honorable68-4-1
รางวัลชมเชย ปีการศึกษา 2568 ยุทธศาสตร์ที่ 4 : KR4.1.3, 4.1.6/1, 4.2.1 การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านการเรียนการสอน กิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้จัดทำโครงการ ผศ. ดร. ศนิ บุญญกุล, รศ. นันทชัย ทองแป้น, ผศ. อนันตศักดิ์ วงศ์กำแหง และ รศ. ดร. ณัฐพล ถนัดช่างแสง วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ 1. บริบทและความสำคัญ ในศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ และนวัตกรรมทางการแพทย์ ได้ส่งผลให้การผลิตกำลังคนด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) และเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ซึ่งเป็นศาสตร์บูรณาการระหว่างวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อระบบสาธารณสุขและอุตสาหกรรมการแพทย์ระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้แนวโน้มการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับความเป็นสากลของการศึกษา (Internationalization of Higher Education) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตที่มีสมรรถนะสากล (Global Competence) สามารถทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม มีทักษะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม มีความเข้าใจในมาตรฐานสากล และสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับนานาชาติได้ สอดคล้องกับแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ที่เน้นทักษะสำคัญ ได้แก่ การคิดเชิงวิเคราะห์และนวัตกรรม (Critical and Innovative Thinking) การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน (Communication and Collaboration) ความสามารถด้านดิจิทัล (Digital Literacy) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์บริบทการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรในสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ พบว่ายังคงมีสภาพปัญหาและความท้าทายหลายประการ ที่ควรได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านประสบการณ์และการเรียนรู้ในบริบทนานาชาติของนักศึกษา ความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาในมิติความเป็นสากล การแข่งขันของสถาบันอุดมศึกษาในระดับภูมิภาคและระดับโลก โอกาสในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์มีลักษณะเป็นสาขาที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามสถาบันและข้ามประเทศในการพัฒนานวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ การสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และอุตสาหกรรมในต่างประเทศจึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและการเรียนรู้ของนักศึกษาและบุคลากร จากบริบทดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต จะต้องริเริ่มและพัฒนา แนวปฏิบัติดี “ด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านการเรียนการสอน กิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ” เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยแนวปฏิบัติดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการ ส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับนานาชาติของนักศึกษา พัฒนาศักยภาพอาจารย์และบุคลากรให้สามารถทำงานในเครือข่ายวิชาการระดับโลก สร้างความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และนวัตกรรมกับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ ยกระดับคุณภาพบัณฑิตให้มีสมรรถนะสากลและสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับนานาชาติ ซึ่งการพัฒนาแนวปฏิบัตินี้จึงไม่เพียงเป็นการตอบสนองต่อแนวโน้มของการศึกษาระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนด กลยุทธ์ด้านความเป็นสากลของวิทยาลัยให้มีทิศทางที่ชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา บุคลากร และองค์กรในระยะยาว อันจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ในเวทีนานาชาติต่อไป นอกเหนือไปจากนั้นจากนั้นจากบริบทและความสำคัญดังที่กล่าวข้างต้นยังมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2565–2569 ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเด็นยุทธศาสตร์หลัก โดยการดำเนินแนวปฏิบัติด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศจึงสามารถสนับสนุนและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแบบบูรณาการในหลายมิติ ดังนี้ การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต (Excellence in Education) การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษา (Bilingual) เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติ ร่วมกับการพัฒนากิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยการเรียนการสอน และกิจกรรมเหล่านี้ได้ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับสากล การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างนวัตกรรมงานวิจัย (Innovative Research and Development) สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา และการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการแพทย์ ส่งเสริมการทำวิจัยร่วมระหว่างนักวิจัยไทยและต่างประเทศ เพิ่มโอกาสในการได้รับทุนวิจัยและการเผยแพร่ผลงานในระดับนานาชาติ โดยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนักศึกษาผ่านกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพในอนาคต การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล(Internationalization) เนื่องจากยุทธศาสตร์นี้มีเป้าหมายในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยรังสิตมีความเป็นสากลและได้รับการยอมรับจากองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยส่งเสริมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานระหว่างประเทศ รวมถึงการพัฒนากิจกรรมที่ทำให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานร่วมกันในกิจกรรมทางวิชาการและโครงการต่าง ๆ ดังนั้นแนวปฏิบัติด้านการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความเป็นสากลของมหาวิทยาลัยให้เกิดผลในระดับคณะและหลักสูตรอย่างเป็นรูปธรรม การสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (Image and Reputation Management) การสร้างกิจกรรมและเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรให้มีศักยภาพในการทำงานระดับโลก จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่การเพิ่มการรับรู้และการยอมรับในระดับนานาชาติ การสร้างชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยผ่านผลงานนักศึกษาและงานวิจัย และการเพิ่มโอกาสในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการสร้างความโดดเด่นและชื่อเสียงทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ จากบริบทและความสำคัญที่กล่าวมา แนวปฏิบัติเรื่อง “การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต” สามารถกำหนด เป้าหมายของการจัดทำแนวปฏิบัติ ได้ในหลายมิติ ทั้งด้านคุณภาพการศึกษา ศักยภาพบุคลากร และการพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย โดยสรุปประเด็นได้ดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรสู่ความเป็นสากล เพื่อยกระดับกระบวนการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในบริบทนานาชาติ ผ่านการการเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติและกิจกรรมความร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ เช่น การเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษาและโครงการแลกเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ กิจกรรมวิชาการนานาชาติ และการทำวิจัยร่วม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านภาษา การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการทำงานในสภาพแวดล้อมสากล ยกระดับคุณภาพการผลิตบัณฑิตให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ แนวปฏิบัตินี้มุ่งพัฒนานักศึกษาให้มี Global Competency และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกันในทีมสหสาขาวิชา การเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (International Academic Integration) และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของบัณฑิตในการทำงานในอุตสาหกรรมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพในระดับโลก เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และองค์กรในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาหลักสูตรร่วม การทำวิจัยร่วม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ อันนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในระดับนานาชาติ เพิ่มความพึงพอใจและประสบการณ์การเรียนรู้ของนักศึกษา การจัดกิจกรรมและโครงการในระดับนานาชาติจะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้สัมผัสวัฒนธรรมและระบบการศึกษาที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ และเพิ่มความพึงพอใจต่อประสบการณ์การศึกษาในมหาวิทยาลัย เพิ่มศักยภาพและความพร้อมของบุคลากรทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์และบุคลากรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ การวิจัย และการจัดการเรียนการสอนในบริบทนานาชาติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายทางวิชาการกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เสริมสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ การดำเนินกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มการยอมรับของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในระดับสากล ทั้งในด้านการศึกษา การวิจัย และความร่วมมือทางวิชาการ ส่งผลต่อการสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของสถาบัน ความรู้ที่เป็นประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ ประเภทของความรู้และที่มาของความรู้☑ ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)❒ ความรู้จากคลังความรู้ของเว็บไซต์ระบบการจัดการความรู้ (http://lc.rsu.ac.th/km/Knowledgebase และ https://rkms.rsu.ac.th/) ระบุแนวปฏิบัติที่ดีที่นำมาใช้ ☑ อื่น ๆ (โปรดระบุ) ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต และดำริของ ดร.อาทิตย์ และ ดร.อรรถวิทย์ อุไรรัตน์ ยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ แบบรายงานผลการดำเนินงาน QA ของวิทยาลัย (SAR) และแบบรายงาน PDCA ของโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ❒ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)❒ เจ้าของความรู้/สังกัด ☑ อื่น ๆ (ระบุ) เป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การทำงาน ในระดับคณะและวิทยาลัย รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่นำมาใช้ การจัดทำรายงานแนวปฏิบัติที่ดีเรื่อง “การพัฒนานักศึกษาและบุคลากรผ่านกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต” อาศัยองค์ความรู้และประเด็นสำคัญจากหลายมิติ ทั้งด้านการจัดการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ แนวคิดการพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21 (21st Century Education) แนวคิดการสร้างความเป็นสากลของสถาบันอุดมศึกษา (Internationalization of Higher Education) แนวคิดการพัฒนาทักษะวิชาชีพผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ แนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านเครือข่ายความร่วมมือ (Academic Networking) แนวคิดการบริหารจัดการโครงการตามวงจรคุณภาพ (PDCA) ซึ่งจากทั้ง 5 แนวคิดข้างต้น สามารถสร้างโมเดล BME-RSU Internationalization Knowledge Management Framework เพื่อใช้เป็นกลไกในการบูรณาการการพัฒนาความเป็นสากลของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ Curriculum International Integration เป็นการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนแบบสองภาษา รวมถึงการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ (Academic Integration) Global Mobility and International Experience เป็นการส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ระดับนานาชาติ เช่น การแลกเปลี่ยนนักศึกษา การฝึกงาน และการศึกษาดูงานในต่างประเทศ International Research Collaboration เป็นการสร้างเครือข่ายการวิจัยระดับนานาชาติ การตีพิมพ์ผลงานวิจัยในฐานข้อมูลสากล และการเข้าร่วมแข่งขันนวัตกรรมระดับนานาชาติ Professional and Academic Networking เป็นการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะวิชาชีพของนักศึกษาและบุคลากร โดยกลไกทั้งสี่ด้าน4 ด้านนี้ดำเนินการผ่านกระบวนการ Knowledge Management (KM) ได้แก่ การสร้างองค์ความรู้ (Knowledge Creation) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) และการถ่ายทอดและต่อยอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer๗) ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานักศึกษาให้มี Global Competency และสามารถทำงานในบริบทนานาชาติได้ โดยสามารถสรุปโมเดลได้ดังแผนภาพ 2. การวางแผน ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานตัวชี้วัดหลัก (ระบุได้เพียง 1 ตัวชี้วัด ซึ่งมีเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงหรือแปลผลได้)☑ยุทธศาสตร์ที่ 4 โปรดระบุ KR 4.1.3, 4.1.6/1, 4.2.1, รายละเอียดตัวชี้วัด เอกสารประกอบ: แผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยรงัสติ พ.ศ. 2565-2569 (ฉบบัปรบัปรุง พ.ศ. 2567-2569) โดยในการวางแผนในการจัดโครงการหรือกิจกรรมแต่ละกิจกรรมของวิทยาลัยวิศวรรมชีวการแพทย์ ถูกออกแบบให้มีความสอดคล้องบูรณาการและตอบโจทย์ในหลายตัวชี้วัด ขั้นตอนการดำเนินงาน วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการจัดทำแผนกิจกรรมพัฒนานักศึกษาประจำปีการศึกษาทุกๆปี การวางแผนงานเป็นไปตามประเด็นยุทธศาสตร์ของวิทยาลัย ดังนี้ ประเด็น ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นสากล(Internationalization) ซึ่งบูรณาการร่วมกับ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต (Excellence in Education) ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างนวัตกรรมงานวิจัย (Innovative Research and Development) และยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารภาพลักษณ์และการสร้างความมีชื่อเสียง (Image and Reputation Management) โดยมีคณบดีและกรรมการบริหารวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดนโยบายโดยมี รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบด้านการเรียนรู้และกิจกรรมแบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (International Academic Integration) การรับนักศึกษาแลกเปลี่ยน การอบรมทางวิชาชีพในต่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานและสถาบันในต่างประเทศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษเป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านกิจการนักศึกษาและประสานงานกับรองฯ วิชาการและวิเทศสัมพันธ์ในการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเป้นผู้รับผิดชอบในเรื่องของการวิจัยร่วมกับสถาบันในต่างประเทศ การเข้าร่วมเสนอผลงานทางวิชาการและวิจัยของคณาจารย์และนักศึกษาในระดับนานาชาติ รวมถึงการเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ โดยในทุกภาคส่วนได้มีการทำงานแบบบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในสังคมโลก ได้แก่ทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Communication and Collaboration) ความสามารถด้านภาษาและการสื่อสารในบริบทนานาชาติรวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ทรัพยากรที่ใช้ (งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ) งบประมาณจากมหาวิทยาลัยเป็นไปตามงบประมาณที่จัดสรรในแต่ละโครงการ โดยรายละเอียดดังเอกสารแนบใน PDCA งบประมาณจากแหล่งทุนอื่น เช่นจากกระทรวงการต่างประเทศ โครงการทุนความร่วมมือในเครือข่ายระดับนานาชาติ 3. การลงมือปฏิบัติ ทางวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ ซึ่งยึดมั่นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยปรับให้สอดคล้องกับบริบทของวิทยาลัยและความต้องการของนักศึกษา บุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) โดยมีรายละเอียดดังนี้ หลักสูตรการเรียนการสอนเป็นแบบสองภาษา (Bilingual) เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติ เนื่องจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้ดำริริเริ่มให้มีการเรียนการสอนแบบสองภาษา และรับนักศึกษาต่างชาติมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 ดังนั้นรายวิชาทุกรายวิชาที่เปิดทำการเรียนการสอน ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1-4 จะมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ 1 กลุ่ม ในทุกรายวิชา โดยในการเรียนในกลุ่มภาษาอังกฤษ จะมีนักศึกษาไทยที่เลือกเข้าเรียนในกลุ่มนี้โดยความสมัครใจ ทำให้เกิดการ การเรียนรู้แบบบูรณาการในบริบทนานาชาติ (Academic Integration) และการพัฒนาทักษะทางภาษา นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมร่วมกันทำให้นักศึกษาไทยและต่างชาติได้มีการปฎิสัมพันธ์ผ่านการเรียนและกิจกรรมต่างๆ ของวิทยาลัยแบบพหุวัฒนธรรม (Multiculture) โดยจากสถิติจะเห็นได้ว่าจำนวนนักศึกษาต่างชาติขิงวิทยาลัยได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นซึ่งสะท้อนต่อความมีชื่อเสียงและการยอมรับของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ในระดับนานาชาติ โดยสามารถสรุปสถิติจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เข้าศึกษาในวิทยาลัยตามรายปีได้ดังนี้ เอกสารประกอบ: KM-BME1_สรุปจำนวนนักศึกษาต่างชาติ และนักศึกษาแลกเปลี่ยน การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ทางวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มุ่งเน้นในการพัฒนาบัณฑิตให้มีความเท่าทันโลก ซึ่งภาเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการสื่อสาร โดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ที่ระบุให้นักศึกษาในระดับปริญญาตรี มีผลสอบภาษาอังกฤษแบบ CEFR ไม่ต่ำกว่าระดับ B1 แต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาในวิทยาลัยมีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษที่มีความหลากหลาย ทางวิทยาลัยจึงได้มีโครงการพัฒนาภาษาอังกฤษเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ก่อนที่จะไปฝึกงานต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ CEFR ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า B1 ซึ่งจากผลดำเนินงานพบว่านศ. ระดับปริญญาตรีของวทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มีผลสอสอบภาษาอังกฤษ CEFR ในระดับไม่ต่ำกว่า B1 เป็นจำนวน 100% เอกสารประกอบ: KM-BME2_ผลสอบCEFR67 โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ จากการที่วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีการจัดเรียนการสอนแบบสองภาษา และรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงมีการทำวิจัยอย่างเข้มข้นโดยคณาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทำให้นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างชาติที่เป็นเครือข่ายของมหาวิทยาลัยรังสิตมีความสนใจเดินทางมาแลกเปลี่ยน และทำวิจัยเพิ่มเติมที่วิทยาลัย ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมีชื่อเสียงและการยอมรับของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตในระดับนานาชาติ ในด้านการแลกเปลี่ยนอาจารย์และบุคลากร ทางวิทยาลัยมีกลไกในการสนับสนุนให้บุคลากรมีการเพิ่มพูนประสบการณ์ณ. สถาบันในต่างประเทศที่เป็นเครือข่าย ดังนั้นภายใต้โครงการ Erasmus+ ICM programme: staff mobility กับมหาวิทยาลัย Jönköping University ประเทศสวีเดน ได้มีการแลกเปลี่ยนอาจารย์เพื่อไปสอนและเพิ่มพูนประสบการณ์ที่มหาวิทยาลัย Jönköping University ในการนี้ รศ. ดร. ณัฐพล ถนัดช่างแสง รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมได้เดินทางไปสอนเป็นระยะเวลา สามสัปดาห์ในเดือนตุลาคม 2022 และ ผศ.ดร. ศนิ บุญญกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมประชุม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนในการเดินทางทั้งหมดจากโครงการ Erasmus+ICM Programme และผลสืบเนื่องจากโครงการนี้ ทางวิทยาลัยได้มีการแต่งตั้ง Associate Professor Kent Eine Salomonsson เป็นศาสตรจารย์วุฒิคุณของวิทยาลัย ในปี 2026 นี้ทางวิทยาลัย ร่วมกับ University of Skövde ประเทศสวีเดน กำลังอยู่ในระหว่างขอยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับทุนสนับสนุนภายใต้โครงการ Erasmus+ ICM programme: staff and student mobility ประจำปี 2026 นอกเหนือไปจากนั้นทางวิทยาลัยอยู่ในระหว่างพัฒนาหลักสูตรภาคฤดูร้อนร่วมกับ School of Engineering, University of Skövde เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่มีศักยภาพ เดินทางไปศึกษาระยะสั้นในช่วงภาคฤดูร้อนที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เอกสารประกอบ: KM-BME3_JUErasmus+ICM, KM-BME4_คำสั่งแต่งตั้งBME_ProfKent การพัฒนางานวิจัยเพื่อการเผยแพร่และแข่งขันในระดับนานาชาติ ด้วยยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้มุ่งเน้นและส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาพัฒนางานวิจัยและแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ โดยมีกลไกขับเคลื่อนด้วยระบบสนับสนุนต่างๆ ทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำวิจัยให้มีความทันสมัย ทำให้บุคลากรและนักศึกษามีการเผยแพร่งานวิจัยทั้งในรูปการประชุมวิชาการ ตีพิมพ์ผลงานวิจัย และการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปรากฏเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้แก่จำนวนผลงานวิจัยที่มีการตีพิมพ์ในสารสารระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากรายงานการสืบค้นข้อมูลผ่านGoogle Scholar ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522- 2568 พบว่ามีงานวิจัยจากคณาจารย์และนักศึกษาตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Scorpus เป็นจำนวนทั้งสิ้น 168 ผลงาน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีจำนวนผลงานตีพิมพ์เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ มีดังนี้ รศ.ดร.ณัฐพล ถนัดช่างแสง ได้นำผลงาน นวัตกรรมผิวหนังเทียมจากเครื่องพิมพ์ชีวภาพ เข้าร่วมประกวดที่งาน Kaohsiung International Invention & Design EXPO (KIDE 2023)ประเทศไต้หวัน ในระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2566 โดยได้รับ 2 รางวัลเหรียญทอง พร้อมเกียรติบัตร ดังนี้คือ Gold Medal for Invention และ 2. Hong Kong Special Award ในปี 2568 ทางวิทยาลัยได้สนับสนุนให้คณาจารย์และนักศึกษาส่งผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ประกวดระดับนานาชาติในงาน “The 8th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2025” ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และได้รับรางวัลดังนี้คือ รางวัลเหรียญทอง (Gole Medal) และ 2. รางวัล NRTC Special Awards งาน “2026 Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition; IPTEx2026” ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ มกราคม 2569 ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเวทีระดับนานาชาติที่จัดแสดงและประกวดนวัตกรรมกว่า 800 ผลงาน จากนักประดิษฐ์และนักวิจัยทั่วโลก รวม 23 ประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายและผลักดันสิ่งประดิษฐ์สู่การใช้งานจริง โดยทีมนักศึกษาจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้ร่วมนำเสนอและแข่งขันประกวดนวัตกรรม และได้รับรางวัลเหรียญทอง เอกสารประกอบ: KM-BME5_สรุปวิจัยนวัตกรรมBME-RSU ณัฐพล โครงการพัฒนาบุคลากรทางวิศวกรรมชีวการแพทย์ในระดับนานาชาติ การพัฒนาบุคลากรด้านเครื่องมือแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขลาว ภายใต้ทุนสนับสนุน Grand Duchy-Luxembourg ในปี 2013 สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (ก่อนปรับมาเป็นวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตในปี 2018) ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขประเทศลาวได้ทำโครงการความร่วมมือ “โครงการฝึกอบรมบุคลากรด้านเครื่องมือแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขลาวในประเทศไทย (Academic Training of MOH Technical Staff in Thailand in the Domain of Medical Equipment)” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ “Lao-Luxembourg Health Initiatives Support Programme (LAO/017)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเทคนิคของกระทรวงสาธารณสุขลาว โดยเป็นการสร้างบุคลากรที่สามารถดูแล ซ่อมบำรุง และบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลของลาว โดยในโครงการนี้ทางสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้จัดการฝึกอบรมสามหลักสูตรได้แก่ Bachelor of Science Program, Mini MBA Program และ Biomedical Instrumentation Technician Certificate Training ให้แก่บุคลากรจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ซึ่งโครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนทั้งหมดจาก Lux-Development ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของรัฐบาลลักเซมเบิร์ก โดยมีผู้สำเร็จการศึกษา รวมทั้งสิ้น 25 คน ผลสืบเนื่องจากการฝึกอบรมดังกล่าว ได้เกิดเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาบุคลากรระหว่างประเทศ โดยมีนักศึกษาที่จบในระดับปริญญาตรี ได้กลับมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโท 2563 และจบการศึกษาไปปี 2565 ผลสืบเนื่องจากโครงการนี้ ยังก่อให้เกิดความร่วมมือแบบไตรภาคี ได้แก่ประเทศไทย ประเทศฃลาว และประเทศญี่ปุ่น เพื่อวางแผนความร่วมมือต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากรทางวิศวกรรมคลินิกให้กับประเทศลาว โดยในวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2567 ทีมผู้บริหารจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ม. รังสิตและทีมวิศวกรคลินิกจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตไกประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางไปประชุมหาความร่วมมือ และการดำเนินงานทางด้านเครื่องมือแพทย์ ที่กระทรวงสธารณสุขลาว นครเวียงจันทร์ และโรงพยาบาลหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยได้รับทุนสนับสนุนในการเดินทางทั้งหมดจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตไก ประเทศญี่ปุ่น เอกสารประกอบ: KM-BME6_Dutchy-Lux contract โครงการ TRICOLOR เพื่อการพัฒนาวิชาชีพวิศวกรชีวการแพทย์ไทยร่วมกับวิศวกรคลินิกประเทศญี่ปุ่น เนื่องด้วยวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิตได้มีร่วมมือกับโรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตไก ประเทศญี่ปุ่น จัดทำโครงการการพัฒนาความร่วมมือทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์นานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2562 ในโครงการที่มีชื่อว่า Establishment of Thai Biomedical Engineer’s job system through collaboration with Japanese company หรือชื่อย่อว่า โครงการ TRICOLOR 2019 โดยได้ยื่นขอรับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น (Ministry of Health































































































