานเพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วม และคัดเลือกแม่ครูเจ้าพิธีที่มีประสบการณ์สูงเพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง การเผยแพร่และนำไปใช้ (Dissemination & Adoption): เกิดการเผยแพร่ในระดับนานาชาติ โดยมีศาสตราจารย์และนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมกิจกรรมและนำแนวคิดเชิงวัฒนธรรมนี้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำหน้าที่เป็น Soft Power ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้หน่วยงานและชุมชนภายนอกสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างกว้างขวาง แผนการขยายผลแนวปฏิบัติ (Future Scaling): กำลังดำเนินการยกระดับความรู้ที่จัดเก็บนี้ ไปบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายนอก (อบต., เกษตรอำเภอ/จังหวัด) เพื่อจัดประกวด “การเรียกขวัญข้าว 4 ภาค” และ “ประกวดคลิปสั้นคำร้องเรียกขวัญข้าวสำหรับเยาวชน” ซึ่งจะเป็นการส่งมอบแนวปฏิบัตินี้ให้หน่วยงานอื่นนำไปใช้ประโยชน์ต่อในระดับชาติ 6. ข้อมูลประกอบ ภาพประกอบการทำกิจกรรม “สานสัมพันธ์น้องพี่ CAB สืบสานประเพณีบายศรีสู่ขวัญ : ปลูกข้าววันแม่ เกี่ยวข้าววันพ่อ” รูปภาพ
“CAB-RSU บูรณาการกิจกรรมพัฒนานักศึกษาเพื่อสืบสานประเพณีสู่ขวัญข้าวของชาวนาไทย” Read More »










